533.jpg
ตำรวจบุก 3 จุด ทลายแหล่งซุกเซรั่มผิวขาวเถื่อน แอบจดเป็นเครื่องสำอาง แต่เอาไป ฉีดเข้าร่างกาย

ตำรวจบุก 3 จุด ทลายแหล่งซุกเซรั่มผิวขาวเถื่อน แอบจดเป็นเครื่องสำอาง แต่เอาไป ฉีดเข้าร่างกาย

วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 14.39 น.
Tag :

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วม อย. ทลายแหล่งซุกเครื่องสำอางจำแลง ใช้ผิดวัตถุประสงค์ ส่งขายคลินิกฉีดเสริมความงาม ยึดของกลางมูลค่ากว่า 22 ล้านบาท

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก., กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (กก.4 บก.ปคบ.) โดยการสั่งการของพล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.สำเริง อำพรรณทอง, พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ., สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดย ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา แถลงผลปฏิบัติการทลายแหล่งผลิต นำเข้า และจำหน่ายเครื่องสำอาง แต่นำไปใช้ฉีดเข้าสู่ร่างกาย ตรวจยึดของกลางผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ยาไม่มีทะเบียน เครื่องมือแพทย์ รวมจำนวน 35,645 ชิ้น มูลค่ากว่า 22 ล้านบาท 


พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจาก กก.4 บก.ปคบ.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน และ อย. ให้ตรวจสอบการจำหน่ายเครื่องสำอางยี่ห้อ นีโอไวท์ (Neowhite) ซึ่งมีการนำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์โดยฉีดเข้าสู่ร่างกาย และมีการโฆษณาขายตามสื่อสังคมออนไลน์ และคลินิกเสริมความงาม 

วันที่ 8 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. จึงได้สืบสวนติดตามจนทราบถึงสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จนนำมาสู่การตรวจค้น จำนวน 2 จุด ดังนี้

1. คลินิกเวชกรรม ย่านถนนกัลปพฤกษ์ แขวงบางบอน เขตบางบอน กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย. และเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เข้าตรวจสอบ พบการนำเครื่องสำอางยี่ห้อ Neowhite Booster Whitening Serum เลขที่ใบรับจดแจ้ง 12-2-6700030102 และ Neococktail Brightening serum เลขที่ใบรับจดแจ้ง 12-2-6800002225 มาผสมรวมน้ำเกลือ มาฉีดให้ผู้มารับบริการ จึงทำการตรวจยึดของกลางดังนี้ 
1.1 Neowhite Booster Whitening Serum เลขที่ใบรับจดแจ้ง 12-2-6700030102 จำนวน 48 ขวด
1.2 Neococktail Brightening serum เลขที่ใบรับจดแจ้ง 12-2-6800002225 จำนวน 24 ขวด
1.3 พบยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ประเภทวิตามินสำหรับฉีดเพื่อบำรุงผิว จำนวน 4 รายการ รวมทั้งสิ้น 117 ขวด

2. สถานที่เก็บผลิตภัณฑ์ ย่านซอยนวมินทร์ 111 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจ 
กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย. นำหมายค้นศาลแขวงพระนครเหนือ ตรวจค้นสถานที่ผลิตเครื่องสำอาง
ที่นำมาใช้ผิดวัตถุประสงค์ตรวจยึดของกลาง ได้แก่
กล่องบรรจุภัณฑ์ Neoderm Advance Concentrate Repair Serum จำนวน 1 กล่อง
กล่องบรรจุภัณฑ์ Neowhite จำนวน 1 กล่อง 
กล่องบรรจุภัณฑ์ Neoclear Ultra Clear Spot Serum จำนวน 1 กล่อง
ของเหลว บรรจุในขวดไวอัล จำนวน 465 ขวด

3. สถานที่นำเข้าและจำหน่าย วันที่ 30 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. สืบสวนขยายผลเพิ่มเติม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ อย. นำหมายค้นศาลอาญาตลิ่งชัน ตรวจค้นบ้านพักอาศัย หมู่ที่ 17 แขวงบางระมาด 
เขตตลิ่งชัน กทม. ซึ่งเป็นสถานที่นำเข้าและจำหน่าย ตรวจยึดของกลาง ดังนี้
3.1 ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ได้แก่
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยี่ห้อ นีโอไวท์ (Neowhite) บูสเตอร์ ไวท์เทนนิ่ง เซรั่ม (Booster Whitening Serum) เลขที่ใบรับจดแจ้ง 12-2-6700030102 จำนวน 149 กล่อง
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยี่ห้อ นีโอเดิร์ม (Neoderm) แอดวานซ์ คอนเซนเทรท รีแพร์ เซรั่ม (Advance Concentrate Repair Serum) เลขที่ใบรับจดแจ้ง 12-2-6700017093 จำนวน 145 กล่อง
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยี่ห้อ นีโอเคลียร์ (Neoclear) อัลตรา เคลียร์ สปอต เซรั่ม (Ultra Clear Spot Serum) เลขที่ใบรับจดแจ้ง 12-2-6700027305 จำนวน 188 กล่อง
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยี่ห้อ Glossy Glow Rejuvenating Advance Serum เลขที่ใบรับจดแจ้ง 12-2-6700015206 จำนวน 133 กล่อง 
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยี่ห้อ PANDORA Utimate Contouring เลขที่ใบรับจดแจ้ง 12-2-6700039516 จำนวน 127 กล่อง
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางยี่ห้อ N Plus UP New Plus Up Booster Serum เลขที่ใบรับจดแจ้ง 12-2-6700032358 จำนวน 8 กล่อง
- ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบรรจุขวดไวอัล จำนวน 19,306 ขวด
3.2 ยาฉีดไม่มีทะเบียนตำรับยา จำนวน 100 ชิ้น
3.3 เครื่องมือแพทย์ประเภทฟิลเลอร์ที่ไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 240 ชิ้น
3.4 ฉลากผลิตภัณฑ์ และแผ่นพับโฆณา จำนวน 14,592 ชิ้น

รวมตรวจค้น 3 จุด ตรวจยึดของกลางเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจำนวน 20,596 ชิ้น ยาไม่มีทะเบียน จำนวน 217 ชิ้น เครื่องมือแพทย์ จำนวน 240 ชิ้น รวมถึงฉลากและแผ่นพับโฆษณา จำนวน 14,592 ชิ้น รวมจำนวน 35,645 ชิ้น มูลค่ากว่า 22,00,000 บาท ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดีต่อไป

จากการสืบสวนพบว่า เจ้าของผลิตภัณฑ์ดังกล่าว มีการว่าจ้างบริษัทในประเทศไทยผลิตยาประเภทกลูต้า แต่จดแจ้งเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เนื่องจากอนุญาตง่ายกว่าการขึ้นทะเบียนตำรับยา นำมาจำหน่ายให้กับคลินิกเสริมความงามโดยให้ข้อมูลว่าเป็นยากลูต้าและลวงว่า เป็นผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยคลินิกเสริมความงามจะนำไปใช้ฉีดเข้าร่างกายเพื่อบำรุงผิวให้กับผู้ใช้บริการ

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิด ดังนี้
1. กรณีผู้นำเข้าจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558
-  ฐาน “นำเข้าเครื่องสำอางที่ไม่มีฉลากภาษาไทย” โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
-  ฐาน “นำเข้าเครื่องสำอางที่แสดงฉลากไม่ตรงต่อความจริง” โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท
-  ฐาน “นำเข้าเครื่องสำอางที่ฉลากระบุข้อความอันจำเป็นไม่ครบถ้วน” โทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน 
หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท
-  ฐาน “นำเข้าไม่ผ่านด่าน อย.” โทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
-  ฐาน “นำเข้าเครื่องสำอางไม่ตรงตามที่ได้จดแจ้งไว้” โทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
-  ฐาน “นำเข้าเครื่องสำอางปลอม เครื่องสำอางที่แสดงว่าเป็นเครื่องสำอางที่ได้จดแจ้งไว้ซึ่งไม่ใช่ความจริง” 
โทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท
2. กรณีขายฟิลเลอร์ไม่มีใบอนุญาตและไม่มีใบรับแจ้งรายการละเอียดจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องมือแพทย์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
- ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์โดยผู้ขายไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์โดยผลิตภัณฑ์ไม่ได้ขึ้นทะเบียนใบอนุญาต” ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี 
ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. กรณีขายยาที่ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยาและขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510
- ฐาน “ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
- ฐาน “ขายยาที่ยังมิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ผลการปฏิบัติการในครั้งนี้ พบผู้กระทำผิดใช้ช่องทาง “จดแจ้งเป็นเครื่องสำอาง” แทนการขึ้นทะเบียนยา เนื่องจากกระบวนการอนุญาตง่ายกว่า แล้วนำไปโฆษณาและจำหน่ายให้คลินิกเสริมความงาม โดยอ้างว่าเป็นผลิตภัณฑ์นำเข้าหรือวิตามินผิวสำหรับฉีด การนำไปใช้ผิดวิธีหรือผิดวัตถุประสงค์เช่นนี้ถือเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะยังไม่ผ่านการประเมินความปลอดภัยจากการใช้ฉีดเข้าสู่ร่างกาย จึงขอเตือนให้ผู้ประกอบการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากฝ่าฝืนกฎหมาย อย.จะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุดเหมือนเช่นครั้งนี้ และฝากเตือนไปยังผู้ให้บริการและผู้รับบริการในคลินิกเสริมความงาม โรงพยาบาล ให้ตรวจสอบฉลากและการใช้ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบแอมพูล/ไวอัลอย่างละเอียด ขอย้ำว่า ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ฉีดเข้าสู่ร่างกายถือเป็นผลิตภัณฑ์ความเสี่ยงสูง ต้องผ่านการขึ้นทะเบียนและประเมินด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิผลจาก อย. อย่างเข้มงวด ไม่สามารถอ้างเพียงว่า “ผ่าน อย.” ได้ เพราะผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทมีระดับการอนุญาตแตกต่างกัน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่จดแจ้งเป็นเครื่องสำอาง แม้จะมีเลขจดแจ้งก็ห้ามนำไปฉีดเข้าสู่ร่างกายหรือใช้ร่วมกับเครื่องมือผลักดันเข้าสู่ชั้นผิวโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ ยาและฟิลเลอร์ที่ใช้ในคลินิกเสริมความงาม โรงพยาบาล จะต้องเป็นยาและเครื่องมือแพทย์ที่ขึ้นทะเบียนแล้วเท่านั้น ก่อนใช้ให้ตรวจสอบการอนุญาตของผลิตภัณฑ์ทางเว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หรือ Line: @FDAThai หรือแอป “หมอพร้อม” หากผู้บริโภคพบคลินิกที่มีพฤติการณ์ดังกล่าวข้างต้น สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน อย.1556 หรือผ่าน Email: 1556@fda.moph.go.th, Line: @FDAThai, Facebook: FDAThai หรือ ตู้ปณ.1556 ปณฝ.กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวว่า ปฏิบัติการในวันนี้คือการยับยั้งความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตของพี่น้องประชาชน จากการนำเครื่องสำอางถูกออกแบบมาให้ “ทา” ไม่ใช่ให้ “ฉีด” การนำผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยฉีดเข้าสู่ร่างกาย คือการหยิบยื่นความเสี่ยงของการติดเชื้อในกระแสเลือดหรืออาการแพ้รุนแรงให้กับผู้บริโภคโดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว

ตำรวจสอบสวนกลางเรายึดถือความเป็นมืออาชีพในการสืบสวนเชิงลึกเพื่อทำลายต้นตอของขบวนการเหล่านี้ ตำรวจสอบสวนกลางจะไม่ปล่อยให้ใครมาอาศัยช่องว่างของความสวยความงามมาเอาเปรียบผู้บริโภค เพราะหน้าที่ของเราคือการรักษาทั้งกฎหมายและชีวิตของน้องประชาชน โดยจะดำเนินการกวาดล้าง จับกุมอย่างต่อเนื่อง และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุด ประชาชนทั่วไปหากพบเห็นในทุกรูปแบบนการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ปคบ. 1135 หรือเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top