วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569
542.jpg
นศ.สาววัย 19 ปี จบชีวิตเหตุพิษรัก เพจดังเปิดแชตลับอดีตแฟนขู่ปล่อยภาพ ต้นเหตุดิ่งสะพาน

นศ.สาววัย 19 ปี จบชีวิตเหตุพิษรัก เพจดังเปิดแชตลับอดีตแฟนขู่ปล่อยภาพ ต้นเหตุดิ่งสะพาน

วันอังคาร ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 15.49 น.

เหตุสลดเมื่อ นักศึกษาหญิงวัยเพียง 19 ปี จากจังหวัดอุบลราชธานี ตัดสินใจจบชีวิตตนเองลงอย่างน่าสะเทือนใจ ท่ามกลางข้อสงสัยและหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่า ต้นเหตุสำคัญมาจากความเครียดสะสม หลังถูกอดีตคนรักข่มขู่คุกคามอย่างหนัก
 

รายละเอียดเหตุการณ์ โศกนาฏกรรมกลางแม่น้ำมูล


เหตุการณ์อันน่าเศร้าสลดนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงค่ำของวันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุบลราชธานี และหน่วยกู้ภัย ได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินว่ามีหญิงสาวพยายามจะกระโดดสะพานข้ามแม่น้ำมูล (บริเวณใกล้สะพาน 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์) ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เจ้าหน้าที่ได้เร่งรุดไปยังจุดเกิดเหตุเพื่อให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ทว่าเหตุการณ์กลับเลวร้ายลงเมื่อน้องตัดสินใจกระโดดลงสู่แม่น้ำต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ก่อนที่ร่างจะจมหายไปในกระแสน้ำท่ามกลางความมืดมิด

แม้เจ้าหน้าที่กู้ภัยและงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี จะนำเรือท้องแบนออกระดมกำลังค้นหาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่พบร่างในคืนนั้น จนกระทั่งช่วงเที่ยงของวันที่ 15 มิถุนายน เจ้าหน้าที่จึงได้พบร่างของน้องลอยอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุออกไปประมาณ 1 กิโลเมตร จึงได้ดำเนินการกู้ร่างขึ้นจากน้ำ และนำส่งโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์เพื่อทำการชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป

 

การคุกคามหลังยุติความสัมพันธ์และภาวะซึมเศร้า

จากการสอบถามข้อมูลจากกลุ่มเพื่อนสนิทของผู้เสียชีวิต ทำให้ทราบถึงเบื้องหลังที่แสนเจ็บปวด น้องมีประวัติการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและอยู่ระหว่างการเข้ารับการรักษาด้วยยาอย่างต่อเนื่อง โดยพื้นฐานครอบครัว บิดามารดาได้แยกทางกันตั้งแต่เธอยังเด็ก มารดาเดินทางไปทำงานอยู่ต่างประเทศ ทำให้ผู้เสียชีวิตอาศัยอยู่ในการดูแลของคุณป้ามาโดยตลอด ด้วยสภาพแวดล้อมดังกล่าว ทำให้เธอเลือกที่จะเก็บปัญหาและความเครียดไว้กับตัว และระบายความทุกข์ใจให้เพียงเพื่อนสนิทฟังเท่านั้น

จุดแตกหักของเรื่องราวเกิดขึ้นหลังจากที่น้องตัดสินใจยุติความสัมพันธ์กับแฟนหนุ่มที่เพิ่งคบหากันได้ไม่นาน ฝ่ายชายไม่ยินยอมรับการเลิกรา และเริ่มมีพฤติกรรมคุกคามอย่างรุนแรง โดยใช้วิธีนำภาพถ่ายส่วนตัว (ภาพเปลือยขณะนอนหลับ) ของผู้เสียชีวิตไปเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงส่งต่อให้บุคคลที่สาม เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการข่มขู่ กดดัน บีบบังคับให้เธอกลับมาคบหาด้วย และสั่งห้ามไม่ให้เธอไปติดต่อพูดคุยกับบุคคลอื่น แม้ว่าน้องจะพยายามปกป้องตนเองด้วยการนำหลักฐานเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี ตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่การข่มขู่คุกคามจากอดีตแฟนหนุ่มก็ยังคงดำเนินต่อไป ส่งผลให้เกิดความเครียดสะสม นำไปสู่การพยายามทำร้ายตนเองหลายครั้ง ก่อนจะจบลงด้วยโศกนาฏกรรม

 


 

หลักฐานสำคัญ ข้อความสะเทือนใจจากเพจ "บ้านเฮียชาญ อุ้ยอุบล"

ประเด็นนี้ได้รับความสนใจและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ เมื่อ นายชาญวิทย์ ยอดสิงห์ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก "บ้านเฮียชาญ อุ้ยอุบล" ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลและภาพหลักฐานสำคัญ โดยทางเพจได้รับการติดต่อขอความช่วยเหลือพร้อมหลักฐานจากเพื่อนของผู้เสียชีวิตตั้งแต่วันเสาร์ก่อนเกิดเหตุ แต่เนื่องจากติดภารกิจอยู่ต่างจังหวัดจึงไม่อาจเข้าแทรกแซงสถานการณ์ได้ทัน

ทางเพจได้เปิดเผยภาพบันทึกหน้าจอแชตข้อความการสนทนาระหว่างน้องและอดีตแฟนหนุ่ม ซึ่งเป็นหลักฐานที่สร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างมาก โดยบทสนทนามีเนื้อหาดังนี้:

  • ฝ่ายหญิง: "ใช่" / "ตัวเองตัดสินใจเริ่มเอง" / "ความผิดหนูเอง" / "ที่คบพี่เป็นแฟน"
  • ฝ่ายชาย: "ไม่เลิกพี่ไม่เกิดขึ้น" / "เครครับ" / "เลิกโทษตัวเองน้า" / "พี่ไปล่ะ" / "เราแม่งไม่มีไรต้องคุยกันละ"
  • ฝ่ายหญิง: "ลบออกเถอะขอร้อง" (หมายถึงภาพส่วนตัว)
  • ฝ่ายชาย: (ส่งอิโมจิหน้ายิ้ม 2 รูป) / "ฟัง" / "ไม่"

ข้อความสั้นๆ ที่ฝ่ายชายปฏิเสธการลบภาพถ่ายส่วนตัวอย่างไร้เยื่อใย พร้อมอิโมจิหน้ายิ้ม แสดงให้เห็นถึงเจตนาในการคุกคามอย่างชัดเจน ซึ่งข้อความเหล่านี้ได้กลายเป็นหลักฐานสำคัญที่สังคมออนไลน์นำมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมของฝ่ายชาย

 

 

เพจดังหอบหลักฐานส่งตำรวจ จี้เพื่อนร่วมเป็นพยานเอาผิด

ความคืบหน้าล่าสุด นายชาญวิทย์ (เจ้าของเพจบ้านเฮียชาญ อุ้ยอุบล) พร้อมด้วย "ครูอ๊อฟ" และเจ้าของเพจ "เมืองอุบลน่าอยู่" ได้เดินทางเข้าพบผู้กำกับการและสารวัตรสืบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองอุบลราชธานี เพื่อส่งมอบพยานหลักฐานทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว โดยมุ่งหวังที่จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด นอกจากนี้ ยังได้โพสต์ข้อความวิงวอนไปยังกลุ่มเพื่อนของน้อง ที่ทราบเรื่องราวหรือเคยเห็นพฤติกรรมการทำร้ายจิตใจ ขอให้ออกมาเป็นพยานเพื่อทวงคืนความยุติธรรม

พร้อมกันนี้ นายชาญวิทย์ ยังได้ฝากข้อความถึงครอบครัวของผู้เสียชีวิต ขอให้เข้มแข็งและเดินหน้าดำเนินคดีควบคู่ไปกับการจัดงานศพ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องขั้นตอนทางกฎหมายหรือค่าใช้จ่าย เนื่องจากมีหลายหน่วยงาน สื่อมวลชน และประชาชนที่พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมถึงเงินรายได้ทั้งหมดจากการไลฟ์สดประมูลพระเครื่องหลวงปู่หนูอินทร์ ที่ตนและ "พ่อเลี้ยงอุ้ย" ร่วมกันจัดทำขึ้น ก็จะนำไปมอบให้ครอบครัวเพื่อสมทบทุนจัดงานศพทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ

 

 

หัวอกแม่สลาย โพสต์อาลัยพร้อมทวงคืนความยุติธรรมให้ลูกสาว

ในขณะเดียวกัน ทางด้านมารดาของน้อง ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อแสดงความอาลัยต่อการจากไปของลูกสาว พร้อมยืนยันว่าจะต่อสู้เพื่อทวงความยุติธรรมให้ถึงที่สุด โดยระบุข้อความสุดสะเทือนใจว่า

"จากไปไม่มีวันหวนกลับ ไปเป็นเทวดาบนฟากฟ้า แม่จะทวงความยุติธรรมให้ลูกเอง... ตอนมีชีวิตอยู่ลูกอยากได้ความยุติธรรม ตอนนี้ลูกไม่อยู่แล้ว แม่จะทวงความยุติธรรมให้ลูกถึงที่สุด ขอให้โลกใบใหม่ใจดีกับลูกแม่ คิดถึงคนน้อยของแม่ แม่จะเว้าหยอกใคร อีจ่อยของแม่"

นอกจากนี้ มารดาของผู้เสียชีวิตยังได้กล่าวขอบคุณเฮียชาญ, พ่อเลี้ยงอุ้ย และทุกหน่วยงานที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือ รวมถึงผู้ที่ร่วมสมทบทุนผ่านการบูชาพระเครื่อง ขอให้ผลบุญส่งกลับคืนไปหาทุกท่านร้อยเท่าพันเท่า พร้อมทิ้งท้ายด้วยความหวังอันแรงกล้าว่า "ทำยังไงก็ได้ ขอให้ลูกหนูได้รับความเป็นธรรมด้วยค่ะ"

ท้ายที่สุดนี้ คงต้องรอติดตามความคืบหน้ากันต่อไปว่าบทสรุปของคดีนี้จะลงเอยอย่างไร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมงานที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือจะสามารถนำตัวอดีตแฟนหนุ่มมารับทราบข้อกล่าวหา และเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมายได้หรือไม่... ทางเราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และขอร่วมไว้อาลัยแด่การจากไปของน้องมา ณ ที่นี้

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top