วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
หมอคางดำบุก
โผล่หาดพัทยา
ประมงสั่งด่วน
เร่งกำจัดให้สิ้น
เจ้าหน้าที่ประมงบางละมุง รุดลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุพบปลาหมอคางดำ โผล่ชายหาดพัทยา หลังจากสื่อสังคมออนไลน์เผยแพร่ข้อมูลเหวี่ยงแหจับปลาดังกล่าวได้จำนวนมาก วอนประชาชนช่วยกำจัด ส่วน “วัชระพล” ชี้เป็นการกระจายตัวชั่วคราวตามกระแสน้ำช่วงฤดูฝน มั่นใจไม่กระทบระบบนิเวศ
เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ ‘ตาร์ทชาแนล’ โพสต์ข้อความพร้อมคลิปวิดีโอ หลังจากได้พบปลาหมอคางดำที่เหวี่ยงแหจับมาได้เป็นจำนวนมากบริเวณชายหาดพัทยา จ.ชลบุรี สร้างความแตกตื่นให้กับนักตกปลา นักตกหมึก รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มายืนมุงดูเหตุการณ์โดยนายสตาร์ท อุ่นกาเย็น อายุ 40 ปี เจ้าของคลิปวีดีโอดังกล่าวกล่าวว่า ได้ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับการตกปลาตามสถานที่ต่างๆ และมักจะมาตกหมึกบริเวณชายหาดพัทยาเป็นประจำ ซึ่งล่าสุดได้รับแจ้งจากกลุ่มนักตกปลาด้วยกันว่าพบฝูงปลาหมอคางดำจำนวนมากบริเวณชายหาดพัทยา จึงนำแหมาทดลองจับ ปรากฏว่าในการเหวี่ยงแหจับปลา สามารถจับปลาหมอคางดำ ไว้ได้เป็นจำนวนมาก
นายสตาร์ท กล่าวต่อว่า รู้สึกกังวลเกี่ยวกับระบบนิเวศทางทะเลของชายหาดพัทยา พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าปลาชนิดดังกล่าวสามารถเข้ามาอาศัยอยู่ในน้ำทะเลได้อย่างไร จึงอยากฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งลงพื้นตรวจสอบและหาแนวทางป้องกันอย่างจริงจัง เนื่องจากเกรงว่าปลาหมอคางดำอาจส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำท้องถิ่น ทั้งลูกปลาและลูกหมึก หากปล่อยให้แพร่พันธุ์จำนวนมาก อาจสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลและอาชีพประมงชายฝั่งในอนาคต
ด้านนางมยุรี ณ พัทลุง ประมงอำเภอบางละมุง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณสะพานปลานาเกลือ ภายหลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบปลาหมอคางดำเมื่อ 2 วันก่อน อยู่ในทะเลบริเวณสะพานปลานาเกลือและชายหาดพัทยา ซึ่งจากการตรวจสอบ ไม่พบปลาหมอคางดำแต่อย่างใด ชาวบ้านที่มาหาปลาเล่าว่า หาปลาแถวนี้มานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ออกมาตกปลาตามปกติ ได้พบปลาหมอคางดำเป็นฝูงหลายฝูงว่ายอยู่ในทะเล จึงนำแหมาหว่าน ก็ได้ปลาหมอคางดำจำนวนมาก จึงนำไปตากแดดรับประทาน
นางมยุรี กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่เตรียมลงพื้นที่สำรวจบริเวณสะพานนาเกลือ ซึ่งเป็นจุดที่มีการแจ้งพบปลาหมอคางดำก่อนหน้านี้ รวมถึงบริเวณชายหาดพัทยา ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในโลกออนไลน์ คาดว่าการพบปลาหมอคางดำทั้ง2 จุด อาจเกิดขึ้นช่วงเวลาใกล้เคียงกัน โดยปลาหมอคางดำเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นที่สามารถอาศัยอยู่ได้ในพื้นที่น้ำกร่อยบริเวณชายฝั่ง แต่ยังไม่พบในเขตทะเลลึก ทั้งนี้ช่วงฤดูฝนที่มีน้ำจืดไหลลงสู่ทะเล อาจเป็นปัจจัยเอื้อต่อการกระจายตัวของปลาหมอคางดำ
นางมยุรี กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานพบปลาชนิดดังกล่าว บริเวณปากคลองบางละมุง ก่อนสถานการณ์จะเงียบไปช่วงหนึ่ง กระทั่งกลับมาพบอีกครั้งในพื้นที่ชายฝั่งพัทยา จึงขอความร่วมมือประชาชน หากพบหรือจับปลาหมอคางดำ สามารถนำมาประกอบอาหารหรือแปรรูปเพื่อบริโภคได้ เนื่องจากสามารถรับประทานได้ตามปกติ แต่หากพบเป็นปลาขนาดเล็กและไม่นำไปใช้ประโยชน์ ขอให้ทำลายทันที และหลีกเลี่ยงการปล่อยกลับลงทะเลหรือแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อควบคุมและลดการแพร่ระบาดของพันธุ์ปลาดังกล่าวในระบบนิเวศชายฝั่ง
วันเดียวกัน นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังสั่งการให้กรมประมงเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีประชาชน อ้างว่าพบปลาหมอคางดำบริเวณชายหาดพัทยา ว่ากรมประมงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และพบว่ามีปลาหมอคางดำจริงในบริเวณดังกล่าว แต่ที่สังคมกังวลว่าจะทำให้ระบบนิเวศทางทะเล และวิถีชีวิตชาวประมงชายฝั่ง ได้รับผลกระทบนั้น ได้รับการยืนยันจากกรมประมงแล้วว่า สถานการณ์ยังสามารถควบคุมได้
อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นรอยต่อระหว่างน้ำกร่อยกับน้ำเค็มซึ่งพบปลาชนิดดังกล่าวในพื้นที่อยู่แล้ว แต่เนื่องด้วยช่วงนี้มีฝนตกทำให้น้ำจืดไหลลงสู่ทะเล อาจเป็นปัจจัยเอื้อต่อการกระจายตัวของปลา ประกอบกับธรรมชาติของปลาหมอคางดำไม่สามารถดำรงชีวิตหรือแพร่พันธุ์ในน้ำเค็มจัดได้ จึงเป็นการจำกัดบริเวณเพียงแหล่งน้ำเดิมหรือต้องกลับไปที่น้ำกร่อย เชื่อว่าจะไม่มีการแพร่กระจายลงสู่ทะเลน้ำลึก ยืนยันว่าปัจจุบันไม่พบการแพร่ระบาดเพิ่มเติมในพื้นที่อื่นโดยพบเพียง 17 จังหวัดตามที่กรมประมง ได้เคยรายงานไปแล้วเท่านั้น
ส่วนแนวทางการจัดการปลาหมอคางดำ รัฐบาลยังคงมุ่งเน้นในการกำจัดควบคู่กับการใช้ประโยชน์โดยมีแนวทางส่งเสริมให้นำมาแปรรูปสร้างมูลค่าและรายได้แก่ประชาชน และยังมีมาตรการทางชีวภาพด้วยการส่งเสริมการเลี้ยงปลากระพงซึ่งเป็นปลานักล่าตามธรรมชาติช่วยกำจัดปลาหมอคางดำ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างผลักดันทุกมาตรการให้เกิดความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี