วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในนามตัวแทนคณะผู้บริหาร ข้าราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทุกภาคส่วน รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสต้อนรับนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโอกาสเดินทางมารับฟังบรรยายสรุปในการแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติในพื้นที่ อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า เกาะพะงันเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวระดับโลกที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจสูง สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติ การครอบครองพื้นที่ในรูปแบบนอมินี การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ ประเด็นผู้มีอิทธิพล ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และวิถีชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น
.jpg)
ตามที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับการเข้ามาของบุคคลต่างด้าว โดยเฉพาะกลุ่มชาวอิสราเอล และชาวต่างชาติบางส่วน ที่เข้ามาพำนักและดำเนินกิจกรรมในลักษณะเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือกระทบต่อความมั่นคง และความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ เช่น การถือครองทรัพย์สินผ่านนอมินี การลักลอบประกอบธุรกิจ การทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต การกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด การเปิดสถานประกอบการโดยผิดกฎหมาย รวมถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยว ในพื้นที่เกาะสมุย และเกาะพะงัน นั้น
จากสถานการณ์ดังกล่าว จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้จัดตั้งคณะทำงานชุดเฉพาะกิจ เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิด กรณีบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อประกอบกิจการหรือดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่ผิดกฎหมาย เมื่อ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๘ และมีการปรับปรุงจัดตั้งคณะทำงานฯ อีกครั้งเมื่อ 27 เมษายน 2569 เพื่อบูรณาการกับหน่วยงานด้านความมั่นคง คณะทำงานมีมติ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 โดยมี มาตรการดำเนินการ แบ่งออกเป็น 3 มาตรการหลัก ดังนี้
.jpg)
1. มาตรการด้านการตรวจสอบการถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และการประกอบธุรกิจของบุคคลต่างด้าว โดยได้ดำเนินตรวจสอบการถือกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการถือครองที่ดินของบุคคลที่มีสัญชาติไทย ที่เข้าข่ายเป็นการถือครองแทนบุคคลต่างด้าว หรือนิติบุคคลต่างด้าวในลักษณะอำพรางหรือนอมินี (Nominee) เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายและตรวจสอบการยื่นขอรับใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร การดำเนินการ ก่อสร้างอาคาร การดัดแปลงอาคาร การรื้อถอนอาคาร หรือการเคลื่อนย้ายอาคาร ดัดแปลง แก้ไข หรือการใช้อาคาร ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ 2522 และกฎกระทรวง หรือข้อบัญญัติท้องถิ่นที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
2. มาตรการด้านการรักษาความมั่นคงภายในและความสงบเรียบร้อย ได้ดำเนินการตรวจสอบพฤติกรรมบุคคลต่างด้าวที่อาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อย ป้องกันและแก้ไขปัญหาบุคคลต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย การอยู่อาศัยเกินระยะเวลาที่กำหนด (Over Stay) ตรวจสอบการทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตหรือผิดประเภทหรืออาชีพและวิชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ และตรวจสอบการประกอบกิจกรรมที่ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรม
.jpg)
3. มาตรการด้านตรวจสอบการเข้ามาในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าว ได้ดำเนินการตรวจสอบการเดินทางเข้าหรือออกราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าวให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ตรวจสอบการจัดทำหรือขึ้นทะเบียนของคนต่างด้าว (Immigration Database) ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และตรวจสอบการพำนัก การต่อวีซ่า และควบคุมการอยู่ในราชอาณาจักรของบุคคลต่างด้าวให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
ผลการปฏิบัติ และบังคับใช้กฎหมาย สามารถบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีทั้งสิ้น 353 คดี แบ่งเป็น พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว 133 คดี, พ.ร.บ.ยาเสพติด 109 คดี, คดีนอมินี 20 คดี, พ.ร.บ.คนเข้าเมือง 29 คดี, พ.ร.บ.โรงแรม 7 คดี และอื่น ๆ เช่น พ.ร.บ.การพนัน, พ.ร.บ.อาวุธปืน, พ.ร.บ.ศุลกากร, เงินตราปลอม จำนวน 55 คดี การดำเนินการเกี่ยวกับคดีนอมินี มีการดำเนินคดีเกี่ยวกับนอมินี ทั้งชาวต่างชาติและชาวไทยจำนวน 21 คดี ครอบคลุมบริษัทในพื้นที่เกาะพะงันหลายแห่ง โดยผู้ถือหุ้นเกี่ยวข้องกับสัญชาติอิสราเอล ฝรั่งเศส รัสเซีย อเมริกัน อิตาลี ยูเครน และชาติอื่น ๆ
.jpg)
การดำเนินการเกี่ยวกับคดีกลุ่มชาวอิสราเอล จำนวน 44 คดี แบ่งเป็น ยาเสพติด 20 คดี, ทำงานของคนต่างด้าว 8 คดี, นอมินี 8 คดี, คนเข้าเมือง 1 คดี, สถานรับเลี้ยงเด็ก 2 คดี และคดีอื่น ๆ เช่น เงินตราปลอม เมาสุรา การพนัน ได้ดำเนินการพิจารณา เพิกถอนวีซ่าบุคคลต่างด้าว ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือเข้าข่ายการกระทำผิดกฎหมาย จำนวน 11 ราย
ทั้งนี้ได้สั่งการให้แต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการ เพื่อดำเนินการตรวจสอบเป้าหมาย โดยให้ที่ทำการปกครองอำเภอบูรณาการร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และมีภาคเอกชนร่วมด้วย จัดตั้งคณะทำงานในการจัดทำข้อมูลเพื่อให้สามารถใช้แพลตฟอร์มข้อมูลได้สะดวกยิ่งขึ้น และจัดตั้งชุดปฏิบัติการต่อต้านข่าวปลอม “Fake News” พร้อมประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนทราบข้อเท็จจริง และผลการปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง การที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่มาเน้นย้ำเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง สแกนการใช้นอมินีอย่างเข้มข้น และปกป้องการทำมาหากินของคนไทย นับเป็นขวัญและกำลังใจสูงสุดของชาวสุราษฎร์ธานี โดยจังหวัดสุราษฎร์ธานีพร้อมที่จะดำเนินงานร่วมกับฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบและแก้ไขปัญหาให้ถูกต้องตามกฎหมาย และยินดีต้อนรับการลงทุนจากต่างชาติที่โปร่งใสและสร้างประโยชน์ให้ประเทศไทย
.jpg)
.jpg)
.jpg)
.jpg)
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี