วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569
สตม.ไม่ปล่อยไว้! บุกจับโอปป้าแสบคาคอนโดหรูย่านรามคำแหง หนีคดีฉ้อโกงเงินโทรคมนาคมมหาศาลกว่า 227 ล้านบาท โดนสั่งเพิกถอนวีซ่า-เด็ดปีกพาสปอร์ต เตรียมส่งกลับดำเนินคดีบ้านเกิด
ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) / ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สตม. (ผอ.ศปชก.สตม.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง ช่วยราชการ บก.สส.สตม.
ได้ร่วมกันสั่งการให้ พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผกก.1 บก.สส.สตม.) นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.สตม. เข้าทำการตรวจสอบและควบคุมตัว MR.KIM (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาสำคัญตามหมายจับของทางการประเทศเกาหลีใต้
สำหรับปฏิบัติการรวบตัวมาเฟียเศรษฐกิจรายนี้ สืบเนื่องมาจาก แผนกกงสุลตำรวจ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) ประจำประเทศไทย ได้ส่งหนังสือทางการเพื่อขอความร่วมมือมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ช่วยสืบสวน ติดตาม และผลักดันส่งกลับ MR.KIM (นามสมมุติ) เนื่องจากมีพฤติการณ์กระทำความผิดร้ายแรงในประเทศบ้านเกิด ฐานฝ่าฝืนพระราชบัญญัติพิเศษ ว่าด้วยการป้องกันความเสียหายจากการฉ้อโกงทางการเงินโอนผ่านระบบโทรคมนาคม (คดีหลอกลวงโอนเงินหรืออาชญากรรมทางเทคโนโลยี) โดยกลุ่มผู้เสียหายในเกาหลีใต้ได้รับความเสียหายรวมคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 7,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือคำนวณเป็นเงินไทยกว่า 227 ล้านบาท ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ได้สั่งอนุมัติยกเลิกหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) ของผู้ต้องหารายนี้ไปก่อนหน้าแล้ว
ต่อมาจากการตรวจสอบข้อมูลในระบบสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง (Biometrics) ของไทย พบว่า MR.KIM ได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยโดยการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวยังไม่สิ้นสุด ทางพล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. จึงได้ลงนามอนุมัติสั่งเพิกถอนสิทธิ์การตราวีซ่าทันที เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. แกะรอยสืบสวนหาพิกัดกบดานอย่างเร่งด่วน
จากการลงพื้นที่สืบสวนเชิงลึกและการใช้ระบบเทคโนโลยีติดตามตัวของชุดสืบสวน สตม. พบเบาะแสสำคัญว่า MR.KIM ได้หลบหนีไปพักอาศัยและซ่อนตัวอยู่ภายในห้องพักของคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่งย่านรามคำแหง กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังเข้าทำการตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายทันที และสามารถแสดงตัวเข้าควบคุมตัว MR.KIM เอาไว้ได้สำเร็จโดยละม่อมไร้การขัดขืน
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการแจ้งสิทธิ์และแจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรให้ผู้ต้องหารับทราบ จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวนำส่งไปยัง กองกำกับการ 3 บัญชาการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (กก.3 บก.สส.สตม.) เพื่อกักตัวตามขั้นตอนกฎหมายคนเข้าเมือง และประสานงานร่วมกับทางแผนกกงสุลตำรวจ สอท.เกาหลีใต้ ดำเนินการผลักดันส่งกลับตัว MR.KIM ไปดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมที่ประเทศเกาหลีใต้ต่อไป
ทั้งนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชนและผู้ประกอบการ หากพบเห็นบุคคลต่างด้าวที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย หรือมีพฤติการณ์พัวพันอาชญากรรมข้ามชาติ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ช่องทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ www.immigration.go.th, ที่ตั้งหน่วยงานของ สตม. ทุกจังหวัดทั่วประเทศ หรือโทรแจ้งที่สายด่วน สตม. หมายเลข 1178 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อร่วมกันรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยของประเทศ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี