533.jpg
รวบคาที่พัก! อดีตพ่อพิมพ์หนีคดี ละเมิดลูกศิษย์ หลังกบดานเงียบหวังรอหมดอายุความ

รวบคาที่พัก! อดีตพ่อพิมพ์หนีคดี ละเมิดลูกศิษย์ หลังกบดานเงียบหวังรอหมดอายุความ

วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569, 14.26 น.

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบครูใจทรามรุมโทรมเด็กหญิง 14 ปี ปิดฉากคุกตลอดชีวิต

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย  ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป, พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.พงษ์พิทักษ์ เหล็กชูชาติ, พ.ต.ท.ณัฐดนัย สีแข่ไตร, พ.ต.ท.ศิษฎ์ พูลวงศ์ รอง ผกก.3 บก.ป, พ.ต.ท.พัฒษพงศ์ เสณีแสนเสนา รอง ผกก.3 บก.ป.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย ว่าที่ พ.ต.ท.อาธิรัตน์ ทิพย์เจริญ สว.กก.3 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป.
ร่วมกันจับกุม ผู้ต้องหา จำนวน 1 ราย นายชิงชาญฯ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ 297/2568 คดีหมายเลขดำที่ อ974/2563 คดีหมายเลขแดงที่ อ665/2566 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเรา,ความผิดเกี่ยวกับเพศ,ความผิดต่อเสรีภาพ” มาบังคับตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 สถานที่จับกุม บริเวณหน้าห้องแถว ใน ต.ทุ่งทอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี


พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อปี 2562 ในพื้นที่ ต.ดงมอน อ.เมือง จ.มุกดาหาร ผู้เสียหายซึ่งเป็นยายได้ พาหลานสาวเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.ผึ่งแดด จ.มุกดาหาร ว่าเด็กหญิงวัย 14 ปี หลานสาว ซึ่งกำลังศึกษาชั้น ม.2 ได้ถูกนายวิพจน์ฯ ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมือง จ.มุกดาหาร และ กลุ่มครูในโรงเรียนเดียวกันอีกจำนวน 4 คน หลอกลวงพาไปข่มขืน รวมถึงศิษย์เก่าอีกจำนวน 2 คน ร่วมกันข่มขืนต่อ นอกจากนี้ยังได้ข่มขืนเพื่อนของ เด็กหญิงวัย 14 ปี ที่อยู่ในชั้น ม.4 ด้วย

โดยมีวิธีการคือ จะหลอกให้ เด็กหญิงมาหาที่บ้านพักครู ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังโรงเรียน เพื่อจะสอนการบ้านให้และเมื่อเด็กหญิงหลงเชื่อมาหาที่บ้านพักก็ถูกนายวิพจน์ฯ ข่มขืน ต่อมาเมื่อเห็นว่า เด็กหญิงไม่ได้แจ้งความเอาผิดจึงได้ข่มขืน เด็กหญิงต่อมาอีกเรื่อยๆ พร้อมกับชักชวนให้เพื่อนครูอีก 4 คน และศิษย์เก่าอีก 2 คน พาเด็กหญิงหมุนเวียนไปตามสถานที่ต่างๆ พร้อมทั้งยังให้ เด็กหญิงพาเพื่อนนักเรียนอีกหนึ่งคนที่อยู่ในชั้น ม.4 มาให้ทั้ง 7 คนกระทำ จากนั้นได้ข่มขู่ห้ามไม่ให้นักเรียนทั้งสองคนที่ถูกข่มขืนนำเรื่องไปบอกใคร มิฉะนั้นจะไม่ให้เลื่อนชั้นเรียน และในทุกครั้งจะมีการถ่ายคลิปแบล็คเมล์เด็กหญิงทั้ง 2 ไว้ ซึ่งกลุ่มครูและศิษย์เก่ารวมจำนวน 7 คนได้ก่อเหตุกับเด็กหญิงจำนวน 2 คน มาเป็นระยะเวลาต่อเนื่องนานตลอด 1 ปี เฉลี่ยเดือนละ
1 - 2 ครั้ง โดยในแต่ละครั้ง จะพฤติการณ์ในลักษณะการรุมโทรมเด็กหญิงทั้ง 2 คน ซึ่งสถานที่มีทั้งบ้านพักครู ห้องเรียน และสถานที่อื่นๆ หมุนเวียนกันไปแล้วแต่ครูจะเป็นคนกำหนด

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออมุติต่อศาลจังหวัดมุกดาหารออกหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 7 คน ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 7 คนได้เข้ามอบตัวและให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 7 คน ฝากขังต่อศาล และต่อมาศาลอนุญาตให้ประกันตัวในราคาหลักทรัพย์ 3 แสนบาท และทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ต้นสังกัดได้สั่งให้ครูทั้ง 5 ราย มาประจำยังเขตพื้นที่ฯ และรายงานให้ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

ต่อมาเมื่อปี 2566 ศาลจังหวัดมุกดาหารนัดอ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าว พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต 4 คน และรุ่นพี่ 2 คน ยกฟ้องครู 2 คน เนื่องจากศาลมีข้อสงสัยว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงหรือไม่ ส่วนความเสียหายทางแพ่งโดยรวมของจำเลยทุกคน ต้องชดใช้สูงเกือบ 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี

ซึ่งในวันนัดฟังคำพิพากษา นายชิงชาญฯ จำเลยที่ 2 ได้หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษา ศาลจึงได้ออกหมายจับให้นำตัวนายชิงชาญฯ มาบังคับตามคำพิพากษา และในทางกฎหมายหากศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต จะยังไม่ถึงที่สุด แม้จำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ส่งสำนวนให้อุทธรณ์พิจารณาโดยอัตโนมัติ โดยจำเลยยังคงมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ภายใน 1 เดือน หรืออุทธรณ์ขอให้ลงโทษเบาลงได้ ซึ่งศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยความผิดใหม่ทั้งหมด ต่อมาศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คือ จำคุกตลอดชีวิต ซึ่งจำเลยจำนวน 5 คน ให้การรับสารภาพและถูกส่งเข้าเรือนจำรับโทษตามกฎหมาย ยังคงเหลือนายชิงชาญ ฯ จำเลยที่ 2 ยังคงหลบหนี

ต่อมา ว่าที่ พ.ต.ท.อาธิรัตน์ ทิพย์เจริญ สว.กก.3 บก.ป. ได้สืบทราบว่าปัจจุบัน นายชิงชาญฯ ได้หลบหนีมากบดานที่ห้องแถวแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี จึง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบห้องแถว หมู่ที่ 6 ต.ทุ่งทอง อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี พบนายชิงชาญฯ อยู่หน้าห้องแถวหลังดังกล่าว จึงได้เข้าควบคุมตัวและแสดงหมายจับศาลจังหวัดมุกดาหาร ที่ 297/2568 คดีหมายเลขดำที่ อ974/2563 คดีหมายเลขแดงที่ อ665/2566 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 มาบังคับตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่าตนเป็นผู้ต้องหา ตามหมายจับดังกล่าวจริง และไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้มาก่อน โดยนายชิงชาญฯ ให้การว่าตนตั้งใจหลบหนีมาใช้ชีวิตแบบสันโดษ รับจ้างทำสวนทำไร่ และใช้ชีวิตในห้องแถวเงียบๆ ไม่ได้ติดต่อใคร ซึ่งตนตั้งใจไว้ว่าจะหนีไปตลอด 20 ปี จะได้หมดอายุความ ซึ่งตนรับไม่ได้คำพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต แต่สุดท้ายไปไม่รอด ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวนำส่งศาลจังหวัดมุกดาหาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ถูกจับกุมให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.อาธิรัตน์ ทิพย์เจริญ สว.กก.3 บก.ป. โทร.086-3425666
 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top