วันจันทร์ ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ศุลกากรลุยล้างบางสินค้าเถื่อน! อธิบดี 'พันธ์ทอง' นำทีมเผาทำลายบุหรี่-บุหรี่ไฟฟ้าคดีสิ้นสุด บิ๊กล็อตกว่า 95 ล้านชิ้น มูลค่าพุ่ง 676 ล้านบาท
วันที่ 22 มิ.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีทำลายของกลางประเภทบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าที่คดีถึงที่สุดแล้ว ณ บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการ
โดยการตั้งโต๊ะและร่วมทำลายของกลางในครั้งนี้ มีตัวแทนและผู้บริหารจากหน่วยงานภายนอกเข้าร่วมสังเกตการณ์อย่างคับคั่ง อาทิ พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (รอง ผบก.ปคบ.), พล.ต.อ.วงศ์ปกรณ์ เปรมกุลนันท์ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รอง ผบก.ปศท.) และนายธีรทัศน์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อขานรับนโยบายร่วมของรัฐบาลในการยกระดับปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายอย่างจริงจัง
นายพันธ์ทอง เปิดเผยว่า การดำเนินการทำลายของกลางบิ๊กล็อตในวันนี้ เป็นไปตามข้อสั่งการและนโยบายเร่งด่วนของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่เน้นย้ำและกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายเข้ามาในราชอาณาจักร โดยเฉพาะสินค้าประเภทบุหรี่หนีภาษีและบุหรี่ไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบันกำลังแพร่ระบาดและเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของกลุ่มเด็ก เยาวชน รวมถึงประชาชนทั่วไป
‘ที่ผ่านมา กรมศุลกากรไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการบูรณาการข้อมูลและการปฏิบัติงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินหน้าปราบปรามขบวนการลักลอบค้าของเถื่อนอย่างเข้มข้นในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่แนวชายแดนด่านทางบก ช่องทางท่าเรือขนส่งสินค้า ท่าอากาศยานต่าง ๆ รวมถึงการตรวจคัดกรองพัสดุไปรษณีย์ทั่วประเทศ จนสามารถสกัดกั้นและตรวจยึดของกลางได้เป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง’ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าว
อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวต่ออีกว่า สำหรับของกลางเถื่อนที่นำมาเข้าสู่กระบวนการทำลายร่วมกันในวันนี้ เป็นผลงานการจับกุมของด่านศุลกากรต่าง ๆ จากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศที่สิ้นสุดกระบวนการทางคดีแล้ว มีปริมาณบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ารวมจำนวนทั้งสิ้นกว่า 95 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่ารวมสูงถึง 676 ล้านบาท
โดยวิธีการทำลายจะใช้เทคโนโลยีการเผาทำลายใน ‘เตาเผาระบบปิดมาตรฐานสากล’ ซึ่งได้รับการรับรองและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อควบคุมมลพิษทางอากาศอย่างเข้มงวด ป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สุขภาพของชุมชนและประชาชนที่อยู่อาศัยโดยรอบนิคมอุตสาหกรรม และระเบียบปฏิบัติในครั้งนี้ยังเป็นการยืนยันทางกฎหมายว่าของกลางผิดกฎหมายทั้งหมดที่ยึดมาได้ จะถูกทำลายจนสิ้นสภาพ และไม่สามารถหมุนเวียนกลับมาสร้างผลกระทบทางสังคมหรือลักลอบจำหน่ายได้อีกต่อไป
ทั้งนี้ อธิบดีกรมศุลกากรได้กล่าวทิ้งท้ายเพื่อย้ำเตือนและสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนว่า บุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง ถือเป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้า ขนย้าย และจำหน่ายในประเทศไทยโดยเด็ดขาดตามกฎหมาย พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ปกครอง เด็ก และเยาวชน ในการสร้างค่านิยม ‘ไม่ซื้อ ไม่ใช้ และไม่สนับสนุน’ สินค้าทำลายสุขภาพเหล่านี้ พร้อมทั้งขอให้ร่วมกันเฝ้าระวังและแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดแก่เจ้าหน้าที่เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ปลอดภัยต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี