วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
ซุบซิบกทม.
เป็นคำถามที่บรรดาวิทยากรซึ่งเคยเป็นผู้อบรมถ่ายทอดวิชาความรู้สาขาวิชาชีพต่างๆ และประชาชนผู้ประสงค์อยากฝึกอาชีพในพื้นที่เขตปทุมวันเขาสงสัยว่า เพราะเหตุใดทำไมสิ่งที่เคยมีการอ้างอิงยกเมฆหลอกลวงฝ่ายบริหารว่า สาเหตุการยุบศูนย์ฝึกอาชีพลุมพินีสืบเนื่องเพราะศูนย์มีมาเฟียอีแอบเข้าครอบงำคอยหาประโยชน์จากวิทยากร รวมทั้งมุสาว่าจำต้องปิดศูนย์เพื่อต้องการจะปรับพื้นที่ศูนย์ให้ดูดี ที่สำคัญพื้นที่ศูนย์ฝึกฯเดิมก็ไม่ใช่ของเขตปทุมวัน แถมยังสกปรกไม่สะอาด จึงต้องเร่งปรับปรุง ..ส่วนใหญ่เหตุผลนี้มาจากคำพูดของนักการเมืองท้องถิ่นบางคนที่มีอคติกับศูนย์อันคล้ายเหมือนแค้นเคืองกันมาแต่ชาติปางก่อนอย่างไรอย่างนั้น (เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนเขาข้องใจ) ตลอดถึงเหตุมโนสาเร่ต่างๆมากมายที่ยกขึ้นมา“แหกปมสำนึก ”ชนิด“หาวเป็นดาวเดือน”แจกแจง...ไม่น่าเชื่อวันนั้นฝ่ายบริหารแม้กระทั่งรองผู้ว่าฯกทม.นักกิจกรรมจากจุฬาฯเชื่อและตอบคำถามวิทยากรที่ไปร้องทุกข์บอกเล่าถึงความเดือดร้อนดังกล่าวลักษณะไม่ต่างจาก“หุ่นไล่กา” สุดท้ายส่งผลให้ศูนย์ฝึกอาชีพลุมพินีศูนย์แรกของ“เสาชิงช้า”ซึ่งผู้ว่าฯกทม.ทุกคนมองเหมือนกันสอดคล้องกัน คือ ศูนย์ฝึกอาชีพฯเป็นเส้นเลือดฝอยของประชาชนผู้เข้าอบรมประสงค์นำเอาความรู้ความสมารถไปช่วยเหลือสนับสนุนรายได้ให้ครอบครัวปิดตัวลงสมใจอยากของใครบางคนสุดทุเรศยิ่ง ท่ามกลางรายได้หรืออาชีพดังกล่าวคนมีเงินมีทองมีอำนาจวาสนาและหลงไหลมัวเมาในกิเลสจำนวนไม่น้อย จิตสำนึกอาจมืดบอด“ตกนรก”ทางความคิด...เหนืออื่นใดพอศูนย์ฝึกอบรมลุมพินีปรับปรุงเสร็จดูมีความเป็นสัดเป็นส่วนเหมาะที่จะเปิดการเรียนการสอน งบประมาณการเรียนการสอนได้มาพร้อม ปรากฏว่าทางเขตปทุมวันโดยเจ้าแม่คนหนึ่งไม่เห็นความสำคัญของวิชาชีพต่างๆที่ประชาชนเขาอยากเรียน ประกาศเปิดอบรม 3 สาขา(ซ่อมแอร์ ไฟฟ้า ออนไลน์ ) ลงเอยเปิดกันจริงๆสาขาเดียวที่แทบไม่มีคนสนใจเลย ส่วน เสริมสวย ,ตัดผ้า ,ตัดผม ,ศิลปะสิ่งประดิษฐ์ ,อาหารฯลฯ ที่ชาวบ้านเขาต้องการไม่ยอมสนองตอบ ทั้งๆของบฯมาแล้ว ทว่าดองไว้จนต้องคืนกลับ นี่มันเกิดไรขึ้น หรือว่ายังไม่ได้รับไฟเขียวจากการเมืองท้องถิ่นบางคนที่เลวร้าย...เรื่องนี้เอากันจริงๆก็มีข้าราชการในเขตปทุมวันเองหลายคน“มึนงง”เช่นกัน เหนืออื่นใดเจ้าแม่ข้าราชการซึ่งอยู่กับเขตปทุมวันมานานคนหนึ่งก็มีปฎิกริยาสวนทางกับการเปิดศูนย์ฝึกอาชีพหลากหลายวิชาสุดๆอีกปมหนึ่งด้วย และไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรคณะฝ่ายบริหารทางการเมืองจึงไม่ใส่ใจแก้ไขปัญหาซึ่งหลอกให้ยาหอมมานานว่า“เมื่อปิดได้ตัดงบประมาณได้ ผู้ว่าฯกทม. ก็เปิดได้ด้วยการใช้งบฯกลางดำเนินการ” แต่ปรากฎเงียบมาเสมอต้นเสมอปลาย ...ที่จริงข้าราชการคนไหนที่ตั้งตัวเป็นเจ้าแม่ และทำให้ทรัพย์สินส่วนตัวของวิทยากรช่วงปิดศูนย์ฯล่องหนส่อเจตนาไม่สุจริตประเภท“ถามได้ตอบไม่ได้”ว่าใครเขมือบ ควรลงโทษด้วยการ“โยกแขวน”ไม่ให้เจริญก้าวหน้าหนักแผ่นดินต่อไปอีก แต่ความเน่าที่ผ่านมาหาได้มีใครคิดแก้ไขประการใดไม่ ปล่อยทุกอย่างเงียบหายไปท่ามกลางข้อครหา “ใครได้ผลประโยชน์กับทรัพย์สินวิทยากรที่ถูกยุบศูนย์ฯไปในครั้งนั้น”...ทิ้งท้ายไว้ด้วยเรื่องโศกนาถกรรมรถไฟชนรถ ขสมก.ที่มีการทุบโต๊ะว่า ขสมก.ผิด เพราะจอดทับเส้นทางรถไฟ ประเด็นนี้ถูกขยายความไว้น่าคิดยิ่งทีเดียว...
ไผ่ฎำ
036
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี