533.jpg
ดีเอสไอเริ่มสอบอังคารนี้ 8บ.เรือน้ำมัน เผยเจอ12ลำมีพิรุธเพียบ

ดีเอสไอเริ่มสอบอังคารนี้ 8บ.เรือน้ำมัน เผยเจอ12ลำมีพิรุธเพียบ

วันอังคาร ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ดีเอสไอเริ่มสอบอังคารนี้

8บ.เรือน้ำมัน

เผยเจอ12ลำมีพิรุธเพียบ

ปมดีเซลหาย60ล้านลิตร

ดีเอสไอ เดินหน้าสอบ 8 บริษัท เรือ 12 ลำ ทำน้ำมันล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ธานี 60 ล้านลิตร อังคารนี้ ส่วนคลังน้ำมันอ่างทอง รอคิวต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พันตำรวจตรี วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 59/2569 พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้เข้าร่วมประชุมกับคณะพนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามข้อบังคับของคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.)


การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับทราบข้อเท็จจริงและร่วมกันตรวจสอบสำนวนการสอบสวนตลอดจนสรรพพยานหลักฐานต่างๆ ที่ได้ดำเนินการรวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ ก่อนที่จะมีการส่งมอบและรับเป็นคดีพิเศษอย่างเป็นทางการ เพื่อให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษนำสำนวนดังกล่าวไปดำเนินการสอบสวนตามอำนาจหน้าที่ต่อไป

สำหรับความคืบหน้าของการสืบสวนคดีในเบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสอบสวนพยานบุคคลไปแล้วจำนวน 4 ปาก พร้อมทั้งรวบรวมเอกสารและพยานหลักฐานจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานีในฐานะผู้กล่าวหา รวมถึงบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องในคดีไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ยืนยันว่าภายหลังจากการรับมอบสำนวนคดีและการส่งมอบพยานหลักฐานเสร็จสิ้นสมบูรณ์ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะเร่งเดินหน้ากระบวนการสอบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่องในทันที เพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรัดกุม โปร่งใส และสามารถนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายได้อย่างรวดเร็วที่สุด

พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยว่ากรณีที่พบข้อมูลของเรือวิ่งขนส่งน้ำมันกลางทะเลสุราษฎร์ธานีผิดปกติ จำนวน 12 ลำ (20 เที่ยวเรือ) โดยมีเจ้าของบริษัทเรือทั้งหมด 8 บริษัท ซึ่งเกี่ยวข้องกับการประวิงเวลา ชะลอการขนส่งน้ำมัน จนส่งผลให้มีน้ำมันล่องหนกลางทะเลสุราษฎร์ธานี ประมาณ 57-60 ล้านลิตรนั้น จากรายงานข้อมูลการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบว่าโรงกลั่นน้ำมันในพื้นที่ภาคตะวันออก มีส่วนเกี่ยวข้องกับการชะลอของเรือขนส่งน้ำมันในสุราษฎร์ธานีแต่อย่างใด เนื่องด้วยทางโรงกลั่นได้มีการจัดส่งน้ำมันให้เรือขนส่งน้ำมันจริง

ทั้งนี้ ได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นำโดยกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ได้มีการออกหนังสือเชิญบริษัทเจ้าของเรือทั้ง 8 บริษัท ซึ่งเป็นเจ้าของเรือทั้ง 12 ลำ (20 เที่ยวเรือ) เข้าให้ปากคำชี้แจงในฐานะพยาน ที่ กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ชั้น 10 ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เนื่องจากในคดีการกักตุนน้ำมัน พบความผิดปกติในการขนส่งน้ำมันทางเรือ จำนวน 20 เที่ยวเรือ ด้วยเรือ 12 ลำ (จาก 8 บริษัท) ที่เเล่นเข้ารับน้ำมันจากโรงกลั่นในพื้นที่ภาคตะวันออกไปยังคลังน้ำมันใน จ.สุราษฎร์ธานี ก่อนพบว่ามีน้ำมันหายกลางทะเล จ.สุราษฎร์ธานี ประมาณ 57-60 ล้านลิตร โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะเริ่มต้นสอบสวนปากคำตั้งแต่วันอังคารที่ 21 เม.ย. 69-23 เม.ย. 69 ซึ่งประเด็นที่จะใช้ในการสอบถาม อาทิ การประกอบธุรกิจของบริษัทเป็นมาอย่างไร ใบกำกับการขนส่งน้ำมันทางเรือ มีความเกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันทางเรืออย่างไร เป็นต้น

ส่วนการตรวจสอบ คลังน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดอ่างทองและพบพฤติกรรมครอบครองน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมากโดยไม่มีใบกำกับการขนส่งมาแสดง รวมทั้งเจ้าหน้าที่ยังได้มีการเก็บตัวอย่างน้ำมันเพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำมัน และดำเนินคดีอาญาในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงไปแล้ว

และได้ 1.ถังที่อายัด ถัง TD2 ดีเซล B7 วัดได้ 102.2 ซม เป็นจำนวน 102,412 ลิตร 2.ถังที่อายัด ถัง TS4 เบนซิน แก๊สโซฮอล์ 95 วัดได้ 96.8 ซม. เป็นจำนวน 140,879 ลิตร 3.ถัง ถังที TD3 (ไม่ได้ใช้งาน) เป็นดีเซล B7 วัดได้ 27 ซม. จำนวน 51,640 ลิตร 4.เก็บตัวอย่าง ถัง TD1 ดีเซล B7 ไร วัดได้ 222.3 ซม. จำนวน 291,250 ลิตร 5.เก็บตัวอย่าง ถัง TS5 เบนซิน แก๊สโซฮอล์ 91 วัดได้ 40.2 ซม. จำนวน 64,997 ลิตร ส่วนหลังจากนี้คณะพนักงานสืบสวนกองคดีคุ้มครองผู้บริโภคจะได้ประสานกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ในรายละเอียดเรื่องการรับมาทำการสอบสวนภายใต้ พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 ต่อไป

พ.ต.ต.ยุทธนา เผยต่อว่า ส่วนขั้นตอนถัดไปหากดีเอสไอได้รับโอนสำนวนจากตำรวจ ปคบ. ก็จะเริ่มต้นด้วยการออกหมายเรียกพยาน เชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในพฤติการณ์ทางคดีเข้าชี้แจงกับคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ แม้ว่าบุคคลดังกล่าวจะไม่ได้ปรากฏรายชื่อในสัดส่วนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ก็ตาม ซึ่งประเด็นที่จะสอบสวนเพิ่มเติม ก็คือการขยายประเด็นไปยังกลุ่มบุคคลที่มีบทบาทเข้ามาเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด หรือการเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิด ซึ่งจะไม่เน้นแค่เฉพาะเรื่องการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงเท่านั้น แต่หากมีเรื่องผลตรวจสอบคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงของบริษัทฯ แล้วพบว่ามีการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นกี่ถังก็ตาม ดีเอสไอก็จะได้ดำเนินการทางคดีเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top