วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569
กรมชลประทาน เปิดประชุมปัจฉิมนิเทศ “โครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลางในเขตจังหวัดแพร่” รับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ โดยมี นายคุณากร คชหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายปรัชญา ฉายวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา ด้านวางแผน ผู้แทนกรมชลประทาน นายพรมงคล ชิดชอบ ผู้อำนวยการกองพัฒนาการบริหารจัดการน้ำและการมีส่วนร่วม นายอัสนี จารุชาต ผู้อำนวยการโครงการชลประทานแพร่ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนกลุ่มผู้ใช้น้ำ ร่วมรับฟัง ณ โรงแรมอมรรักษ์ 2 ตำบลในเวียง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ จากนั้นคณะเดินทางร่วมกิจกรรมสื่อสัญจร รับฟังบรรยายสรุปข้อมูลการปรับปรุง ในพื้นที่โครงการนำร่อง คือ อ่างเก็บน้ำแม่มาน ตำบลหัวฝาย อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ อีกด้วย
สืบเนื่องจากในปัจจุบัน โครงสร้างอาคารชลประทานและระบบระบายน้ำในจังหวัดแพร่ เริ่มไม่สามารถรองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งจากการขยายตัวของชุมชน การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทำให้ต้องเผชิญกับปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง กรมชลประทานจึงได้ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ครอบคลุมครบทุกมิติ
นายปรัชญา ฉายวัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโยธา ด้านวางแผน ผู้แทนกรมชลประทาน เปิดเผยว่า โครงการศึกษาความเหมาะสมการปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลางในเขตจังหวัดแพร่ มีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อจัดทำแผนหลักการบริหารจัดการน้ำจังหวัดแพร่ และศึกษาความเหมาะสมในการปรับปรุงโครงการชลประทานขนาดกลางในเขตจังหวัดแพร่ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันและติดตามผลกระทบ รวมถึงการนำระบบชลประทานอัจฉริยะ Smart Irrigation และการปรับตัวโดยอาศัยระบบนิเวศ EbA มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต การประชุมปัจฉิมนิเทศในวันนี้ จึงเป็นการนำเสนอสรุปผลการศึกษาตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา เพื่อรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน ซึ่งจะนำไปสู่การปรับปรุงรายละเอียดโครงการ ให้มีความสมบูรณ์ สามารถตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดแพร่ได้อย่างแท้จริง
ด้าน นายพรมงคล ชิดชอบ ผู้อำนวยการกองพัฒนาการบริหารจัดการน้ำและการมีส่วนร่วม กล่าวว่า การศึกษาครั้งนี้ครอบคลุมแผนหลักแหล่งน้ำรวม 49 แห่ง ประกอบด้วยอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 10 แห่ง และอ่างเก็บน้ำตามพระราชดำริ 39 แห่ง โดยจัดกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปฐมนิเทศและการประชุมกลุ่มย่อยรวม 7 เวที เพื่อรวบรวมความคิดเห็นจากผู้ใช้น้ำในพื้นที่ จากนั้นได้คัดเลือกโครงการที่มีความซับซ้อนด้านวิศวกรรมจำนวน 8 โครงการ เพื่อศึกษาความเหมาะสมเชิงลึก พร้อมจัดประชุมกลุ่มย่อยโครงการละ 2 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 16 เวที เพื่อให้ข้อมูลรอบด้านและรับฟังข้อเสนอแนะอย่างละเอียด ทั้งนี้การจัดประชุมปัจฉิมนิเทศในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมชลประทาน ในการนำเสียงของประชาชนมาปรับปรุงแผนงานให้ตรงกับความต้องการของพื้นที่มากที่สุด เพื่อให้การพัฒนาแหล่งน้ำเกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืนต่อพี่น้องประชาชนในระยะยาว
ส่วน นายอัสนี จารุชาต ผู้อำนวยการโครงการชลประทานแพร่ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อเทคโนโลยีถูกนำมาผสานเข้ากับการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ Smart Irrigation จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนวิกฤตให้กลายเป็นโอกาส สู่การวางแผนระบายน้ำและพร่องน้ำล่วงหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยง ก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้นจริง และเมื่อโครงการแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ จังหวัดแพร่จะมีปริมาณน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้นกว่า 37 ล้านลูกบาศก์เมตร น้ำทุกหยดจะกลายเป็นความมั่นใจของเกษตรกร ที่ไม่ต้องเผชิญกับคำว่าขาดแคลนน้ำอีกต่อไปในฤดูแล้ง พื้นที่ชลประทานที่ขยายเพิ่มกว่า 8,000 ไร่ ไม่เพียงเปิดโอกาสให้เกษตรกรปลูกพืชได้หลากหลาย แต่ยังหมายถึงรายได้ที่มั่นคง และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากวันนี้สู่วันข้างหน้าน้ำจะไม่ใช่ความเสี่ยงอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นพลังที่หล่อเลี้ยงชีวิต และขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี