Logo วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
529.jpg
หน้าแรก / ในประเทศ
ทลายแก๊งคอลเกาหลีใต้ เช่าบ้านหรูย่านรามอินทรา อ้างอัยการตุ๋นคนชาติเดียวกันกว่า 65 ล้าน

ทลายแก๊งคอลเกาหลีใต้ เช่าบ้านหรูย่านรามอินทรา อ้างอัยการตุ๋นคนชาติเดียวกันกว่า 65 ล้าน

วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.03 น.
Tag : แก๊งคอลเกาหลีใต้ คนชาติเกาหลี รามอินทรา
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฏิบัติการ Thailand-Korea Breaking Chains EP.2 บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวเกาหลีใต้
 
​​​กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท., พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รอง ผบก.ปอท.,  พ.ต.อ.ภานุภัท กิตติพันธ์ ผกก.1 บก.ปอท. ​​​​​เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอท. ชุดจับกุมประกอบด้วย พ.ต.ท.เอกพล แสงอรุณ, พ.ต.ท.ธีรภพ พันธุชาติ รอง ผกก.1 บก.ปอท., พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ มาระตา รอง ผกก.(สอบสวน) กก.1 บก.ปอท., พ.ต.ท.พรเสกข์ เชาวสันต์, พ.ต.ท.หญิง หทัยชนก อินทรวิจิตร, พ.ต.ท.หญิง เศวรัตน์ ปุริสาย, พ.ต.ต.กษิดิศ ดิลกคุณานันท์, พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ ตาแว่น สว.กก.1 บก.ปอท., ร.ต.อ.ทัศพงษ์ ผ่องใส, ร.ต.อ.ปฏิญญา สงวนศักดิ์เกสร, ร.ต.อ.นันทนคร บุรี, ร.ต.อ.ศุภกฤต นรนิ่ม, ร.ต.อ.นาบุญ สกุลกรุณาอารีย์, ร.ต.อ.วชิรวิทย์ ทองลิ้ม รอง สว.กก.1 บก.ปอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอท ร่วมกับ เจ้าหน้าที่แผนกกงสุลตำรวจสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม.1
​​​ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้ จำนวน 11 ราย ได้แก่

1.นายกอนโก (MR.GEON) ​​อายุ 25 ปี สัญชาติเกาหลีใต้
2.นายดงฮวา (MR.DONGHWA) ​​อายุ 25 ปี สัญชาติเกาหลีใต้
3.นายจุนกี (MR.JUNGI) ​​​อายุ 35 ปี สัญชาติเกาหลีใต้
4.นายนูรี  (MR.NURI ) ​​​อายุ 35 ปี สัญชาติเกาหลีใต้
5.นายซอกอู  (MR.SEOKWOO) ​​อายุ 31 ปี สัญชาติเกาหลีใต้
6.นายฮยอนอู (MR.HYUNWOO) ​​อายุ 33 ปี สัญชาติเกาหลีใต้
7.นายจองกู  (MR.JEONGGU) ​​อายุ 31 ปี สัญชาติเกาหลีใต้
8.นายกวังมิน (MR.GWANGMIN) ​อายุ 19 ปี สัญชาติเกาหลีใต้
9.นายยงกยู  (MR.YONGGYU) ​​อายุ 39 ปี สัญชาติเกาหลีใต้
10.นางยุนคโย (MS.YUNKYO) ​​อายุ 27 ปี สัญชาติเกาหลีใต้
11.นางฮเยรี  (MS.HYERI) ​​อายุ 32 ปี สัญชาติเกาหลีใต้



​​​
ในความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” ตามมาตรา 8 ประกอบมาตรา 101 แห่ง พรก.การบริหารการจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560

พฤติการณ์ของคดี สืบเนื่องจาก ปัจจุบันกลุ่ม call center มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงที่หลากหลาย และตามนโยบายเชิงรุกของรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รองหัวหน้าศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) มีการจัดตั้ง War room ACSC โดยมีการประสานงานร่วมกับฝ่ายต่างประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร รวมถึงให้ความร่วมมือในการสืบสวนและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะขบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่มีความเชื่อมโยงระหว่างประเทศ

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ได้ร่วมกันสืบสวนและแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างต่อเนื่องตลอดปี พ.ศ. 2568 ที่ผ่านมา จากการสืบสวนพบเบาะแสว่ามีกลุ่มบุคคลสัญชาติเกาหลีใต้เชื่อว่าเป็นขบวนการคอลเซ็นเตอร์หลบหนีจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังประเทศไทย จึงได้เปิดปฏิบัติการภายใต้ชื่อ “Thailand-Korea Breaking Chains” เพื่อตรวจค้นจับกุมกลุ่มองค์กรอาชญากรรมดังกล่าว ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวเกาหลีใต้ได้หลายราย

