533.jpg
รอยร้าวพันธมิตร? ผบ.KA ปลุกเอกภาพกลางดอยยามู-หลังกลุ่มแนวร่วมขัดแย้งภายใน

รอยร้าวพันธมิตร? ผบ.KA ปลุกเอกภาพกลางดอยยามู-หลังกลุ่มแนวร่วมขัดแย้งภายใน

วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 15.56 น.

รอยร้าวพันธมิตร? ส่องวิกฤตรัฐคาเรนนี ผบ.KA ปลุกเอกภาพกลางดอยยามู หลังกลุ่มแนวร่วมขัดแย้งภายใน จนพ่ายทัพเมียนมาเสียเมืองหลักปลายปีที่ผ่านมา

วันที่ 21 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานจากแนวตะเข็บชายแดนไทย-เมียนมา ถึงความคืบหน้าสถานการณ์การสู้รบและทิศทางความมั่นคงในรัฐคาเรนนี (Karenni State) โดยแหล่งข่าวผู้นำระดับสูงของกองทัพกะเหรี่ยงคาเรนนี (Karenni Army: KA) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา พลตรี อ่อง เมี๊ยะ ผู้บัญชาการทหารบกกองทัพกะเหรี่ยงคาเรนนี ได้กล่าวให้โอวาทและแจ้งเตือนกำลังพลอย่างดุเดือด ในพิธีปิดการฝึกทหารใหม่รุ่นที่ 77 ณ ฐานที่มั่นดอยยามู ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับอำเภอเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยเน้นย้ำสมาชิกรักษาความเป็นเอกภาพภายในให้แข็งแกร่ง และยุติพฤติกรรมที่นำไปสู่ความแตกแยกสามัคคี


พลตรี อ่อง เมี๊ยะ ระบุต่อหน้ากำลังพลอย่างจริงจังว่า หากในขบวนการร่วมปฏิวัติเพื่อสู้กับเผด็จการทหารเมียนมายังคงมีการแบ่งแยกกลุ่มก้อน เกิดทัศนคติแบบ ‘กลุ่มของฉัน’ หรือมีการเล่นพรรคเล่นพวกในหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยใดก็ตาม ถือเป็นอันตรายร้ายแรง ‘ขอร้องอย่าสร้างระบบคนของตัวเอง อย่าสร้างสายสัมพันธ์ในลักษณะอาจารย์กับลูกศิษย์ หรือสร้างก๊กเหล่าขึ้นมา เพราะหากพวกเราทำเช่นนั้น การปฏิวัติจะพังทลายลงในไม่ช้า’ พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันเป็นหนึ่งเดียวและเชื่อฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชาอย่างเคร่งครัด เพราะการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายคือชนวนเหตุที่จะทำให้ขบวนการปฏิวัติล่มสลายลง

สำหรับสถานการณ์ทางทหารในรัฐคาเรนนีปัจจุบัน มีความเคลื่อนไหวที่พลิกผันอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าก่อนหน้านี้ กองทัพคาเรนนีและกลุ่มพันธมิตรแนวร่วม (ซึ่งประกอบด้วย กองทัพกะเหรี่ยงคาเรนนี/KA, กองกำลังป้องกันชาติคาเรนนี/KNDF, กองทัพกะเหรี่ยงดาวแดง/KNPLF และกองทัพกะเหรี่ยงดาวขาว/KNSO) จะเคยสร้างผลงานระดับบิ๊ก ด้วยการจับมือโจมตีกำจัดทหารเมียนมาจนสามารถยึดครองพื้นที่รัฐคาเรนนีได้ทั้งหมด 100% เมื่อ 2 ปีก่อน

ทว่า ล่าสุดสถานการณ์กลับพลิกผัน เนื่องจากกองทัพเมียนมาสามารถจัดทัพและหวนกลับมาเปิดปฏิบัติการยึดคืนเมืองสำคัญ ๆ ได้ในเวลาอันรวดเร็วเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ปัจจุบัน ฝ่ายต่อต้านและกองทัพแนวร่วมคาเรนนี เหลือพื้นที่ยึดครองเพียง 2 เมืองเท่านั้น คือ อำเภอแม่แสะ (แม่แจ๊ะ) และอำเภอชาดอว์ ส่วนเมืองยุทธศาสตร์หลักอย่าง ‘เมืองลอยก่อว์’ (เมืองหลวงของรัฐคาเรนนี) รวมถึง เมืองดีมอโซว์, เมืองบอลาะแคะ และเมืองฟลูโซว์ ถูกกองทัพเมียนมาส่งกำลังเข้ายึดพื้นที่กลับคืนไปได้ทั้งหมด

ทั้งนี้ กลุ่มนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงชายแดนประเมินว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้กองทัพเมียนมาสามารถชิงความได้เปรียบและยึดเมืองหลักคืนไปได้อย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากปัญหาความแตกแยกภายในระหว่างกองทัพหลักเดิมอย่าง KA และกลุ่มแนวร่วมกองกำลังอื่น ๆ ที่เพิ่งเข้ามาจับมือเป็นพันธมิตรได้เพียง 2 ปี ทำให้การประสานงานในกองทัพอ่อนแอลง จนเป็นเหตุให้พลตรี อ่อง เมี๊ยะ ต้องออกมาเตือนสติผู้ใต้บังคับบัญชาแบบส่งสัญญาณแรงในครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม กองทัพกะเหรี่ยงคาเรนนี (KA) ยังคงเดินหน้าทำหน้าที่เป็นหัวหอกหลักในการเปิดค่ายฝึกซ้อมและเร่งผลิตกำลังพลทหารใหม่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมเปิดศึกชิงพื้นที่คืน ยิ่งไปกว่านั้น แหล่งข่าวระบุว่า ปัจจุบันขบวนการกู้ชาติคาเรนนียังคงได้รับการสนับสนุนและช่วยเหลืออย่างลับ ๆ ทั้งในด้านงบประมาณและยุทธปัจจัยจากองค์กรต่างประเทศ รวมถึง ‘องค์กรลับระดับโลก’ บางแห่ง ที่ต้องการเข้ามาหนุนหลังฝ่ายต่อต้านเพื่อใช้เป็นฐานในการคานดุลอำนาจทางการเมืองของประเทศจีนและรัสเซีย ที่มีอิทธิพลอย่างสูงต่อรัฐบาลทหารเมียนมาในปัจจุบัน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top