วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
ทีมนักวิจัยจากภาควิชาชีววิทยาประมง คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับนักวิทยาศาสตร์จากสถาบันชั้นนำในประเทศและต่างประเทศ ประสบความสำเร็จในการค้นพบ สาหร่ายสีน้ำตาลสกุล Lobophora ชนิดใหม่ของโลกถึง 4 ชนิด จากการสำรวจแนวชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกของประเทศไทย นับเป็นการค้นพบครั้งสำคัญที่ยืนยันว่าน่านน้ำไทยยังคงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลที่รอการศึกษาอีกมาก ผลงานนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Algae (SCIE, Q1) แล้ว
สาหร่ายสีน้ำตาลสกุล Lobophora มีบทบาทนิเวศวิทยาสูงในระบบนิเวศแนวปะการังและชายฝั่ง สามารถพบได้ตั้งแต่เขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่น ในช่วงระดับน้ำทะเลตั้งแต่บริเวณน้ำลงต่ำสุดไปจนถึงความลึกกว่า 120 เมตรแม้ในอดีตจะรู้จักกันเพียง 6 ชนิดจากลักษณะทางสัณฐานวิทยา แต่จากการวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลทางพันธุกรรมในปัจจุบันเผยให้เห็นความหลากหลายที่แท้จริงกว่า 97 ชนิด ทั่วโลก
ทีมวิจัยนำโดย นายอนิรุจน์ กล่อมจิตร นิสิตปริญญาเอก ภายใต้การกำกับดูแลของ รศ.ดร.ณรงค์ฤทธิ์ เมืองใหม่ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก และ รศ.ดร.จันทนา ไพรบูรณ์ รวมถึง Dr. Stefano Draisma มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมด้วย น.ส.นาราภัทร เจือจาน นักวิชาการจากกรมปศุสัตว์ และ ดร.สุทธิกาญจน์ สุทธิ นักวิจัยจากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ Dr. Christophe Vieira, Jeju National University, South Korea และ Associate Professor Dr. Sun Zhongmin, Institute of Oceanology, Chinese Academy of Sciences, China ได้ลงพื้นที่สำรวจความหลากหลายของสาหร่ายสกุล Lobophora ตามแนวชายฝั่งทะเลของอ่าวไทย และวิเคราะห์ชนิดของสาหร่ายดังกล่าวโดยใช้การวิเคราะห์ลักษณะสัณฐานวิทยาร่วมกับเทคนิคพันธุกรรมระดับโมเลกุล

สาหร่ายชนิดใหม่ของโลก 4 ชนิด ได้แก่ Lobophora lewmanomontiae สาหร่ายชนิดนี้มีลักษณะตั้งตรงเป็นกระจุกคล้ายดอกกุหลาบ สีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม ขนาด 7 – 8 ซม. ขอบแผ่นของสาหร่ายเรียบ ผิวสม่ำเสมอ ไม่มีลายหรือจุด พบในระดับความลึก 3 – 12 เมตร บริเวณเกาะมันนอก จ.ระยอง, หาดนางรอง และหาดยาว จ.ชลบุรี ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ ศ.กาญจนภาชน์ ลิ่วมโนมนต์ ผู้บุกเบิกวิชาสาหร่ายวิทยาของประเทศไทย

Lobophora ogawae สาหร่ายชนิดนี้มีขนาดเล็ก (3 - 4 ซม.) เป็นแผ่นแบนราบและบาง สีน้ำตาลอ่อนถึงเข้มสม่ำเสมอ พบในระดับความลึก 2 - 5 เมตร บริเวณเกาะมันนอก จ.ระยอง, เกาะหมาก และเกาะกระดาด จ.ตราด ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ Professor Hisao Ogawa นักสาหร่ายวิทยาชาวญี่ปุ่น ผู้ร่วมสร้างองค์ความรู้สาหร่ายทะเลไทยมาหลายทศวรรษ

Lobophora thiemmedhii สาหร่ายชนิดนี้มีสีเหลืองทองหรือส้มเหลือง มีจุดสีเข้มและเส้นลายสีเทาบริเวณขอบเป็นเอกลักษณ์ ขนาด 5.5 - 6.5 ซม. มีลักษณะเป็นแผ่นแบบราบ พบในระดับความลึก 4 - 14 เมตร บริเวณเกาะนางยวน อ่าวหินวง และหาดแม่หาด จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ ศ.จินดา เทียมเมธ ผู้จุดประกายการศึกษาสาหร่ายทะเลในไทย และผู้เขียนบทความการค้นพบสาหร่ายทะเลสกุล Porphyra เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

Lobophora velasquezii สาหร่ายชนิดนี้มีขนาดเล็ก (2 - 3 ซม.) ลักษณะแผ่นแบนราบและหนา สีน้ำตาลเหลืองถึงทองเหลือง มีจุดสีเข้มกระจายประปราย พบที่ระดับความลึก 2 - 6 เมตร บริเวณเกาะนางยวน เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่ Professor Gregorio T. Velasquez นักสาหร่ายวิทยาชาวฟิลิปปินส์ ผู้ริเริ่มสร้างรายงานรายชื่อสาหร่ายทะเลชุดแรกของไทย
นอกจากการค้นพบสาหร่ายชนิดใหม่ทั้ง 4 ชนิดแล้ว การสำรวจครั้งนี้ยังพบสาหร่ายที่รายงานเป็นครั้งแรกในน่านน้ำไทยอีก 3 ชนิด ได้แก่ Lobophora abscondita, Lobophora henae และ Lobophora quangtriensis ทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีสาหร่ายสกุล Lobophora รวม 21 ชนิด ส่วนในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีทั้งหมด 30 ชนิด โดย 12 ชนิดเป็นชนิดเฉพาะถิ่น ยืนยันว่าภูมิภาคนี้เป็นศูนย์กลางความหลากหลายทางชีวภาพของสาหร่ายทะเลในระดับโลก
การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงเพิ่มพูนองค์ความรู้ทางอนุกรมวิธานของสาหร่ายทะเล แต่ยังมีนัยสำคัญต่อการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเลของไทย การจำแนกชนิดสาหร่ายได้อย่างถูกต้องและครบถ้วนเป็นพื้นฐานสำคัญในการติดตามความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลและแนวปะการัง ซึ่งปัจจุบันเผชิญกับภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษทางน้ำ และการท่องเที่ยวเชิงทะเลที่เพิ่มมากขึ้นนอกจากนี้ สาหร่ายในสกุล Lobophora ยังมีรายงานเกี่ยวกับฤทธิ์ทางชีวภาพที่น่าสนใจ ทั้งในด้านต้านเชื้อโรค ต้านมะเร็ง และคุณสมบัติที่อาจเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมเภสัชกรรมและเครื่องสำอางในอนาคต
อ้างอิง Klomjit A., Draisma S.G.A., Praiboon J., Jurejan N., Sutti S., Sun Z., Vieira C., and Muangmai N. 2026. A survey along the east coast of Thailand reveals high diversity in the genus Lobophora (Dictyotales, Phaeophyceae); with the description of four new species. Algae. 41(1): 77–94. https://doi.org/10.4490/algae.2026.41.2.2
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี