วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ภัยแล้งแดดมรณะ! เฒ่าอำนาจเจริญวัย 76 ล้มฟุบสิ้นใจคาแปลงนาเซ่น 'ฮีตสโตรก' เหตุเร่งดำนาสู้แดดจัดช่วงฝนทิ้งช่วง
วันที่ 23 มิ.ย. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเสนางคนิคม ได้รับแจ้งเหตุสลดมีบุคคลเพศชายสูงอายุ เสียชีวิตอยู่บริเวณกลางทุ่งนาในพื้นที่บ้านหนองโน ตำบลโพนทอง อำเภอเสนางคนิคม จังหวัดอำนาจเจริญ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น พร้อมประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลเสนางคนิคม และหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ รีดรุดเดินทางไปร่วมตรวจสอบและชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงจุดเกิดเหตุซึ่งอยู่บริเวณทุ่งนากลางแจ้ง ใกล้กับฝายหนองหมู ต.โพนทอง ชาวบ้านได้ช่วยกันเดินนำเจ้าหน้าที่เข้าไปยังแปลงนาซึ่งยังมีน้ำเจิ่งนองอยู่เป็นบางส่วน โดยพบต้นข้าวที่มัดตอกเตรียมไว้ดำนาวางกองเรียงรายอยู่ทั่วบริเวณ ส่วนร่างของผู้เสียชีวิต ทราบชื่อต่อมาคือ นายสว่าง (สงวนนามสกุล) อายุ 76 ปี สภาพศพสวมชุดทำนา ถูกเจ้าหน้าที่กู้ภัยเคลื่อนย้ายร่างใส่เปลสนามนำเข้ามาหลบแดดอยู่ภายในกระท่อมนา (เถียงนา) ก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อทำหัตถการปั๊มหัวใจช่วยชีวิตอย่างเร่งด่วน แต่ไม่สามารถกระตุ้นสัญญาณชีพกลับมาได้ และนายสว่างได้เสียชีวิตลงในที่สุด โดยแพทย์ระบุสาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้น เกิดจากภาวะหัวใจหยุดเต้นฉับพลัน เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดจนเป็นโรคลมแดด หรือ ฮีตสโตรก

จากการสืบสวนสอบสวนญาติและผู้เห็นเหตุการณ์มีรายงานว่า ผู้ตายเป็นเกษตรกรที่มีความขยันขันแข็ง โดยตั้งแต่เริ่มมีฝนตกลงมาในช่วงต้นฤดูกาลทำนา นายสว่างได้ย้ายมานอนพักอาศัยอยู่ที่กระท่อมนาแห่งนี้ทุกวันเพื่อดูแลผืนนา และจะลงมือปักดำต้นข้าวในแปลงนาตั้งแต่เช้าตรู่ของทุกวันเพื่อให้ทันฤดูทำปลูกข้าว ทว่าในช่วงระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมานี้ ได้เกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงในพื้นที่ ประกอบกับสภาพอากาศในระหว่างวันทวีความร้อนจัดและอบอ้าวเป็นอย่างมาก แต่นายสว่างยังคงฝืนลงไปเดินลุยโคลนดำนาอยู่กลางแปลงนาตามลำพังท่ามกลางแดดระอุ คาดว่าในระหว่างที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ ดำนาอยู่นั้น ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำสะสมและทนความร้อนไม่ไหว จนเกิดช็อกเป็นโรคลมแดดหมดสติล้มคว่ำลงไปในแปลงนา โดยไม่มีชาวบ้านในละแวกนั้นสังเกตเห็น

กระทั่งถึงเวลาเพล ภรรยาของนายสว่างได้จัดเตรียมภัตตาหารและปิ่นโตกับข้าวมื้อเที่ยงเดินทางมาส่งให้สามีที่กระท่อมนาเหมือนเช่นทุกวัน ทว่าเมื่อมาถึงกลับไม่พบตัวนายสว่างนั่งพักอยู่ในร่ม จึงเดินออกตระเวนส่องสายตามองหาตามแปลงนา รอบ ๆ ฝายหนองหมู จนกระทั่งต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบร่างของสามีนอนแน่นิ่งอยู่กลางแปลงนากลางแสงแดดแผดเผา ภรรยาจึงรีบวิ่งไปดูและตะโกนเรียกให้ชาวบ้านใกล้เคียงช่วยเหลือ พร้อมโทรศัพท์แจ้งหน่วยกู้ภัยให้รีบมาตรวจสอบ ซึ่งกู้ภัยพยายามอุ้มร่างเข้าร่มปั๊มหัวใจแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ทัน
อย่างไรก็ตาม ทางด้านญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิตเข้าใจถึงเหตุสุดวิสัยและสภาพร่างกายของผู้สูงอายุที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดรุนแรง จึงไม่ติดใจในสาเหตุของการเสียชีวิตแต่อย่างใด ภายหลังเสร็จสิ้นการชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้มอบหมายให้หน่วยกู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตส่งคืนให้แก่ญาตินำกลับไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณีทางศาสนาที่ภูมิลำเนาต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี