533.jpg
กอ.รมน. ภาค 4 แจงปมรถเอี่ยวเหตุยิง สส. ไม่ป้องคนผิด

กอ.รมน. ภาค 4 แจงปมรถเอี่ยวเหตุยิง สส. ไม่ป้องคนผิด

วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.06 น.

วันนี้ 3 เมษายน 2569 พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกฯ ระบุว่าขณะนี้ได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเบื้องต้นแล้ว ส่วนรายละเอียดเชิงลึกยังเปิดเผยไม่ได้เพราะอยู่ในขั้นตอนสืบสวนของตำรวจ ทั้งนี้ขอยืนยันว่า กอ.รมน. พร้อมให้ความร่วมมือทางกฎหมายอย่างเต็มที่ หากพบว่ามีกำลังพลหรือหน่วยงานในสังกัดเกี่ยวข้อง จะดำเนินการลงโทษอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีการปกป้อง เพื่อความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน

กอ.รมน. ภาค 4


แถลงการณ์ศูนย์ทนายความมุสลิม (MAC)

เรื่อง กรณีการลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

จากเหตุการณ์ความรุนแรงกรณีคนร้ายลอบยิงนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ อดีตกรรมการศูนย์ทนายความมุสลิม และประธานศูนย์ทนายความมุสลิม ประจำสำนักงานจังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 เหตุเกิดบริเวณหน้าบ้านพักในพื้นที่อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เป็นผู้ทุ่มเททำงานเพื่อความยุติธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด นั้น

เหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นการกระทำที่ร้ายแรงและสะเทือนขวัญอย่างยิ่ง อีกทั้งยังเป็นการคุกคามต่อความปลอดภัยของสมาชิกผู้แทนราษฎร บุคลากรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนบรรยากาศแห่งสันติภาพในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ความคืบหน้าทางคดี ปรากฏทางสื่อมวลชนทุกแขนงที่เสนอต่อสาธารณะ ขณะนี้เจ้าหน้าที่รัฐได้ทำการจับกุมผู้ต้องหา (บางสำนักข่าวใช้คำว่าผู้ต้องสงสัย) ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่สำคัญในกระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตามคดีนี้ยังคงมีประเด็นที่เจ้าหน้าที่จะต้องสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามผู้ที่ร่วมกระทำความผิดและผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังต่อไป ศูนย์ทนายความมุสลิมเห็นว่าการขยายผลอย่างรอบด้านและโปร่งใสเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้เกิดความกระจ่างครบถ้วนในทุกมิติของคดี

ศูนย์ทนายความมุสลิมเป็นองค์กรที่ทำงานด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เป็นบุคลากรสำคัญที่ได้ร่วมขับเคลื่อนภารกิจด้านความยุติธรรมมาอย่างต่อเนื่อง จึงขอแถลงจุดยืนและข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานของรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้

1. การจัดตั้งกลไกไต่สวนข้อเท็จจริงอิสระ (Independent Fact-Finding Mission) : ศูนย์ทนายความมุสลิมขอเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ จัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อไต่สวนข้อเท็จจริงอิสระ และให้รัฐบาลแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและสิทธิมนุษยชนที่เป็นกลาง เพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับมูลเหตุจูงใจและการเชื่อมโยงของกลุ่มอิทธิพลที่อยู่เบื้องหลัง โดยการไต่สวนนี้ต้องเป็นอิสระจากการแทรกแซงของหน่วยงานความมั่นคง ทั้งนี้ เพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรมสูงสุด

2. การยึดถือกระบวนการยุติธรรมทางอาญากระแสหลัก (Standard Criminal Procedure) : จากการเสนอข่าวของสื่อมวลทราบว่า เจ้าหน้าที่รัฐได้ทำการจับกุมผู้ต้องสงสัยตามหมายจับอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘ (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) ศูนย์ทนายความมุสลิมขอคัดค้านการนำตัวผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการควบคุมตัวตามกฎหมายพิเศษ (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และกฎอัยการศึก) เนื่องจากกฎหมายพิเศษดังกล่าวมีกระบวนการ “ซักถาม” ซึ่งกระบวนการดังกล่าวมักนำไปสู่ข้อกังขาเรื่องการซักถามในสถานที่ไม่เปิดเผยและการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน ศูนย์ทนายความมุสลิมจึงขอให้พนักงานสอบสวนที่มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการสืบสวนสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยเคร่งครัดเท่านั้น ซึ่งเชื่อว่าพยานหลักฐานเบื้องต้นที่ใช้ในการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยดังกล่าวเพียงพอที่จะดำเนินคดีอาญาปกติ ประกอบกับผู้ต้องสงสัยให้การปฏิเสธ ทั้งนี้ เพื่อประกันสิทธิ์ในการเข้าถึงทนายความและการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม (Fair Trial)

3. การสืบสวนเชิงลึกเพื่อหาตัวผู้บงการและเครือข่ายผู้สนับสนุน ศูนย์ทนายความมุสลิมขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยกระดับการสืบสวนสอบสวนเพื่อให้ถึงตัว "ผู้ใช้จ้างวาน" และ "ผู้สนับสนุนการก่อเหตุ" เพื่อให้ได้ตัวผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ไม่ควรหยุดเพียงแค่การจับกุมผู้ปฏิบัติการ (มือปืน) โดยต้องใช้พยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสื่อสาร เพื่อระบุตัวตนผู้บงการที่แท้จริงมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อมิให้เกิดวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิด (Impunity) ขึ้นในพื้นที่

4. มาตรการคุ้มครองความปลอดภัยแก่นักปกป้องสิทธิมนุษยชนและผู้แทนราษฎร ส่วนนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เคยทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุยชน สภาผู้แทนราษฎร เป็นบุคลากรสำคัญที่ได้ร่วมขับเคลื่อนภารกิจด้านความยุติธรรมมาอย่างต่อเนื่อง รัฐต้องมีมาตรการเชิงรุกในการคุ้มครองความปลอดภัยแก่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อให้บุคลากรเหล่านั้นสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบและสะท้อนปัญหาของประชาชนได้โดยปราศจากความหวาดกลัวจากการข่มขู่คุกคามด้วยอาวุธ

ศูนย์ทนายความมุสลิมขอส่งความห่วงใยและกำลังใจไปยังนายกมลศักดิ์ลีวาเมาะ และครอบครัว รวมทั้งผู้ติดตามที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย ขอให้สุขภาพจิตและสุขภาพร่างกายฟื้นตัวโดยเร็ววัน เพื่อให้สามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนต่อไป

ศูนย์ทนายความมุสลิมจะติดตามความคืบหน้าของคดีนี้อย่างใกล้ชิด โดยตั้งคณะทำงานในการติดตามจนกว่าความจริงจะปรากฏ และผู้กระทำความผิดทั้งหมดจะได้รับโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความศักดิ์สิทธิ์ของกระบวนการยุติธรรม และส่งเสริมสันติภาพที่ยั่งยืนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภายใต้ต่อไป

กอ.รมน. ภาค 4

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top