วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ผู้ว่าฯ ตรัง ลงพื้นที่น้ำตกโตนเต๊ะ สั่งห้ามท่องเที่ยวภูเขา ช่วงหน้าฝน ล้อมคอกหลังเกิดเหตุหญิงวัย 53 ปี พลัดหลงจนเสียชีวิต ชี้อย่าปลีกตัวออกจากกลุ่ม ถึงแม้จะมั่นใจในตัวเอง ขณะที่ ‘ทีมทัวร์’ แจ้งเหตุล่าช้าทำระยะเวลาช่วยเหลือยืดเยื้อออกไป ด้านนายเตือนนักท่องเที่ยวหลังภารกิจค้นหาสาวหลงป่าจบลงด้วยความสูญเสีย เผยแจ้งเหตุล่าช้าเกือบ 24 ชั่วโมง กระทบการช่วยเหลือ เตรียมเข้มงวดการเข้าพื้นที่เสี่ยงช่วงฤดูฝน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ไปยังบริเวณหน่วยพิทักษ์ป่าน้ำตกโตนเต๊ะ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง เพื่อสอบถามการลำเลียงร่างผู้เสียชีวิตลงสู่พื้นราบ พร้อมทั้งนำสิ่งของบำรุงขวัญมามอบให้และกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่และชาวบ้านร่วมกันปฎิบัติภารกิจค้นหาและนำร่าง น.ส.วันทนีย์ เลขวรรณวิเศษ หรือเอ๋ อายุ 53 ปี ชาว จ.นนทบุรี ในการพลัดหลงป่าและเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต
นายทรงกลด กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นฤดูฝน นักท่องเที่ยวน่าจะตระหนักว่าสถานการณ์เช่นนี้ก็เหมือนทะเล การรวมกลุ่มมาเที่ยว ส่วนใหญ่เป็นคนนอกพื้นที่ เหตุการณ์นี้เกิดบทเรียนหลายอย่าง อย่างแรกกับนักท่องเที่ยว ต้องดูสถานการณ์เมื่อเป็นเช่นนี้ควรจะชะลอการท่องเที่ยว
อย่างที่สอง เมื่อมากันเป็นทีมเป็นกลุ่มต้องใช้มติกลุ่มเป็นหลักไม่ใช่ว่าจะปลีกตัวออกไป ถึงแม้จะมั่นใจในตัวเองว่าชำนาญทางเคยมาหลายครั้ง แต่ตอนนั้นอาจจะไม่ได้มาในช่วงฤดูฝนก็ได้ การมาเที่ยวในช่วงฤดูฝนประเด็นสำคัญหากติดอยู่ในพื้นที่แล้วไม่มีร่มไม้ชายคา และหากค้นหาร่องรอย รอยเท้า หาไม่ได้ น้ำฝนชะล้างหมด การจะรวมกลุ่มกันมาเที่ยวต้องไปกันเป็นทีม มีอะไรเกิดขึ้นจะได้ช่วยเหลือได้ และอย่างที่สาม การติดต่อสื่อสารพื้นที่เทือกเขาบรรทัดกินพื้นที่หลายจังหวัด ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจและกลไกการระดมกำลังกันช่วยเหลือ
อย่างที่สี่ ‘ทีมทัวร์’ แจ้งมายังเจ้าหน้าที่ล่าช้า อาจจะเป็นเพราะว่ากลัวหรือแตกตื่นหรือกลัวข่าวจะกระจัดกระจายออกไป อะไรก็ตามให้เร็วเข้าไว้ การแจ้งช้าหลังจากข้ามคืนไปแล้ว ทำให้ทอดเวลาไปและมีปัญหา การช่วยเหลืออาจไม่ทันการ โดยแจ้งไปยังท้องที่ ท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ ข้ามคืนไปแล้ว เกือบ 24 ชั่วโมง
ขอฝากสำหรับนักท่องเที่ยวให้ศึกษาลักษณะภูมิประเทศและภูมิอากาศให้ดี ช่วงไหนที่มีการประกาศปิด ให้ทิ้งช่วงระยะเวลาไปก่อน ไปเที่ยวที่อื่นที่ปลอดภัยก่อนกว่า
“ในส่วนของมาตรการ ทางจังหวัดจะประสานไปทางอำเภอ ท้องที่ ท้องถิ่น รวมถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ต่อไปถ้ามีการดึงดันจะเข้ามาเที่ยวช่วงนี้ คงไม่ให้ ยกเว้นชาวบ้านที่เข้าออกมีวิถีชีวิตอยู่ตรงนี้ ทางทะเลก็เช่นกันก็ไม่อนุมัติ และต้องคุมเข้ม นี่ขนาดเราตามประกบเขายังดื้อ มีการที่จะปลีกตัวไป มั่นใจในตัวเอง คือความเข้มไม่อนุมัติ ไม่ให้เข้า ยกเว้นชาวบ้านที่เขาใช้ชีวิตอยู่ตรงนี้ เขารู้ทางหนีทีไล่ต้องเข้าออก” นายทรงกลด กล่าว
ด้าน นายธนสาร จันทรโชติ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด กล่าวว่า พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด มีมาตรการโดยเข้มแข็งตลอดสำหรับกรุ๊ปทัวร์จะต้องขออนุญาตก่อน 15 วัน และการขึ้นมาจะมีเจ้าหน้าที่ประกบ 2 คน และลูกหาบอีกต่างหาก พร้อมทั้งมีกติกา และอยู่ในกฎระเบียบ หากเพิ่มลูกทัวร์เข้าไปโดยไม่ได้ขออนุญาตจะมีความผิด ขั้นแรกว่ากล่าวตักเตือน และมีโทษปรับ หากมีความผิดซ้ำซากต้องถอนในอนุญาต หลังจากผ่านช่วงฤดูฝนนี้ไปจะมีการเปิดทัวร์อีกครั้ง พร้อมทั้งนำป้ายเส้นทางไปติดไว้ตลอดเส้นทาง โดยเส้นทางจาก อ.กงหรา จ.พัทลุงมายังเขาเจ็ดยอดประมาณ 16 กม. และระยะทางจากเขาเจ็ดยอดมายัง น้ำตกหนานสะตอ จ.ตรัง ประมาณ 12 กม.
ขณะที่ นายพะเนตร อุทัยรังษี นายอำเภอปะเหลียน กล่าวว่า จากเหตุการณ์นี้ต้องมีการทบทวนกันในแต่ละหน่วยงาน ส่วนฝ่ายปกครองเราจะมีมาตรการหากเกิดเหตุมีผู้สูญหายขึ้นมาแล้ว ทำอย่างไรจะขึ้นไปช่วยได้ทันทวงที และจะต้องทำบัญชีกลุ่มผู้เชี่ยวชาญการเดินป่า เพื่อที่จะระดมสรรพกำลังได้อย่างเต็มที่และรวดเร็ว ยิ่งเร็วแค่ไหน ความอยู่รอดปลอดภัยของผู้พลัดหลงจะมีมากขึ้น เหตุการณ์ครั้งนี้ก็คงเป็นบทเรียนที่จะต้องมีมาตรการเพิ่มเติมในอนาคต เพราะพื้นที่ อ.ปะเหลียนเป็นป่าเขา เพื่อความปลอดภัยในชีวิตของนักเที่ยว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี