วันเสาร์ ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569
เชียงใหม่อันดับ1
มลพิษสูงสุดโลก
แม่ฮ่องสอนจมฝุ่น
จุดความร้อนพุ่ง
เชียงใหม่ ดัชนีคุณภาพอากาศแย่พุ่งขึ้นอันดับ 1 ของโลกส่งผลต่อสุขภาพ-เศรษฐกิจ ส่วนฝุ่นพิษในแม่ฮ่องสอนยังหนักต่อเนื่อง กระทบสุขภาพประชาชน ด้านศูนย์ฯแก้ปัญหามลพิษ เผย 39 จังหวัด ค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน
เมื่อวันที่ 10 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เทศบาลนครเชียงใหม่ ประเทศไทย ถูกจัดอันดับให้เป็นเมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดในโลก ด้วยค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) สูงถึง 176 แซงหน้าเมืองใหญ่อื่นๆ ในเอเชียและตะวันออกกลาง สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางฤดูร้อนและปัญหาหมอกควันที่รุนแรงขึ้นทุกปี ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพประชาชน การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจในภาคเหนือของไทย ซึ่งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกำลังเร่งหาแนวทางรับมืออย่างเร่งด่วน
ข้อมูลจากแพลตฟอร์มตรวจสอบคุณภาพอากาศระดับโลก เผยให้เห็นว่าเทศบาลนครเชียงใหม่ มีค่า AQI พุ่งสูงถึง 176 ซึ่งจัดอยู่ในระดับ’ไม่ดีต่อสุขภาพ’ (Unhealthy) และขึ้นแท่นอันดับ 1 ของเมืองที่มีมลพิษสูงสุดทั่วโลก โดยมีเมืองใหญ่อื่นๆ ตามมาติดๆ อาทิ ริยาด (ซาอุดีอาระเบีย) AQI 167, ลาฮอร์ (ปากีสถาน) AQI 165, ธากา (บังกลาเทศ) AQI 157 และเดลี (อินเดีย) AQI 155 ซึ่งล้วนเป็นเมืองที่ประสบปัญหาฝุ่นพิษเป็นประจำ การที่เชียงใหม่ ขึ้นมาอยู่ในอันดับสูงสุด สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งและฤดูการเผา
ด้านศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าฯ จ.แม่ฮ่องสอน รายงานจุดความร้อน (Hotspot) จากดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS พบจุดความร้อน 460 จุด โดยพื้นที่ซึ่งมีจุดไฟป่ามากที่สุดคือ อ.แม่สะเรียง 142 จุด รองลงมาคือ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน 107 จุด ขณะที่เว็บไซด์ NTAQHI ดัชนีอากาศเพื่อสุขภาพชาวเหนือ รายงานว่าฝุ่น PM2.5 สูงสุดในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน เป็นอันดับ 1 ของภาคเหนือ ที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.แม่ฮ่องสอน วัดได้ 231.2 มคก./ลบ.ม.
ทั้งนี้ ในส่วนของ อ.แม่สะเรียง สถานการณ์ไฟป่ายังหนักหน่วงต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ต้องเร่งควบคุมไฟป่า ป้องกันไม่ให้ลุกลามไปยังบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ติดกับผืนป่า โดยมีการร้องขอเฮลิคอปเตอร์ เพื่อบินดับไฟป่า และอยู่ระหว่างการดำเนินการเนื่องจากพื้นที่ อ.ปาย และ อ.เมือง มีเฮลิคอปเตอร์ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง แต่ไฟป่ายังไม่สามารถควบคุมได้เบ็ดเสร็จ
ส่วนศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศภาพรวมปริมาณฝุ่น PM2.5 ในประเทศ พบเกินค่ามาตรฐาน 39 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ จ.น่าน จ.แม่ฮ่องสอน จ.พะเยา จ.ลำพูน จ.ลำปาง จ.แพร่ จ.อุตรดิตถ์ จ.พิษณุโลก จ.ตาก จ.กำแพงเพชร จ.พิจิตร จ.เพชรบูรณ์ จ.นครสวรรค์ จ.อุทัยธานี จ.ชัยนาท จ.สิงห์บุรี จ.ลพบุรี จ.สระบุรี จ.อ่างทอง จ.สุพรรณบุรี จ.สมุทรสงคราม จ.บึงกาฬ จ.หนองคาย จ.เลย จ.อุดรธานี จ.นครพนม จ.หนองบัวลำภู จ.สกลนคร จ.มุกดาหาร จ.ขอนแก่น จ.กาฬสินธุ์ จ.มหาสารคาม จ.ร้อยเอ็ด จ.อำนาจเจริญ จ.ชัยภูมิ จ.ยโสธร และ จ.อุบลราชธานี
ทั้งนี้ ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 24.4-240.3 มคก./ลบ.ม.สูงสุดลำดับที่ 1.แม่ฮ่องสอน 96.7-244.1 มคก./ลบ.ม. 2.เชียงใหม่ 66.3-134.4 มคก./ลบ.ม. 3.น่าน 91.0-132.1 มคก./ลบ.ม. 4.ลำพูน 74.5-106.4 มคก./ลบ.ม. 5.เชียงราย 67.1-95.4 มคก./ลบ.ม. 6.พะเยา 94.0 มคก./ลบ.ม. 7.พิษณุโลก 93.3 มคก./ลบ.ม. 8.ลำปาง 68.6-72.2 มคก./ลบ.ม. 9.แพร่ 70.8 มคก./ลบ.ม. 10.ตาก 58.2 มคก./ลบ.ม. 11.พิจิตร 57.2 มคก./ลบ.ม. 12.อุทัยธานี 55.2 มคก./ลบ.ม. 13.กำแพงเพชร 55.7 มคก./ลบ.ม. 14.เพชรบูรณ์ 53.9 มคก./ลบ.ม. 15.นครสวรรค์ 48.7 มคก./ลบ.ม. 16.อุตรดิตถ์ 37.5 มคก./ลบ.ม. 17.สุโขทัย 22.8 มคก./ลบ.ม.
สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 26.6-125.0 มคก./ลบ.ม. ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐาน 7 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 25.2-54.8 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 18.8-33.1มคก./ลบ.ม.และภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 12.7-17.9 มคก./ลบ.ม.ขณะที่ กทม.และปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร พบว่าภาพรวมของสภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ตรวจวัดได้ 18.9-35.7 มคก./ลบ.ม.
วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศล่วงหน้า 7 วัน (11–15 เมษายน 2569) ประเทศไทยยังคงมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดโดยทั่วไป กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน และมีฝนน้อย เนื่องจากความกดอากาศต่ำ ความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ขณะที่ลมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดปกคลุมประเทศไทย
สำหรับภาคใต้ ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง โดยมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน เนื่องจากลมฝ่ายตะวันตกพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังอ่อน ตลอดช่วง
ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนถึงร้อนจัด หลีกเลี่ยงการทำงานหรือการประกอบกิจกรรมในที่โล่งแจ้งเป็นระยะเวลานาน รวมทั้งระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง และลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ตลอดช่วง
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี