วันพฤหัสบดี ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
“ศ.ดร.ยศชนัน” ชู MOIP พลิกโฉมนโยบาย อววน. ไทย สอวช. เปิดเวทีประชุมวิชาการนโยบายสาธารณะครั้งแรก ระดมผู้เชี่ยวชาญระดับโลกแลกเปลี่ยนแนวคิดขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรมเชิงพันธกิจ
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ภายใต้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดการประชุมวิชาการนโยบายสาธารณะของ สอวช. ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “พลิกโฉมประเทศไทยด้วย Mission-Oriented Innovation Policy (MOIP)” หรือ “The 1st NXPO Public Policy Conference: Thailand Strategic Leap through MOIP” โดยได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ ดร. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. และประธานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการประชุม ณ ห้องอินฟินิตี้ บอลรูม โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และผู้กำหนดนโยบายของประเทศเข้าร่วมกว่า 200 คน

ศ. ดร. ยศชนัน เน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้นโยบายนวัตกรรมที่มุ่งเน้นภารกิจ (MOIP) เป็นกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศและการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย ท่ามกลางความท้าทายด้านเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดย สอวช. มีแนวทางปรับการจัดทำนโยบายด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อววน.) ของประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น ด้วยการนำแนวคิด MOIP มาใช้สนับสนุนการจัดทำกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ อววน. ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2571–2575) เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศผ่านภารกิจที่ชัดเจน และเชื่อมโยงการทำงานของทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ
ศ. ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทยมีฐานความรู้ งานวิจัย และศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากศูนย์ แต่ต้องนำองค์ความรู้ที่มีมาต่อยอดให้สามารถตอบโจทย์การพัฒนาประเทศได้จริง โดยศึกษาบทเรียนจากต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จในการใช้ MOIP เพื่อยกระดับประเทศและก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งการกำหนดภารกิจที่ชัดเจนจะช่วยให้ประเทศมองเห็นว่าต้องพัฒนางานวิจัยด้านใด ต้องการกำลังคนประเภทใด ต้องดึงดูดการลงทุนเท่าใด และต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างไร เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างรายได้ที่เพียงพอต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน
สำหรับความท้าทายสำคัญที่ประเทศไทยต้องเร่งดำเนินการ มี 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. การรับมือการแข่งขันด้านเทคโนโลยีของโลก (Tech War) ผ่านการพัฒนา AI, Semiconductor, Advanced Manufacturing, Robotics และการยกระดับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรม
2. การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยการขับเคลื่อน Circular Economy, Green Energy, Space Economy รวมถึงการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีอวกาศ ตลอดจนการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)
3. การรองรับสังคมสูงวัย การเปลี่ยนแปลงทางประชากร และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ผ่านการพัฒนา Wellness Economy, Precision Medicine, Future Food และ Creative Economy เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ

ศ. ดร.ยศชนัน กล่าวอีกว่า การขับเคลื่อนนโยบายจะต้องอาศัยการบูรณาการของทุกกระทรวง การใช้เครื่องมือเชิงนโยบายที่หลากหลาย การปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการติดตามประเมินผล และการวัดผลกระทบ เพื่อให้สามารถปรับนโยบายได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการวิจัยของประเทศไทยให้สอดคล้องกับแนวทางขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อคุณภาพงานวิจัย ระบบการให้ทุน และมาตรฐานการดำเนินงานของประเทศ รองรับความร่วมมือกับนักวิจัยและองค์กรระดับนานาชาติในอนาคต
ศ. ดร.ยศชนัน กล่าวเพิ่มเติมว่า ประเทศไทยต้องเปิดกว้างสู่ความร่วมมือกับนานาชาติ เชื่อมโยงหน่วยงานไทยกับเครือข่ายระดับโลก เพื่อร่วมกันสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์อนาคต พร้อมแสดงความหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการยกระดับนโยบาย อววน. ของประเทศไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลอย่างเป็นรูปธรรม

ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ รวมทั้งเปิดเวทีหารือระหว่างหน่วยงานนโยบายสำคัญของประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำแนวคิด MOIP มาประยุกต์ใช้ในการจัดทำกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2571–2575
ภายในงานได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายนวัตกรรมระดับโลก ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีจากต่างประเทศ อาทิ Philippe Larrue จาก OECD บรรยายในหัวข้อ “MOIP: Global Lessons on Mission Design, Governance, and Delivery” พร้อมด้วย Mariana Mazzucato จาก University College London ผู้บุกเบิกแนวคิด Mission-Oriented Innovation Policy บรรยายพิเศษในหัวข้อ “From Ambition to Implementation: Missions, Portfolios, and Government Capacity”
นอกจากนี้ ยังมีการเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ ได้แก่ Hazami Habib จาก Academy of Sciences Malaysia และ Benjamin Kumpf และ Charles McIvor จาก OECD ในประเด็น “What Good MOIP Looks Like in Practice” เพื่อนำเสนอแนวทางการออกแบบและขับเคลื่อนนโยบายเชิงพันธกิจให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม
ในช่วงบ่ายเป็นการเสวนาระดับนโยบายว่าด้วยการประยุกต์ใช้ MOIP ในบริบทประเทศไทย โดย ดร.สุรชัย ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับนายอธิพงศ์ หิรัญเรืองโชค และนางอารีย์พันธ์ เจริญสุข ซึ่งเป็นผู้แทนหน่วยงานด้านยุทธศาสตร์และการปฏิรูประบบราชการของประเทศ รวมถึงการเสวนาหัวข้อ “Thailand’s MOIP: What it should look like and how to make it work” ซึ่งมีผู้ทรงคุณวุฒิร่วมอภิปราย ได้แก่ ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล และ ดร.แบ๊งค์ งามอรุณโชติ เพื่อร่วมกันเสนอแนวทางการกำหนด “ภารกิจสำคัญของประเทศ” ที่สามารถขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี