วันศุกร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ทัพฟ้าเมียนมาทิ้งบอมบ์เหี้ยม! บินรบ-โดรนถล่มหมู่บ้านรัฐฉานยันคาเรนนี สลดเด็ก 6 ขวบและ 10 ขวบสังเวยชีวิต ขณะที่ภูมิภาคมะเกวโดนลูกหลงดับเพิ่ม 3 ชีวิต แฉสถิติปี 69 พลเรือนสังเวยชีวิตพุ่งเซ่นปฏิบัติการสองหน้า
สถานการณ์ความขัดแย้งและการสู้รบภายในประเทศเมียนมา ซึ่งส่งผลกระทบต่อสวัสดิภาพของพลเรือนอย่างรุนแรง โดยทางเพจเฟซบุ๊ก ‘นักรบอิสระ’ ซึ่งเป็นสื่อทางเลือกเกาะติดสถานการณ์ความมั่นคงชายแดนและกลุ่มชาติพันธุ์ ได้รายงานข้อมูลเชิงลึกระบุว่า กองทัพอากาศเมียนมาได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหม่ โดยนำเครื่องบินขับไล่และโดรนติดอาวุธ เข้าโจมตีเป้าหมายพลเรือนอย่างรุนแรงในพื้นที่รัฐคาเรนนี และภูมิภาคมะเกว

รายงานระบุว่า จุดแรกเกิดขึ้นที่หมู่บ้านลีโว อำเภอฝายขุ่น (หรือแผ่โข่ง) ในเขตพื้นที่ของรัฐฉานซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับรัฐคาเรนนี รวมถึงพื้นที่เมืองดีมอโซว์ ในรัฐคาเรนนี โดยการโจมตีทางอากาศในระลอกนี้ แรงระเบิดและสะเก็ดระเบิดส่งผลให้มีเยาวชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตทันทีจำนวน 2 ราย ตรวจสอบพบเป็นเด็กอายุเพียง 10 ขวบ และเด็กเล็กอายุเพียง 6 ขวบ สร้างความโศกเศร้าสะเทือนใจให้แก่ครอบครัวและผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก
ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่หมู่บ้านชินทอง ในเขตเมืองสลิน ภูมิภาคมะกเว มีรายงานพฤติการณ์ความรุนแรงในลักษณะเดียวกัน โดยชาวบ้านในพื้นที่ยืนยันตรงกันว่า ได้มีโดรนติดอาวุธของกองทัพเมียนมา บินเข้ามาเหนือจำลองฟ้าของหมู่บ้าน ก่อนจะทำการปลดระเบิดจำนวน 3 ลูก ลงสู่กลางชุมชนอย่างจงใจ ทั้งที่ในขณะนั้นและก่อนหน้านี้ไม่เคยมีเหตุการณ์ปะทะหรือการต่อสู้กันระหว่างกองทัพรัฐบาลกับกองกำลังปกป้องประชาชน (PDF) ในพิกัดดังกล่าวแต่อย่างใด ส่งผลให้แรงระเบิดคร่าชีวิตชายหนุ่มภายในหมู่บ้านไปทันทีอีกจำนวน 3 ราย

จากสถานการณ์ความรุนแรงทางอากาศที่พุ่งเป้าทลายชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์ ทางด้านองค์กรภาคประชาสังคมในรัฐคาเรนนี (Civil Society Organizations) ได้ออกมาเปิดเผยสถิติความสูญเสียอันน่าสะพรึงกลัวว่า นับตั้งแต่เริ่มต้นปีพุทธศักราช 2569 เป็นต้นมา ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ การใช้โดรนพลีชีพ และการระดมยิงด้วยอาวุธหนักจากฐานที่มั่นของกองทัพเมียนมาพุ่งเข้าใส่ชุมชน ได้ส่งผลให้พลเรือนในพื้นที่เสียชีวิตไปแล้วไม่น้อยกว่า 30 ราย และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส-พิการอีกมากกว่า 80 ราย
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียนวิเคราะห์ว่า เหตุการณ์โจมตีทางอากาศครั้งล่าสุดนี้ สะท้อนให้เห็นถึงมาตรการยกระดับความเข้มข้นทางทหารของรัฐบาลเนปิดอว์ ในการพยายามส่งกำลังพลและการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ประสิทธิภาพสูงปูพรมโจมตีในหลายพื้นที่ทั่วประเทศเพื่อแย่งชิงพื้นที่คืน สวนทางกับภาพลักษณ์ทางการทูตที่ฝ่ายผู้นำทหารเมียนมายังคงพยายามหยิบยกเรื่อง ‘การเจรจาสันติภาพ’ ขึ้นมากล่าวอ้างต่อประชาคมโลกควบคู่กันไป ซึ่งเป็นกลยุทธ์สงครามสองหน้าเพื่อดึงเช็งทางการเมืองในระหว่างที่ลงมือสังหารประชาชนของตนเอง

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี