533.jpg
พบฉี่ม่วงอีก2  รถไฟลงดาบฟันทันที

พบฉี่ม่วงอีก2 รถไฟลงดาบฟันทันที

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

พบฉี่ม่วงอีก2

รถไฟลงดาบฟันทันที

รมต.ชี้คนขับประมาท

ร.ฟ.ท.ตรวจสารเสพติดพนักงาน 298 คน พบมีสารเสพติดในร่างกายอีก 2 คน สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที พร้อมทบทวนมาตรการความปลอดภัยครั้งใหญ่ ด้าน รมช.คมนาคม รับคนขับรถไฟประมาท โต้วัวหายล้อมคอก ยันมีแนวทางแก้ปัญหาส่วนญาติเศร้ารับศพเหยื่อ ตัดพ้อความปลอดภัยในชีวิต ชี้เป็นปัญหาซ้ำซาก

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม  ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุรถไฟชานเมืองที่ 367 กรุงเทพฯ-ฉะเชิงเทรา ชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศสาย 206บนจุดตัดทางรถไฟ ถนนอโศก-ดินแดง ใกล้สถานีมักกะสัน กทม.ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต8 ราย และบาดเจ็บ32 รายเหตุเกิดช่วงบ่ายวันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แจ้งว่าได้ดำเนินมาตรการตรวจหาสารเสพติดเชิงรุกพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถ ก่อนเข้าปฏิบัติงาน โดยเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม มีการตรวจพนักงาน 157 ราย ผลตรวจไม่พบมีสารเสพติดในร่างกาย ส่วนวันที่ 20 พฤษภาคม ตรวจรวม141 ราย พบผู้ที่มีสารเสพติด2 ราย


ทั้งนี้ รฟท.สั่งให้ผู้ที่มีสารเสพติดในร่างกาย หยุดปฏิบัติหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทันที พร้อมส่งเข้าสู่กระบวนการตรวจยืนยันโดยแพทย์ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนขององค์กร ทั้งการสอบข้อเท็จจริง การสอบสวนทางวินัย เข้าสู่ระบบคัดกรองและบำบัดรักษาต่อไป

นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่ารฟท.กล่าวว่า ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างต่อเนื่องในการตรวจสารเสพติดกับพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถทั่วประเทศ โดยจะไม่มีการละเว้นกรณีที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชน

“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รฟท.ต้องกลับมาทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยหลายส่วน โดยเฉพาะการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดในองค์กร ซึ่งจะดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่องควบคู่กับการดูแลบุคลากรให้เข้าสู่กระบวนการรักษาและฟื้นฟูตามขั้นตอนที่เหมาะสม” นายอนันต์ กล่าวและว่า เตรียมยกระดับแนวทางองค์กรปลอดยาเสพติดเพื่อสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น ลดความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน

ด้าน พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก.สน.มักกะสัน กล่าวถึงกรณีพนักงานขับรถไฟ ที่พบเสพยาเสพติด และตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย ว่าขณะนี้พนักงานสอบสวนได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาดำเนินคดีกับพนักงานขับรถไฟรายนี้ ส่วน พ.ร.บ.จราจรทางบก ไม่ได้ควบคุมถึงรถไฟ จะเอาผิดข้อหาเสพแล้วขับได้หรือไม่ คงต้องรอตรวจสอบรายละเอียด และระเบียบของ รฟท.ว่ามีข้อห้ามอย่างไร เบื้องต้นพบสารแอมเฟตตามีน เป็นตัวตั้งอยู่แล้ว ส่วนกัญชายังอยู่ในการพิจารณาของพนักงานสอบสวน

เมื่อถามว่าการที่รถโดยสารประจำทาง จอดคร่อมรางรถไฟจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาคนขับหรือไม่ พ.ต.อ.อุรัมพร กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นหนึ่งในประเด็นที่คณะพนักงานสอบสวนกำลังหารือกัน โดยจะต้องพิสูจน์ทราบรถแต่ละคันพร้อมคนขับและเชิญมาให้ข้อมูลเพื่อเป็นพยานว่าการขับรถคร่อมทางรถไฟมีเจตนาหรือไม่และมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร หรือไม่ ขณะนี้ยืนยันว่ายังไม่มีการแจ้งข้อหาใคร แต่หากพบว่าเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับเครื่องหมายทางก็จะต้องพิจารณาดำเนินคดี

ที่รัฐสภา วันเดียวกัน มีการประชุมพิจารณากระทู้ถามสดของนายสังคม แดงโชติ สส.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย สอบถามนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม เกี่ยวกับเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง โดยนายสังคม กล่าวว่า เหตุใดรถไฟจึงไม่สามารถหยุดรถได้ทัน มาตรการตรวจสารเสพติด การห้ามเดินรถไฟหากไม้กั้นไม่ลง จะมีกลไกบังคับใช้และติดตามผลอย่างไร และการห้ามรถไฟเข้ากทม.ชั้นใน จะเป็นไปในทิศทางใด รวมถึงมาตรการเยียวยาผู้เสียชีวิตจะเป็นอย่างไร

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ชี้แจงแทนรมว.คมนาคมว่าขบวนรถไฟคันเกิดเหตุ ใช้ความเร็ว 34 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่เกินความเร็วปกติ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก่อนเกิดเหตุมีไฟเหลืองแจ้งเตือนให้ชะลอขบวนที่สถานีมักกะสันแล้ว ขณะที่เกิดเหตุปะทะมีความเร็วอยู่ที่ 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ผลการสอบสวนทราบว่า พนักงานขับรถไฟประมาท และพบภายหลังว่าใช้สารเสพติดหลายตัว ปัจจุบันรฟท.ให้ออกจากราชการ และตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพราะเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า รมว.คมนาคม กำชับให้เข้มงวดเรื่องการตรวจสารเสพติด โดยให้ตรวจสอบพนักงานทุกคนในระบบขนส่งสาธารณะ ไม่ใช่วัวหายล้อมคอก แต่เป็นสิ่งที่ปฏิบัติมาตลอด แต่ที่ผ่านมาใช้วิธีสุ่มตรวจ หลังจากนี้จึงให้ตรวจแบบปูพรมทุกสังกัด 7-15 วัน

“จากการตรวจพบพนักงานขับรถที่ใช้สารเสพติดเพิ่มขึ้นอีก แต่เป็นเพียงเบื้องต้น ต้องนำผลไปตรวจอย่างเป็นทางการที่โรงพยาบาลหากแพทย์ยืนยันว่าเสพสารเสพติด กระทรวงคมนาคม จะดำเนินการต่อในทุกกรณี ยืนยันว่าไม่ปล่อยปละละเลยเรื่องนี้” รมช.คมนาคม กล่าว

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการตั้งข้อสังเกตรถไฟขนส่งสินค้าต้องวิ่งตอนกลางคืนเวลา 21.00-05.00 น.เหตุใดจึงมาวิ่งตอนกลางวัน เนื่องจากรถไฟดังกล่าวเป็นขบวนรถวิ่งเที่ยว 23.00 น.วันที่ 15 พฤษภาคม แต่เกิดการดีเลย์900 นาที หรือ 15 ชั่วโมง จึงออกรถตอนกลางวัน กระทั่งเกิดเหตุขณะที่การให้ไปศึกษาไม่ให้รถไฟวิ่งเข้าพื้นที่ กทม.ชั้นในเราพร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนเรื่องการสร้างภาระ ทำให้เสียเวลา ต้องเปลี่ยนขบวนรถ จะนำมาหาทางออก เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงให้มากสุด

“เรื่องนี้เป็นมาตรการระยะสั้นที่จะนำมาแก้ปัญหา ส่วนมาตรการระยะกลาง ระยะ 1-2 ปี จะมีการเชื่อมต่ออาณัติสัญญาณกับรฟท.รวมทั้ง กทม.และตำรวจจราจร นำเทคโนโลยีมาใช้ จึงเป็นทางเลือกที่จะพิจารณาดำเนินการ ส่วนมาตรการระยะยาวอาจทำเป็นการขนส่งระบบรางในอุดมคติ คือรถไฟวิ่งรางลอยฟ้าทั้งหมด ส่วนถนนด้านล่างให้เฉพาะรถยนต์วิ่งเท่านั้น” นายสิริพงศ์ กล่าว

ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครอบครัว น.ส.สุภาพร จงจิตร หรือแอล อายุ 33 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้เดินทางมาติดต่อเรื่องเอกสารเพื่อขอรับร่างไปทำพิธีบำเพ็ญกุศล ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า

นายธิติกร อายุ 37ปี พี่ชายของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุพ่อโทร.มาหาตนบอกว่าติดต่อน้องสาวไม่ได้ ซึ่งตอนนั้นยังไม่คิดว่าน้องสาวจะเป็นเหยื่อโศกนาฏกรรมครั้งนี้แต่พอพ่อโทร.มาวันก่อนด้วยความไม่สบายใจ ก็เลยเดินทางเข้ามาที่สถาบันนิติเวชเพราะทราบข่าวว่ายังเหลืออีก 2 ศพ ที่ยังอยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบ แต่ก็ยังไม่ชัดเจน กระทั่งพ่อร้อนใจ เนื่องจากยังติดต่อน้องสาวไม่ได้ ก็เลยเดินทางเข้า กทม.เพื่อตรวจดีเอ็นเอสุดท้ายเมื่อคืนก็ทราบข่าวร้ายว่า หนึ่งในร่างผู้เสียชีวิต คือน้องสาวจริงๆส่วนตัวยอมรับว่าไม่ค่อยได้พูดคุยกับน้องสาวมากนัก เลยไม่รู้ว่าน้องนั่งรถเมล์ หรือปกติเดินทางอย่างไร พอมารู้ข่าวว่าน้องสาวเป็นหนึ่งในผู้โดยสารวันนั้น ก็ยังช็อกทำใจไม่ได้

นายธิติกร กล่าวอีกว่า น้องสาวอนาคตยังไปได้อีกไกล และกำลังจะเปลี่ยนงานใหม่ เป็นผู้จัดการ แต่ยังคงทำงานเกี่ยวกับด้านเสริมความงามเช่นเดิมน้องเคยพูดว่าชอบงานด้านนี้ ชอบงานด้านความสวยความงาน ถือเป็นความฝัน ตั้งใจทำงานดูแลครอบครัว ส่งเงินมาให้ที่บ้านเป็นประจำทุกเดือน เขาเป็นคนเก่งและเป็นคนดี ใช้ชีวิตอยู่ใน กทม.มานาน เราในฐานะพี่ชายเป็นห่วงน้องสาวอยู่แล้ว เราเองก็เพิ่งเข้ามาอยู่ กทม. ได้เพียงแค่เดือนเดียว เจอน้องสาวครั้งสุดท้ายเมื่อปีที่แล้ว

“เรามีน้องสาวเพียงคนเดียว วันนี้ครอบครัวต้องเจอเหตุการณ์อันน่าโหดร้าย หัวใจเรามันแหลกสลาย แม้เราจะไม่ค่อยได้คุยกับน้องสาว เพราะเขาจะคุยกับพ่อเป็นหลัก สายสุดท้ายก็โทร.หาพ่อ แต่พ่อก็ยังไม่ทันจะได้รับพอเกิดเหตุการณ์ขึ้นมันพูดอะไรไม่ออก มันโหดร้าย มันไวเกินไปจนเกินจะรับไหว พูดอะไรไม่ออกจริงๆ ความปลอดภัยในชีวิตทุกวันนี้ มันอธิบายไม่ถูก การเดินทางไปไหนมันอันตรายไปหมด มันเกิดขึ้นทุกวัน จนเป็นปัญหาซ้ำซาก ไม่จบไม่สิ้นเสียที” นายธิติกร กล่าว

สำหรับช่วงบ่ายวันเดียวกัน ทางครอบครัว น.ส.สุภาพร ได้รับร่างกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่บ้านเกิดวัดน้ำแพร่ ต.น้ำแพร่ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่

ขณะที่ร่างของน.ส.เอ เอ มิทชาวเมียนมา ซึ่งเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมา ติดปัญหาเรื่องเอกสารที่สถานฑูตในวันเดียวกันนี้คาดว่าญาติจะสามารถรับศพกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้เช่นกัน โดยมีปลายทางที่วัดพรหมวงศาราม กทม.ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดต่อประสานงาน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top