533.jpg
องคมนตรีเป็นประธานการประชุมสามัญประจำปี 2569 มูลนิธิฝนหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์

องคมนตรีเป็นประธานการประชุมสามัญประจำปี 2569 มูลนิธิฝนหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์

วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.52 น.

วันที่ 23 เมษายน 2569 เวลา 13.30 น. พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานกรรมการมูลนิธิฝนหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานการประชุมสามัญประจำปี 2569 มูลนิธิฝนหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ ห้องประชุมเทวกุล กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ซึ่งเป็นการประชุมประจำปี เพื่อรับทราบถึงการดำเนินงานของมูลนิธิในรอบปีที่ผ่านมา สำหรับวาระในปีนี้ ประกอบด้วย การบริจาคเงินโดยบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้บริจาคไปแล้วเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 สำหรับการก่อสร้างโรงผลิตสารฝนหลวง (น้ำแข็งแห้ง) ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติการฝนหลวง และการบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 และการพิจารณาการดำเนินงานประจำปี เรื่องการแต่งตั้งรองประธานกรรมการมูลนิธิฝนหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ แทนนายจรัลธาดา กรรณสูต อดีตองคมนตรี รองประธานกรรมการมูลนิธิฯ ที่ได้ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 การพิจารณาจัดหาตู้คอนเทนเนอร์สำนักงานเคลื่อนที่สำหรับการปฏิบัติการฝนหลวง ในพื้นที่หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งยังไม่มีอาคารถาวรเพื่อใช้เป็นสถานที่ทำการชั่วคราวของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยปฏิบัติการของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร การพิจารณาจัดหาเครื่องพ่นสารจากพื้นสู่ก้อนเมฆ ณ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองบึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากงานวิจัยของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในการปฏิบัติการฝนหลวงขั้นตอนการเลี้ยงเมฆให้อ้วนโดยการเผาไหม้ของสารฝนหลวงชนิดพลุสารดูดความชื้น ให้ควันของสารลอยขึ้นสู่ฐานเมฆ เพื่อเพิ่มอุณหภูมิในก้อนเมฆและเร่งกระบวนการรวมตัว ทำให้เมฆพัฒนาตัวให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และทำให้เกิดเป็นฝนในพื้นที่เป้าหมาย


นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการจัดหาเครื่องพ่นสารจากพื้นสู่ก้อนเมฆนั้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติการฝนหลวงในเขตเงาฝน ที่มีข้อจำกัดด้านการบิน โดยโครงการอ่างเก็บน้ำคลองบึง ตั้งอยู่ในพื้นที่รับน้ำของลุ่มน้ำย่อย กลุ่มลำน้ำในอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ ถึงอำเภอบางสะพาน ที่บริเวณหัวงานมีสภาพภูมิประเทศเป็นลำห้วยที่ไหล ระหว่างที่ราบ เนินเขา ณ จุดที่ตั้งหัวงานอ่างเก็บน้ำ ความยาวลำน้ำจากต้นน้ำ ถึงจุดที่ตั้งอ่างเก็บน้ำ 21 กิโลเมตร ความลาดเทของลำน้ำ บริเวณหัวงานประมาณ 1 : 94 สภาพพื้นที่ลุ่มน้ำมีความลาดเท จากทิศตะวันตกไปสู่ทิศตะวันออก ลำน้ำสายหลักของโครงการคือ ลำห้วยวังเป้า และลำห้วยน้ำโจนมีพื้นที่รับน้ำ จำนวน 84,375 ไร่ พื้นที่ชลประทาน จำนวน 16,960 ไร่ (ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์) และขณะนี้ได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่ และขออนุญาตติดตั้งอุปกรณ์ฯ แล้ว โดยการเติมน้ำต้นทุนในเขื่อนดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม และขอย้ำกับพี่น้องประชาชนอีกครั้งว่างานในโครงการพระราชดำริฝนหลวง ที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้สานต่อเป็นงานที่มีความสำคัญต่อประชาชนอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นช่วงแล้ง หรือในช่วงที่บางพื้นที่ของประเทศประสบปัญหามลพิษ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หมอกควัน ไฟป่า ก็สามารถช่วยบรรเทาและคลี่คลายได้ ขอให้ประชาชนทุกคนเชื่อมั่นในการทำงานของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ในการปฏิบัติภารกิจสนองพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ราษฎร

- 006

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top