จากการร่วมกันสืบสวนขยายผลพบว่ายังมีกลุ่มผู้ร่วมขบวนการที่หลบหนีมาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นผู้ร่วมขบวนการคอลเซ็นเตอร์ โดยจากการสืบสวนทราบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้เข้ามาหลบซ่อนตัว โดยเช่าบ้านหรู ย่านรามอินทรา เพื่อเปิดเป็นสำนักงานหรือออฟฟิศในการใช้หลอกลวงเหยื่อในประเทศเกาหลีใต้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปอท. จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติหมายค้นต่อศาล เพื่อเข้าทำการตรวจค้นออฟฟิศ จำนวน 2 แห่ง ดังกล่าว จากการตรวจค้นพบว่าภายในบ้านถูกดัดแปลงเป็นลักษณะออฟฟิศคอลเซ็นเตอร์ โดยมีการจัดโต๊ะทำงานจำนวน 11 จุด พร้อมอุปกรณ์โทรศัพท์ VoIP, อุปกรณ์กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Router), เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเปิดหน้าจอค้างอยู่ ซึ่งมีการแสดงผลเป็นข้อความบทสคริปต์, เอกสารสคริปต์วางอยู่ที่โต๊ะ สำหรับพูดหรือพิมพ์เพื่อใช้ในการหลอกลวงทางออนไลน์, รายชื่อเหยื่อชาวเกาหลีใต้พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ และเอกสารปลอมแอบอ้างเป็นหนังสือทางราชการของอัยการประเทศเกาหลีใต้

ซึ่งจากการซักถามผู้ต้องหาในที่เกิดเหตุทราบว่าบทสคริปต์ดังกล่าวใช้เป็นต้นแบบในการสื่อสารหลอกลวงเหยื่อผ่านช่องทางออนไลน์ และเมื่อตรวจสอบอุปกรณ์โทรศัพท์ ที่ใช้ในการสื่อสารของผู้ต้องหา พบว่าเป็นการโทรผ่านอินเทอร์เน็ต (VoIP) เพื่อใช้ติดต่อสื่อสารกับเหยื่อในประเทศเกาหลีใต้ โดยใช้วิธีการปลอมเป็นอัยการหรือเจ้าหน้าที่รัฐของประเทศเกาหลีใต้ โทรศัพท์ข่มขู่เหยื่อโดยหลอกว่ามีคดี และหลอกให้เหยื่อโอนเงินให้กับกลุ่มคนร้าย จากการตรวจค้นสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาเป็นชาวเกาหลีใต้ จำนวน 11 ราย

โดยในการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจและขอทำการตรวจสอบเอกสารประจำตัวและใบอนุญาตทำงาน โดยสอบถามผู้ต้องหาผ่านล่ามแปลภาษา ทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาดังกล่าวมีการลักลอกเข้ามาทำงานในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงได้จับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สน.โคกคราม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในส่วนของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์, โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อื่นๆ ซึ่งเชื่อว่าอาจใช้ในการกระทำความผิดหลอกลวงเหยื่อ จะได้ทำการตรวจพิสูจน์หลักฐานเพื่อส่งผลให้กับประเทศเกาหลีใต้เพื่อดำเนินคดีต่อไป
จากการตรวจค้นสามารถตรวจยึดพยานหลักฐานสำคัญเพื่อตรวจสอบเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์ VoIP จำนวน 11 เครื่อง, โทรศัพท์ มือถือ จำนวน 33 เครื่อง, บทสคริปต์หลอกลวงและเอกสารอื่นๆ อีกหลายรายการ 

                          

จากพฤติการณ์ทั้งหมด เชื่อได้ว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้สถานที่นี้ในการหลอกลวงชาวเกาหลีใต้ให้หลงเชื่อและโอนเงินให้กับกลุ่มคนร้าย โดยมีการจัดเตรียมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และช่องทางสื่อสารครบถ้วนเพื่อใช้ในการกระทำความผิด และจากตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์และพยานหลักฐานเบื้องต้นยังไม่พบความเชื่อมโยงกับผู้เสียหายในประเทศไทย

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานกับแผนกกงสุลตำรวจ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย เกี่ยวกับข้อมูลพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายดังกล่าวและความผิดที่เกิดขึ้น รวมถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนในประเทศเกาหลีใต้ เพื่อดำเนินการประสานความร่วมมือ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ยังคงมีข้อห่วงใย และขอเน้นย้ำประชาชนว่าให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น ตำรวจ อัยการ หรือหน่วยงานราชการต่าง ๆ โดยมักใช้วิธีโทรศัพท์ติดต่อเพื่อสร้างความตกใจหรือข่มขู่ว่าประชาชนมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความ เพื่อหลอกให้โอนเงินหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ขอให้ประชาชนตั้งสติและตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบ โดยพึงระลึกว่า หน่วยงานของรัฐไม่มีนโยบายติดต่อประชาชนทางโทรศัพท์เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา หรือเรียกให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบหรือยุติคดีใด ๆ หากได้รับการติดต่อในลักษณะดังกล่าว ขออย่าหลงเชื่ออย่าโอนเงิน และอย่าเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวโดยเด็ดขาด ควรวางสายทันที และติดต่อหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงผ่านช่องทางทางการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งนี้ หากพบเห็นพฤติการณ์ที่เข้าข่ายเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือการหลอกลวง สามารถแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบได้โดยเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

พิพัฒน์​ โพสต์​​ ขอบคุณ​ อนุทิน ไว้วางใจ​ แจง​เจตนาส่งหนังสือลาออก ผอ.ศบก.​ แสดงความบริสุทธิ์ใจ

ลิซ่า ลลิษา ปล่อยช็อตเด็ดอวดลุคแซ่บริมทะเล สวยสะพรั่งฉลองวันเกิดอายุครบ 29 ปี

กบน. มติขึ้นขึ้นอีก 1.80 บาท ดัน ดีเซลทะลุ 40 บาท

ไวรัลสนั่นโลก สื่อนอกตีข่าว มิสแกรนด์ปทุมฯ วีเนียร์หลุดกลางเวทีประกวดนางงาม

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved