วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
คลินิกสิ่งแวดล้อม
ลิขสิทธิ์ในภาพข่าวและเนื้อข่าว
ในการสร้างสรรค์ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะงานข่าวนั้นต้องใช้ความพยายามและจังหวะอย่างสูง
ในขณะเดียวกันปัจจุบันมี Content creator จำนวนมากซึ่งนิยม ทำซ้ำ ดัดแปลง ภาพถ่าย วีดีโอ รวมถึงเนื้อหาวิเคราะห์ข่าว และนำลงในช่องของตนเพื่อหารายได้หรือผู้ติดตาม ซึ่งเกี่ยวกับประเด็นภาพและเนื้อหาข่าวจะมีผู้ที่สับสนในข้อกฎหมายอยู่เป็นจำนวนมาก แม้ไม่เกี่ยวกับกฎหมายสิ่งแวดล้อมแต่ผู้เขียนเห็นว่าเป็นประเด็นที่น่าสนใจในช่วงเวลานี้จึงขอหยิบยกเข้ามาในบทความนี้
ประเภทของงานอันมีลิขสิทธิ์มี 9 ประเภท "ตามมาตรา 6 งานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่งานสร้างสรรค์ประเภทวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ หรืองานอื่นใด ในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ ของผู้สร้างสรรค์ไม่ว่างานดังกล่าวจะแสดงออกโดยวิธีหรือรูปแบบอย่างใด"
ซึ่งได้แก่
1. งานวรรณกรรม เช่น หนังสือ บทความ บทกลอน โปรแกรมคอมพิวเตอร์
2. นาฏกรรม เช่น ท่าเต้นท่ารำ ที่ประกอบขึ้นเป็นเรื่องราว
3. ศิลปกรรม เช่น ภาพวาด ภาพถ่าย ภาพพิมพ์
4. ดนตรีกรรม เช่น ทำนองเพลง หรือเนื้อร้องและทำนองเพลง
5. โสตทัศน์วัสดุ เช่น วีซีดี อุปกรณ์บันทึกประเภทอื่น
6. ภาพยนตร์
7. สิ่งบันทึกเสียง เช่น ซีดีเพลง
8. งานแพร่เสียงแพร่ภาพ เช่น รายการโทรทัศน์
9. งานอื่นใดในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์หรือแผนกศิลปะ เช่น การเพ้นท์ศิลปะบนร่างกาย
ประเด็นต่อมาคือประเภทผลงานไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์เป็นไปตามมาตรา 7 สิ่งต่อไปนี้ไม่ถือว่าเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัตินี้
(1) ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะ
เป็นเพียงข่าวสารอันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ
(2) รัฐธรรมนูญ และกฎหมาย
(3) ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำชี้แจง และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง ทบวง กรมหรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่น
(4) คำพิพากษา คำสั่ง คำวินิจฉัย และรายงานของทางราชการ
(5) คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่าง ๆ ตาม (1) ถึง (4) ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือของท้องถิ่นจัดทำขึ้น
สำหรับเกี่ยวกับประเด็นภาพข่าวหรือเนื้อหาข่าว มีข้อที่ต้องพิจารณาคือ หากเป็นภาพถ่าย วีดีโอ สิ่งบันทึกเสียง รวมถึงการถ่ายทอดสดเป็นต้น ถือเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์เสมอ
ส่วนการตีความเกี่ยวกับข้อยกเว้นตามมาตรา 7(1) คือข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสารอันมิใช่งานในแผนกวรรณคดี แผนกวิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลปะ จะต้องเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ได้มีการ วิเคราะห์หรือเรียบเรียงจนมีลักษณะเป็นวรรณกรรม
ดังนั้นการตีความเข้าใจของกฎหมายว่าหากเป็น ข่าวประจำวันเป็นข้อยกเว้นนั้นจึงเป็นการวิเคราะห์หรือการเข้าใจข้อกฎหมายที่ยังคลาดเคลื่อน เนื่องจากในส่วนของภาพถ่ายหรือวีดีโอนั้นเป็นผลงานอันเป็นลิขสิทธิ์อยู่แล้ว อีกทั้งเนื้อหาข่าวที่มีการวิเคราะห์ เรียบเรียงเพิ่มเติมจนมีลักษณะเป็นวรรณกรรม จะไม่ใช่ผลงานที่เข้าข้อยกเว้นอีกด้วย
ในส่วนผลทางกฎหมาย เกี่ยวกับละเมิดลิขสิทธิ์นอกจากจะเป็น ข้อพิพาทในทางแพ่งที่ผู้เป็นเจ้าของผลงานอันมีลิขสิทธิ์จะสามารถเรียกร้องกับผู้ละเมิดได้ในทางแพ่งแล้ว การละเมิดผลงานลิขสิทธิ์ยัง มีโทษทางอาญาตาม พระราชบัญญัติ ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 หมวดที่ 8 มาตรา 69 ถึง 77 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 4 ปีและโทษปรับสูงสุดถึง 800,000 บาท
036
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี