วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569
สตม.เอาจริง! งัดมาตรการ 3 ไม่ 'ไม่ให้เข้า ไม่ให้อยู่ ไม่ให้รอด' กวาดล้างต่างชาติแฝงตัวทำผิดกฎหมาย ปฏิเสธเข้าเมืองแล้วกว่า 2.9 หมื่นราย
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ามาตรการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติและทุนเทาต่างแดน โดย พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รองผู้บัญชาการในฐานะโฆษกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาล และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่สั่งการให้ตำรวจทั่วประเทศกวาดล้างและแก้ปัญหาคนต่างชาติที่แฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวเข้ามาสร้างผลกระทบต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมในประเทศไทยนั้น
ทางด้าน พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) ได้รับนโยบายและสั่งการให้หน่วยงานในสังกัด สตม. ทั่วประเทศ ขับเคลื่อนมาตรการอย่างเคร่งครัดมาตั้งแต่ต้นปี 2569 โดยยึดคติคานอำนาจและบังคับใช้กฎหมายผ่าน ‘มาตรการ 3 ไม่’ ประกอบด้วย ไม่ให้เข้า, ไม่ให้อยู่ และไม่ให้รอด ซึ่งมีผลการปฏิบัติตามไทม์ไลน์ดังต่อไปนี้

1.มาตรการ ‘ไม่ให้เข้า’ (มาตรการสกัดกั้นต้นทาง) เป็นการบล็อกและคัดกรองคนต่างชาติตั้งแต่ก่อนก้าวเท้าเข้าสู่ราชอาณาจักรไทย โดยแบ่งโครงสร้างการปฏิบัติเป็น 2 ส่วนหลัก คือ 1.ระบบ APPS (Advance Passenger Processing System) สกัดกั้นบุคคลในบัญชีดำ (Blacklist) ที่เคยจำคุกในไทยและบุคคลที่มีหมายจับตำรวจสากล (Interpol) ซึ่งปัจจุบันฐานข้อมูลมีรายชื่อรวม 169,506 ราย ส่งผลให้สายการบินปฏิเสธการขึ้นเครื่องตั้งแต่ประเทศต้นทางทันที และหากเดินทางมาทางด่านชายแดนทางบก จะถูกปฏิเสธการเข้าเมืองทุกราย และ 2.คัดกรองกลุ่ม Free Visa เพิ่มความเข้มงวดในการเรียกสัมภาษณ์ชาวต่างชาติที่มีพฤติการณ์น่าสงสัย เช่น แฝงตัวเข้ามาแอบทำงาน หรือกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์/แก๊งสแกมเมอร์ที่พยายามย้ายฐานปฏิบัติการมาจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยสถิติตั้งแต่ ม.ค. - พ.ค. 2569 สามารถปฏิเสธการเข้าเมืองได้รวมทั้งสิ้น 29,490 ราย
2. มาตรการ ‘ไม่ให้อยู่’ (มาตรการเอกซเรย์พื้นที่ตอนใน) เป็นการตรวจสอบพฤติกรรมชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทยไม่ให้กระทำผิดวัตถุประสงค์ โดยมีผลงานเด่นคือ 1.ล้างบางวีซ่าผี (วีซ่านักเรียนทิพย์): เพิกถอนวีซ่าและผลักดันชาวต่างชาติที่แฝงตัวทำกิจกรรมไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะกลุ่มที่ถือวีซ่านักเรียนแต่ไม่มีการเรียนจริง ในห้วง ม.ค. - พ.ค. 2569 มีการ เพิกถอนและผลักดันออกนอกประเทศแล้ว 668 ราย และ 2.ระดมกวาดล้างจับกุมคดีต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - เม.ย. 2569 สามารถจับกุมต่างชาติที่กระทำความผิดกฎหมายในคดีต่าง ๆ ได้รวม 14,161 ราย

และ 3. มาตรการ ‘ไม่ให้รอด’ (มาตรการเป้าหมายร่วมและขยายผล) สตม. ได้จัดทำฐานข้อมูลกลุ่มเป้าหมายชาวต่างชาติที่มีพฤติการณ์เสี่ยงรวมกลุ่มเป็นแหล่งชุมชนและอาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อย โดยส่งข้อมูลต่อให้ตำรวจพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญร่วมบูรณาการเข้าตรวจค้นกวาดล้างตั้งแต่ ม.ค. - พ.ค. 2569 รวมทั้งสิ้น 190 เป้าหมาย ยอดการกระจายตัวในจังหวัดท่องเที่ยวหลักมีดังนี้ ตม.จว.ชลบุรี 147 เป้าหมาย (พื้นที่เพ่งเล็งสูงสุด) , ตม.จว.สุราษฎร์ธานี (รวมสมุย/พะงัน) 22 เป้าหมาย , ตม.จว.ภูเก็ต 10 เป้าหมาย , ตม.จว.เชียงใหม่ 9 เป้าหมาย และ ตม.จว.แม่ฮ่องสอน 2 เป้าหมาย
โดยผลการปฏิบัติการจากการปูพรมตรวจค้น 190 จุดข้างต้น เบื้องต้นพบการกระทำความผิดและ ดำเนินการจับกุมไปแล้ว 31 ราย ส่วนรายชื่อเป้าหมายที่เหลือทั้งหมดในบัญชี อยู่ระหว่างการสืบสวน ขยายผล และติดตามพฤติการณ์อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี โฆษก สตม. กล่าวเน้นย้ำในช่วงท้ายว่า พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ได้กำชับไปยังผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมืองในทุกกองบังคับการให้ดำเนินมาตรการนี้อย่างต่อเนื่อง ห้ามหย่อนยาน เพื่อกวาดล้างกลุ่มผู้เช่าหัวคิว ทุนเทา และอาชญากรข้ามชาติอย่างจริงจัง และจะมีการติดตามประเมินผลการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี