วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569
สิ้นท่าคาห้องเช่า! กองปราบลุยเมืองตรังรวบสาววัย 20 ปี เปิดบัญชีม้าให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แฉประวัติเห็นแก่เงิน 300 บาท ยอมสแกนหน้า-ส่ง QR Code ให้มิจฉาชีพในเฟซบุ๊ก ทำประชาชนเดือดร้อน
วันที่ 11 มิ.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.มนตรี สงคง สารวัตรกองกำกับการ 6 บังคับการปราบปราม (สว.กก.6 บก.ป.) พร้อมด้วยเจ้าพนักงานตำรวจชุดปฏิบัติการ กก.6 บก.ป. ร่วมกันวางแผนนำกำลังเข้าจับกุมตัว นางสาววริษา (สงวนนามสกุล) อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 937/2567 ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2567
โดยถูกแจ้งข้อกล่าวหาหนักฐาน ‘ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง (บัญชีม้า)’ โดยเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าบ้านเช่าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 3 ตำบลโคกหล่อ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง
สำหรับพฤติการณ์และความเป็นมาของคดีนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อช่วงต้นปี พ.ศ. 2567 นางสาววริษา (ผู้ต้องหา) ในขณะนั้นมีอายุประมาณ 18-19 ปี ได้เล่นโซเชียลมีเดียและไปพบเพจเฟซบุ๊กของบุคคลรายหนึ่งที่มีการโพสต์ข้อความโฆษณาชวนเชื่อ ‘รับสมัครงานออนไลน์’ โดยระบุว่าจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินจำนวน 300 บาทอย่างง่ายดาย ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และต้องการรายได้ นางสาววริษาจึงได้ทักแชทข้อความเข้าไปติดต่อสอบถามรายละเอียด
ต่อมา มิจฉาชีพรายดังกล่าวได้สร้างกลุ่มสนทนาผ่านแอปพลิเคชัน Messenger ขึ้นมา โดยดึงสมาชิกเข้าร่วมกลุ่มจำนวน 3 คน ก่อนจะออกอุบายสั่งการให้ นางสาววริษา เดินทางไปยังร้านสะดวกซื้อใกล้บ้านที่มีเคาน์เตอร์บริการทางการเงิน เพื่อดำเนินการเปิดบัญชีธนาคารตามที่กำหนด เมื่อเดินทางไปถึงและทำธุรกรรมเปิดบัญชีเสร็จสิ้น กลุ่มคนร้ายได้สั่งให้เธอส่งข้อมูลรูปภาพคิวอาร์โค้ด (QR Code) ที่ได้รับจากการเปิดบัญชีส่งเข้าไปในกลุ่มแชททันที
จากนั้น ความร้ายกาจของมิจฉาชีพคือการโทรศัพท์ผ่านระบบวิดีโอคอล (Video Call) แบบกลุ่มใน Messenger มาหาผู้ต้องหา พร้อมสั่งให้เธอเปิดกล้องหน้าและทำการสแกนใบหน้า เพื่อเป็นการยืนยันตัวตนผ่านระบบธนาคารในการเข้าควบคุมบัญชีได้อย่างเบ็ดเสร็จ เมื่อคนร้ายได้ข้อมูลและสิทธิ์การเข้าถึงบัญชีไปทั้งหมดแล้ว จึงได้ทำการโอนเงินค่าจ้างจำนวน 300 บาท เข้าบัญชีของ นางสาววริษา ตามที่สัญญาไว้ก่อนจะเงียบหายไป
เวลาต่อมา บัญชีธนาคารที่ นางสาววริษา เปิดไว้ ได้ถูกขบวนการมิจฉาชีพนำไปใช้เป็นบัญชีม้าในการเป็นช่องทางรับโอนเงินไหลเวียนที่ได้มาจากการหลอกลวงต้มตุ๋นและกระทำความผิดทางอาญาจำนวนมาก ทำให้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความดำเนินคดีในหลายท้องที่ จนกระทั่งพนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานและศาลจังหวัดสมุทรปราการได้อนุมัติออกหมายจับในที่สุด
กระทั่งชุดสืบสวน กก.6 บก.ป. ได้ทำการแกะรอยเทคโนโลยีและสืบทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีออกจากพื้นที่ภาคกลาง มาเช่าบ้านพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ตำบลโคกหล่อ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง จึงได้นำกำลังเข้าปิดล้อมและแสดงตัวจับกุมได้ในที่สุด
เบื้องต้น จากการสอบถามคำให้การ นางสาววริษา ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ยอมรับว่าเปิดบัญชีแลกเงิน 300 บาทจริงโดยไม่รู้ว่าจะถูกนำไปใช้หลอกคน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี