542.jpg
รายงานพิเศษ : เปิดตำนาน “ป่าศักดิ์สิทธิ์” มอดไม้ผวา  สัมผัส เสมาหินพันปี ที่ จ.อำนาจเจริญ

รายงานพิเศษ : เปิดตำนาน “ป่าศักดิ์สิทธิ์” มอดไม้ผวา สัมผัส เสมาหินพันปี ที่ จ.อำนาจเจริญ

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.
Tag :

หากจะไปเที่ยวชม “ เสมาหินพันปี “ โดยรถยนต์ เริ่มจาก สี่แยกไฟแดงใจกลางเมืองอำนาจเจริญ อำเภอเมืองอำนาจเจริญ จังหวัดอำนาจเจริญ มุ่งหน้าทางทิศใต้ ถนนชยางกูรสายหลัก(อำนาจเจริญ – อุบลราชธานี) ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ถึง สี่แยกไฟแดงอำเภอลืออำนาจ จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสายรอง(ลืออำนาจ – พนา) ประมาณ 5 กิโลเมตร เข้าพื้นที่หมู่บ้านเปือย ซ้ายมือจะพบเห็นป้ายบอกทางเข้า โบราณสถานเสมาพันปี ระยะทาง 300 เมตร เป็นที่ตั้ง กลุ่มเสมาหินพันปีตั้งเรียงรายอยู่ และวิหาร พระประทานฝน ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายใน ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวชมอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ  แหล่งโบราณสถานเสมาพันปี สมัยก่อนบริเวณนี้ เป็นป่าทึบอุดมสมบูรณ์มาก ชาวบ้านเชื่อว่า “ป่าศักดิ์สิทธิ์” เพราะหากใครเข้าไปตัดไม้ทำลายป่า จะมีอันเป็นไปและเสียชีวิตทุกราย คนในพื้นที่จะเกรงกลัวกันมาก เมื่อถึงฤดูทำนาจะเข้าไปกราบไหว้บนบานต้นไม้ใหญ่ที่อยู่กลางป่า ขอให้ฝนตกดี ข้าวปลาอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ในป่าจะมีเต่าใหญ่ เรียกว่า “เต่าเพ็ก” อาศัยอยู่กว่า 100 ตัว แต่ปัจจุบันไม่มีเหลืออยู่แล้ว ซึ่งเต่าพวกนี้ พอตกเย็นจะเข้ามาในหมู่บ้าน ชาวบ้านจะให้ข้าวและกล้วยเป็นอาหารและไม่มีใครกล้าทำร้าย เพราะเชื่อว่าเป็นเต่าปู่ตาเลี้ยงไว้ ใครขโมยไปจะเอามาคืนภายใน 7 วัน โจรผู้ร้ายไม่มี ชาวบ้านอยู่กันสงบสุขดี


ชาวตำบลเปือย รักสงบ ชอบเข้าวัดฟังธรรม กลายเป็นหมู่บ้านแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง ทางอำเภอลืออำนาจให้เป็นหมู่บ้านต้นแบบและได้รับคำชมเชยมาตลอด และนับว่าเป็นตำบลเก่าแก่มีอายุกว่า 100 ปี ซึ่งเสมาพันปีที่อยู่ในหมู่บ้านจึงเป็นสิ่งยืนยันได้ดีที่สุด

ทั้งนี้ เสมาพันปีที่หมู่บ้านมีด้วยกัน 4 แห่ง โดยอยู่ในดอนปู่ตา บนเนื้อที่ 200 ไรทั้งหมด แต่น่าเสียดาย มีชาวบ้านบางคนเข้าไปบุกรุกจนเหลือเนื้อที่เพียง 50 ไร่เท่านั้น

โดยแหล่งที่ 1. เป็นกลุ่มเสมาในเขตวัดโพธิ์  เป็นเสมาแบบศิลา จำนวน 50 ใบ และเนินศาลาสถานที่ กลุ่มเสมาทรายปักอยู่ ชาวบ้าน เรียกว่า “ลานเสมา” แต่ละใบ มีการสลักเป็นรูปหม้อน้ำและคล้ายคลึงกันลวดลายเสากลม ที่ประดับกรอบประตูสมัยก่อนเมืองพระนคร ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 12 – 13 หรือ 1,400 ปีมาแล้ว สมัยทวาราวดี ศิลปะขอมแบบไพรกเมง พบเมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2532

แหล่งที่ 2. เป็นกลุ่มเสมาวัดบ้านไร่ นับว่าเป็นกลุ่มเสมาที่มีความหนาแน่นมากที่สุด มีจำนวนถึง 74 ใบ เป็นกลุ่มเสมาที่ทำด้วยศิลาแลง ไม่มีการสลักลวดลายและมีการสลักฐานบัวคว่ำ บัวหงาย มีสันนูนคล้ายยอดสถูปอยู่ตรงกลาง

แหล่งที่ 3. เป็นกลุ่มเสมาหลังโรงเรียนเปือย –หัวดง เป็นเสมาที่ทำด้วยหินทราย ลักษณะใบเสมาเรียบ ไม่มีลวดลาย แต่ตรงกลางเป็นที่เรียวไปถึงยอด มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 – 17

แหล่งที่ 4. เป็นกลุ่มเสมาดอนปู่ตา มีอยู่ 50 ใบ มีลักษณะเป็นศิลาทราย แต่ละใบจะมีการแกะสลักเป็นรูปนกแก้ว จึงเรียกว่า “ลานนกแก้ว”

ที่เป็นไฮไลท์สำคัญ คือ  พุทธรูปแบบปางสมาธิเก่าแก่ อายุกว่า 200 ปี สมัยทราวดี ประดิษฐานอยู่ภายในเพิงถาวร สมัยก่อนหากปีไหนฝนแล้ง ชาวบ้านจะมาทำพิธีขอฝนจากท่าน กระทั่งทุกวันนี้ ยังมีการทำพิธีขอฝนจากท่านช่วงฤดูทำนาปลูกข้าวเป็นประจำทุกปี จึงถูกเรียกว่า พระประทานฝน  ประทานพร และเป็นที่น่าเสียดาย หลายสิบปีมาแล้ว มีคนใจบาป ลักลอบเข้ามาตัดเอาเศียรพระไป ชาวบ้านจึงต้องทำเศียรขึ้นมาใหม่ทดแทนเศียรเดิมอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ...

 สนธยา ทิพย์อุตร

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top