วันอังคาร ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2569
เด็ดหัวก่อนปล้นทอง! ตร.เชียงรายแกะรอยยาริสรวบ 2 วายร้ายเสพยาหลอน ยึดของกลางค้อน-เครื่องเจียรหลังงัดตู้ ATM บิ๊กซี ตะลึงผงะเปิดมือถือเจอแชทวางแผนจ่อปล้นร้านทองต่อ ผกก.ลั่นดับแผนร้ายได้ทัน
วันที่ 23 มิ.ย. 69 พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ ตงศิริ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงราย (ผกก.สภ.เมืองเชียงราย) ได้อำนวยการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและปราบปราม ร่วมกันแถลงผลการจับกุมตัวผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์และยาเสพติดรายสำคัญ ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคม จำนวน 2 ราย ประกอบด้วย นายพงศธร (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ชาวตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย และ นายทศพร (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี ชาวตำบลสันติสุข อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย
โดยแจ้งข้อกล่าวหาหนักรวม 3 ข้อหา คือ ‘ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกันสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์นั้น หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การพาทรัพย์นั้นไป, ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย’ พร้อมตรวจยึดของกลางรถยนต์เก๋ง อุปกรณ์ชำแหละ และกล่องบรรจุเงินตู้ ATM
การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลาประมาณ 08.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงราย ได้รับแจ้งเหตุสะเทือนขวัญจากศูนย์รับแจ้งเหตุวิทยุ 191 เชียงราย ว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธและเครื่องมือหนักงัดแงะตู้จำหน่ายเงินสดอัตโนมัติ (ATM) ของธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี (สาขาที่ 1) หมู่ 13 ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย หลังเกิดเหตุคนร้ายได้หลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเดินทางไปถึง ทางชุดสืบสวนจึงได้จัดกำลังเร่งแกะรอยตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดรอบบริเวณอย่างละเอียด
กระทั่งจากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุได้ร่วมกันใช้รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริสเอทีฟ (Yaris Ativ) สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เป็นยานพาหนะในการเดินทางมาลงมือและขนของหลบหนี จนกระทั่งต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ตรวจพบรถยนต์เก๋งคันที่มีลักษณะตำหนิรูปพรรณตรงกับรถของคนร้าย ขับเข้ามาจอดอยู่บริเวณลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเชียงราย เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังปิดล้อมและแสดงตัวเข้าควบคุมตัวคนขับรถเอาไว้ได้ทันควัน ทราบชื่อคือ นายพงศธร และจากการตรวจค้นภายในตัวรถพบของกลางยาบ้าซุกซ่อนอยู่จำนวน 9 เม็ด
จากการเค้นสอบปากคำในราบแรก นายพงศธร ได้ให้การภาคเสธโดยอ้างว่าตนเองไม่ได้เป็นลงมือดัดแปลงงัดตู้ ATM แต่ยอมรับว่าทำหน้าที่ขับรถมาส่ง โดยมี นายทศพร เพื่อนร่วมแก๊งเป็นคนลงมือ และในขณะนี้ตัวนายทศพรระหว่ากำลังเดินเข้าไปเลือกซื้อของอยู่ภายในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำกำลังรุดเข้าล็อคตัวนายทศพรออกมาสอบสวนที่รถยนต์ทันที ซึ่งนายทศพรยอมจำนนต่อหลักฐานและรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมืองัดตู้จริง
และจากการตรวจค้นสิ่งของภายในรถยนต์เก๋งอย่างละเอียดเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่ถึงกับผงะเมื่อพบหลักฐานและอุปกรณ์ประกอบฉากอาชญากรรมซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมาก ได้แก่ ค้อนเหล็กด้ามสีเขียวดำ จำนวน 1 อัน, เครื่องเจียรไฟฟ้า (ลูกหมู) จำนวน 1 เครื่อง, ไขควงด้ามจับสีดำ จำนวน 1 อัน, แท่งเหล็กยาว จำนวน 1 แท่ง และที่สำคัญที่สุดคือพบ กล่องรีเจค (Reject Box) ซึ่งเป็นกล่องเหล็กสำหรับระบบรับ-จ่ายเงินของตู้ ATM ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ถูกงัดหลุดออกมาจำนวน 1 กล่อง โดยผู้ต้องหาทั้งสองยอมรับสารภาพตรงกันว่า ที่วางแผนลงมืองัดตู้ ATM ในครั้งนี้ เพราะต้องการหาเงินจำนวนมากไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยและซื้อยาเสพติดมาเสพ โดยก่อนหน้าจะเดินทางมาก่อเหตุก็ได้เสพยาบ้าด้วยกันมาล่วงหน้าแล้ว
ด้าน พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ ตงศิริ ผกก.สภ.เมืองเชียงราย เปิดเผยข้อมูลสุดน่ากลัวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากการที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมคนร้ายงัดตู้ ATM ได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่วันแล้ว สิ่งที่น่าตกใจและเป็นเรื่องร้ายแรงกว่านั้นคือ จากการที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาทั้งสองรายมาทำการตรวจเช็กขยายผลทางนิติวิทยาศาสตร์ ได้พบหลักฐานชิ้นสำคัญเป็นข้อความสนทนาในแชทแอปพลิเคชันอย่างชัดเจน ซึ่งระบุว่า ทั้งสองคนกำลังอยู่ระหว่างการพูดคุยวางแผนร่วมกันเตรียมการที่จะไปก่อเหตุใช้อาวุธบุกเข้าปล้นร้านทองในพื้นที่ต่อทันทีหลังจากได้เงินทุนจากการงัดตู้ ATM ในครั้งนี้
‘การจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองรายได้ในครั้งนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติถือเป็นการสกัดกั้นและระงับเหตุร้ายแรงขั้นวิกฤตที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ได้ทันท่วงที เพราะผู้ต้องหามีพฤติการณ์เสพยาเสพติดจนหลอน มีความต้องการเงินไปใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยอย่างไร้สติ และพร้อมที่จะก่อเหตุที่ใช้ความรุนแรงและนำไปสู่ความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่ประชาชนในพื้นที่ได้ การจับกุมนี้จึงเป็นการสร้างความปลอดภัยและเรียกความเชื่อมั่นให้กับชาวเชียงรายได้อย่างแท้จริง’ พ.ต.อ.เกรียงศักดิ์ กล่าวในตอนท้าย
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมสั่งการให้ชุดสืบสวนขยายผลประวัติอาชญากรรมเชิงลึกว่าเคยร่วมกันก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือรายอื่นอีกหรือไม่
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี