วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569
วันที่ 9 เมษายน 2569 ตามนโยบายเข้มงวดกวดขันการลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การอำนวยการของ ผบช.ก., ผบก.ปทส., กรมสอบสวนคดีพิเศษ และนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผู้อำนวยการสำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า, นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) โดยมีชุดปฏิบัติการนำโดย พ.ต.ท.เอนก นาคธร รอง ผกก.4 บก.ปทส. พร้อมด้วย นายพลวีร์ บูชาเกียรติ ผอ.ส่วนปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่าและ ผอ.ศูนย์ข่าวกรองอาชญากรรมสัตว์ป่า ร่วมกับนายนาวี ช้างภิรมย์ หัวหน้าชุดเหยี่ยวดง หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่าแม่สอด สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) และสำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 3 (ภาคเหนือ) สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และตำรวจ กก.4 บก.ปทส. วางแผนล่อจับกุมขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติกลางลานจอดรถห้างสรรพสินค้าใน อ.แม่สอด จ.ตาก ควบคุมตัวนายซอ และนางขิน ชาวเมียนมา รวม 2 ราย ยึดของกลาง “ลูกเสือดำ”เตรียมลักลอบส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
โดยปฏิบัติการครั้งนี้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 6 เมษายน หลังได้รับแจ้งเบาะแสการขนส่งสัตว์ป่าคุ้มครองผ่านบริษัทขนส่งเอกชนในพื้นที่ กทม. โดยแจ้งว่าเป็น “แมว” แต่เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็น “ลูกเสือดำ” ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองหายาก คาดว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุน “จีนเทา” เจ้าหน้าที่จึงใช้เทคนิคการสืบสวนแบบมีการควบคุม (Control Delivery) เพื่อขยายผลถึงตัวการที่สั่งการขนส่ง โดยนัดหมายส่งมอบเสือดำ ที่ลานจอดห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน อ.แม่สอด จ.ตาก

โดย เมื่อช่วงเช้า วันนัดหมายคือ 8 เมษายน เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่พบรถยนต์ TOYOTA LANDCRUISER ทะเบียนต่างชาติ มีชายและหญิงชาวเมียนมา รวม 2 ราย ลงมารับมอบกรงเสือดำ เพื่อเตรียมนำข้ามพรมแดนไปยังประเทศเมียนมา เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที พร้อมยึดรถยนต์และโทรศัพท์มือถือไว้เป็นหลักฐาน
เจ้าหน้าที่ขยายผลพบว่าขบวนการดังกล่าวทำงานเป็นเครือข่ายใหญ่ มีผู้บงการกระจายตัวทั้งในเวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา โดยใช้การติดต่อผ่าน Facebook เพื่อหาคนรับช่วงส่งต่อจากชายแดนกัมพูชา ผ่านไทย มุ่งหน้าสู่ปลายทางที่ชเวโก๊กโก่ ประเทศเมียนมา
เบื้องต้นแจ้งข้อหา ตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562มาตรา 17 “ร่วมกันมีสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” และเตรียมขยายผลตามมาตรา 23 กรณีการนำเข้า-ส่งออกสัตว์ป่าผิดกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้มอบหมายให้ทั้ง 3 หน่วยงานดำเนินการสืบสวนขยายผล เพื่อนำตัวผู้เกี่ยวข้องทั้งต้นทางและปลายทางมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สำหรับ “ลูกเสือดำ” ของกลาง ได้ขออนุมัติ พนง.สอบสวน เพื่อขอส่งมอบไปยังศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 (ประทับช้าง) จ.ราชบุรี เพื่อรับไปดูแลและฟื้นฟูสุขภาพอย่างใกล้ชิดตามระเบียบต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี