533.jpg
กรมราชทัณฑ์ โต้ ‘ไผ่ ดาวดิน’ ยันไม่ได้กลั่นแกล้ง ลงโทษภาคทัณฑ์ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมสู้ในศาล

กรมราชทัณฑ์ โต้ ‘ไผ่ ดาวดิน’ ยันไม่ได้กลั่นแกล้ง ลงโทษภาคทัณฑ์ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมสู้ในศาล

วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 10.30 น.

วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 กรมราชทัณฑ์ โดยส่วนประชาสัมพันธ์ เผยแพร่เอกสารข่าว เรื่อง ราชทัณฑ์แจงกรณี ไผ่ จตุภัทร์ อุทธรณ์คำสั่งวินัย ยื่นฟ้องศาลปกครอง ยืนยันดำเนินการตามกฎหมาย ภาพวงจรปิดมัดตัวชัดเจน เจตนาทำลายทรัพย์สินราชการ

ตามที่ปรากฏรายงานข่าวกรณีผู้แทนกฎหมายของ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ได้เข้ายื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งลงโทษทางวินัยของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร นั้น


กรมราชทัณฑ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานจากพฤติการณ์ที่ปรากฏ ดังนี้ นายจตุภัทร์ ได้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนกฎระเบียบและข้อกำหนดภายในเรือนจำอย่างชัดเจน ได้แก่ การนำเสื้อผ้าของทางราชการไปคลุมปิดกล้องวงจรปิดในห้องคุมขัง ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญในการรักษาความปลอดภัยและเฝ้าระวังเหตุฉุกเฉิน และการนำกาแฟผสมน้ำไปขีดเขียนข้อความขนาดใหญ่บนกำแพงภายในห้อง ซึ่งข้อความมีลักษณะเป็นการเขียนข้อความที่ไม่สมควร ส่งผลให้เรือนจำฯ เกิดความเสียหายในด้านการพัฒนาพฤตินิสัยและการควบคุม ก่อให้เกิดความสกปรกและทรัพย์สินราชการเสียหาย 

จากการสอบข้อเท็จจริงของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ปรากฏว่า คณะกรรมการฯ ได้มีการแจ้งให้นายจตุภัทร์ทราบแล้วว่า มีสิทธินำบุคคลที่ไว้วางใจเข้ารับฟังการสอบสวนได้ ซึ่งนายจตุภัทร์ได้ลงลายมือชื่อรับทราบและรับรองถ้อยคำในบันทึกคำให้การแล้ว แต่ไม่ปรากฏว่านายจตุภัทร์ได้ร้องขอให้มีบุคคลที่ตนไว้วางใจหรือทนายความเข้ารับฟังการสอบข้อเท็จจริงและมิได้นำพยานหลักฐานมาแสดง เพื่อแก้ข้อกล่าวหาหรือขอตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับข้อกล่าวหา ประกอบกับหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกพฤติการณ์ไว้ได้ทั้งหมด นายจตุภัทร์ได้ให้การยอมรับว่ากระทำการตามที่ถูกกล่าวหาโดยมิได้โต้แย้งในปัญหาข้อเท็จจริงแต่อย่างใด ซึ่งเจ้าพนักงานเรือนจำมีอำนาจดำเนินการทางวินัยตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด 

ทั้งนี้ การลงโทษทางวินัยดังกล่าว ได้ดำเนินการภายใต้กระบวนการพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยคำนึงถึงหลักความเหมาะสม สัดส่วนแห่งการลงโทษ และสิทธิของผู้ต้องขังตามที่กฎหมายรับรองไว้ทุกประการ มิได้เป็นการเลือกปฏิบัติหรือใช้อำนาจโดยมิชอบแต่อย่างใด

ส่วนกรณีข้อโต้แย้งถูกงดเยี่ยมญาติใกล้ชิด โดยไม่ระบุเวลาสิ้นสุดการลงโทษนั้น กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า ได้ดำเนินการทางวินัยตามกฎกระทรวง การดำเนินการทางวินัยผู้ต้องขัง พ.ศ. 2563 แก่นายจตุภัทร์ ฐานจงใจทำให้ทรัพย์สินของทางราชการหรือของผู้อื่นเสียหาย ข้อ 10 (2) ให้ลดชั้น และฐานจงใจทำให้ผู้อื่นหรือกิจการของเรือนจำเสียหาย ข้อ 16 (3) (3) ตัดจำนวนวันที่ได้รับการลดวันต้องโทษจำคุก แต่เนื่องจากนายจตุภัทร์เป็นผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี จึงไม่สามารถลงโทษตามข้อดังกล่าวได้ จึงต้องอาศัยอำนาจตามข้อ 20 ลงโทษภาคทัณฑ์แทน 

ดังนั้น เมื่อนายจตุภัทร์ได้รับทราบคำสั่งเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 68 จึงถือว่าคำสั่งลงโทษมีผลและสิ้นสุดนับแต่วันดังกล่าว ทั้งนี้ การออกคำสั่งลงโทษทางวินัยผู้ต้องขัง ย่อมส่งผลกระทบต่อสิทธิด้านต่าง ๆ อาทิ คุณสมบัติของผู้ต้องขังที่จะได้รับการเยี่ยมญาติใกล้ชิด จะต้องไม่อยู่ระหว่างถูกลงโทษทางวินัย หรือถูกลงโทษทางวินัย ในรอบที่มีการเยี่ยมญาติใกล้ชิด เป็นต้น อันเป็นไปตามแนวทางบริหารงานเรือนจำเพื่อความเสมอภาค

กรมราชทัณฑ์ ขอยืนยันว่า การดำเนินงานของเรือนจำทุกแห่งยึดถือหลักนิติธรรม หลักสิทธิมนุษยชน และความมั่นคงปลอดภัยภายในเรือนจำควบคู่กัน โดยการใช้มาตรการทางวินัยต่อผู้ต้องขังเป็นไปเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและระเบียบวินัยภายในเรือนจำ อันเป็นประโยชน์ต่อการบริหารงานราชทัณฑ์โดยรวม มิได้มีเจตนากลั่นแกล้งหรือจำกัดสิทธิของผู้ต้องขังเกินสมควรแก่เหตุแต่อย่างใด โดยพร้อมที่จะนำพยานหลักฐานและข้อกฎหมายทั้งหมดเข้าชี้แจงต่อศาลปกครองเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจต่อไป

ขอบคุณภาพ ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top