533.jpg
รอบรั้วเมืองใต้ : 03 เมษายน 2569

รอบรั้วเมืองใต้ : 03 เมษายน 2569

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.
Tag :

รอบรั้วเมืองใต้ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับนี้ ผู้เขียนขอเข้าร่ายข่าวสังคม  ชมคนที่ควรชม ข่มคนที่ควรข่ม ตามวิสัยคนหนังสือพิมพ์อาชีพ ที่เห็นมาอย่างไร ก็เขียนไปอย่างนั้น....ก็ดีใจนะ ที่ได้ยิน อนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องการ ทุจริตคอร์รับชั่น ของประเทศไทย จะเป็น วาระแห่งชาติ และเป็นเร่งด่วนของ รัฐบาลชุดนี้ ที่ต้อง ดำเนินการ เพราะ วันนี้ ประเทศไทย ปัญหาการ ทุจริตคอร์รับชั่น ถูกจัดอันดับให้ไปยืน ท้ายแถว ของ กลุ่มประเทศอาเซียน ถ้าว่า ถ้าประเทศไทย ยังเต็มไปด้วยเรื่อง คอร์รับชั่น จะมีประเทศไหนในโลก ที่จะกล้ามา ลงทุน ในประเทศไทย จะมีก็แต่ กลุ่มทุนจากจีนเทา ที่เข้ามา เพราะ พอใจกับการ คอร์รับชั่น ของ นักการเมือง และ ข้าราชการไทย เพราะงานในการ ติดสินบน เพื่อทำความผิด.....ภาษาใต้เรียกว่า หนักหน้าเข้าทุกวัน สำหรับ เมืองชายแดนไทย-มาเลเซีย ที่ ตำบลสำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งมี ประชาชน ในพื้นที่ แจ้งมาว่า เต็มไปด้วย ตู้เกม หรือ ตู้สล๊อต  ทั้งใน ย่าน บาร์ คาราโอเกะ ที่อยู่ฝั่งขวา ซึ่งเป็นของ กลุ่มทุนชาวมาเลเซีย และ ฝั่งซ้าย ของ ถนนกาญจนวนิชย์ ที่เป็นของ กลุ่มทุนบันเทิง อินเดีย มีการ ตั้งตู้สล๊อตเป็น 100   ซึ่งต้องถาม นายอำเภอสะเดา ที่เป็นฝ่ายปกครอง และ ผกก.สภ.สะเดา ที่เป็นฝ่าย กฎหมาย ว่า ตู้สล๊อต เหล่านี้เป็นเรื่อง ผิดกฎหมาย หรือไม่ และ อีกเรื่องคือ เรื่องของ ยาเสพติด ใน เมืองเศรษฐกิจ ชายแดนไทย-มาเลเซีย แห่งนี้ ที่ นับวันยิ่ง ระบาดมากขึ้น โดยเฉพาะ สถานบันเทิงทุกแห่ง คือแหล่งการ ขายยา และ เสพยา เรื่องนี้ต้อง ฝากไปถึง รัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการสงขลา ที่น่าจะ ย่อง ลงพื้นที่ เพื่อไปดูด้วย สองตา ของตนเอง ไม่ใช่ นั่งฟังแต่รายงานของ ลูกน้อง..... กลับมาที่เรื่องของ ไฟใต้  จับตาที่ จ.นราธิวาส ที่ หลังจากมีการ แต่งตั้งให้ พล.ต.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 เป็น ผบ.ฉก.นราธิวาส มีการ ปรับย้าย ทหาร จำนวนมาก ในพื้นที่  โดยนำเอา ทหารจาก กองทัพภาคที่ 1 เข้ามา ปฏิบัติการ ในพื้นที่ ซึ่งกลายเป็นว่า ใน พื้นที่ของ จ.นราธิวาส มีทั้ง ทหารเขียว จาก กองทัพภาคที่ 1 และ ทหาร จาก กองทัพภาคที่ 4 ปฏิบัติการ อยู่ในพื้นที่ และมีความ แตกแยก ที่ไม่ ผสมกลมกลืนกัน โดยเฉพาะ ยุทธวิธี ที่มีการใช้ เฮลิคอปเตอร์ กันชิพ ขึ้นไป ลาดตระเวน  และ ยิงกราด พร้อม ทิ้งระเบิด ในพื้นที่ เทือกเขาต่างๆ เช่น เทือกเขาตะเว  ที่ เชื่อว่า กองกำลังติดอาวุธ มีการ เคลื่อนไหว  ทำให้ สวนยาง ในหลายพื้นที่ได้รับความเสียหาย ที่ สำคัญ ชาวบ้าน หวาดกลัว ไม่กล้าไป กรีดยาง และ ทำมาหากิน ในพื้นที่ ซึ่งมีการ ยิง และ ทิ้งระเบิด ..... ประเด็นสำคัญ พื้นที่ของ จ.นราธิวาส ไม่ใช่พื้นที่แบบเดียวกับ ชายแดน กัมพูชา ที่ เป็นการ ต้อสู้ เพื่อ รุกล้ำ ดินแดน แต่ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นเรื่องของการ แบ่งแยกดินแดน กองกำลังติดอาวุธ ของ บีอาร์เอ็น เป็น สงครามกองโจร มี ประชาชนเป็น แนวร่วม มี หมู่บ้านเข้มแข็ง เป็น เกราะกำบัง  ยุทธวิธี ที่ใช้ เฮลิคอปเตอร์ ติดปืนกล กราดยิง และ ทิ้งระเบิด ไม่ได้สร้างความ เสียหาย ให้กับ กองกำลังของ บีอาร์เอ็น ที่เป็น กองกำลัง กลุ่มเล็กๆ เคลื่อนไหวไม่เกิน 5 คน 10 คน ยุทธวิธีเช่นนี้ คือการ สิ้นเปลือง งบประมาณ โดยใช่เหตุ และไม่ได้ทำให้ กองกำลังติดอาวุธ เกิดความสูญเสียที่เกิดเกิดขึ้นแล้ว หลังการใช้ ยุทธวิธี ดังกล่าว คือ ประชาชน ในพื้นที่ ซึ่ง ไม่พอใจ และ ไม่เห็นด้วย กับ วิธีการของ ผบ.ฉก. นราธิวาส กลายเป็น แนวร่วม ของ บีอาร์เอ็นไป โดย ปริยาย กลายเป็นว่า แทนที่จะ สร้างความเสียหายให้กับ บีอาร์เอ็น กลับเป็นการ สร้างความเข้มแข็ง ให้กับ บีอาร์เอ็น.....และทำให้ กองกำลังติดอาวุธ มีการ ตอบโต้ จนกลายเป็นความ รุนแรง และความ เสียหาย เช่นการ ซุ่มยิง วางระเบิดแสวงเครื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 31 มีนาคม  ปลัดอำเภอ และภรรยา เสียชีวิตที่ อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 1 เมษายน การเผาเครื่องจักรกลของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ที่ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่องกลางดึกวันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้น  ...... สิ่งที่ ประชาชน ต้องการเห็น คือเรื่องของการ ป้องกันเหตุ เพื่อ ลดความรุนแรง เพื่อ ลดความสูญเสียของ เจ้าหน้าที่รัฐ สร้างความ สงบสุขให้เกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อให้ ประชาชน ใช้ชีวิตได้อย่าง ปกติสุข แต่เรื่องการ ป้องกันเหตุ กลายเป็นความ ล้มเหลว ของ ฉก. นราธิวาส ที่ไม่เคย ป้องกันเหตุ ที่เกิดจากการ ปฏิบัติการของ กองกำลังติดอาวุธ บีอาร์เอ็น ได้แม้แต่ครั้งเดียว ดังนั้นการ เปลี่ยน นโยบาย ในการ นำ กำลังทหาร จาก กองทัพภาคที่ 1 มา ปฏิบัติการในพื้นที่ จ.นราธิวาส และการใช้ ความรุนแรง เพื่อ ตอบโต้ ความรุนแรง ที่ทำอยู่ จึงไม่ใช่ แนวทางที่ถูกต้อง เรื่องนี้ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์  ผบ.ทบ. ซึ่งเป็นผู้ ส่ง พล.ต. ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ไป แก้ปัญหา ความไม่สงบ ที่ จ.นราธิวาส ต้อง รับผิดชอบ และ พิจารณาว่าจะ เดินหน้า ใช้ความรุนแรงต่อไป หรือจะ ทำอย่างไร สถานการณ์ความ รุนแรง และความไม่สงบ ใน นราธิวาส จึงจะ เบาบางลง.....สำหรับ คดี ที่ มือปืน กราดยิง รถยนต์ของ.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ  สส.เขต 5 จ.นราธิวาส ที่ หน้าบ้านพัก อ.บาเจาะ เมื่อ วันที่ 20 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ตำรวจ ภายใต้การนำของ พล.ต.ต.ประยงค์ โครตสาขา ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ก็ สามารถ ปิดคดีลงได้ ด้วยการจับกุม คนร้าย 2 จาก 4 คน ได้แล้ว ซึ่งเป็น อดีต นายทหารนาวิโยธิน และ ลูกชาย สองอีก 2 คน  ที่ หลบหนี อยู่ คงไม่เกินความ สามารถ ของ ตำรวจ สำหรับ สาเหตุการยิงถล่มด้วยอาวุธสงคราม  เชื่อว่าเป็นหมายของ คนร้าย คือ ตำรวจติดตาม สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ หรือ ทนาย แวยูแฮ เพราะ ในคืนนั้น ถ้า เป้าหมาย เป็น สส.แวยูแฮ  ทำไม กระสุนปืนจาก เอ็ม 16 ทั้ง 2 กระบอก คงไม่ เกาะกลุ่ม เฉพาะ ตอนหน้าของรถยนต์ ปัญหาของ ตำรวจ คือ ณ วันนี้ ได้ตัวของ 2 ผู้ต้องสงสัย แล้วก็จริง แต่ยังไม่พบ รถยนต์ และ ปืนสงคราม ที่ใช้ในการทำผิด.....

ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์


โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top