วันศุกร์ ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
เดือดร้อนนับร้อยคัน! ถนนบางขัน-หนองเสือไร้ไฟ-ป้ายเตือน ผู้รับเหมามักง่ายเทยางมะตอยดิบทำรถเก๋งกระบะพังยับแห่แจ้งความ สภ.คลองห้า ล่าสุดตัวแทนช่างยอมถอย ยินดีชดใช้ค่าล้างเต็มระบบ
วันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ หลังเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง ‘ปทุมธานีที่นี่มีแต่เรื่อง’ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการสัญจรผ่านเส้นทางโครงการก่อสร้างถนนสายบางขัน-หนองเสือ บริเวณช่วงคลองห้า ด้านหน้าโรงพยาบาลคลองหลวง เนื่องจากมีผู้ใช้รถยนต์จำนวนมากได้รับความเดือดร้อน ทรัพย์สินเสียหายจากคราบน้ำมันยางมะตอยที่อยู่ระหว่างการเทปรับปรุงผิวจราจร จนลานจอดรถสถานีตำรวจภูธรคลองห้าคลาคล่ำไปด้วยรถยนต์ของกลุ่มผู้เสียหาย
จากการตรวจสอบที่ สภ.คลองห้า พบรถยนต์ของประชาชนจอดเรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก ทุกคันมีสภาพเดียวกันคือ มีเศษน้ำมันยางมะตอยสีดำสนิทกระเด็นเปรอะเปื้อนสาดติดอยู่ทั่วซุ้มล้อ บังโคลน และตัวถังรถอย่างรุนแรง โดยกลุ่มผู้เสียหายได้เข้าคิวแจ้งความต่อ พ.ต.ต.วีระวัฒน์ บุญแพง สารวัตรสอบสวน สภ.คลองห้า เพื่อลงบันทึกประจำวันและขอคัดสำเนาไปใช้ในการเคลมประกันภัยและเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับเหมา
โดย นายประสิทธิ์ ผู้สื่อข่าวแห่งหนึ่งประจำจังหวัดปทุมธานี (หนึ่งในผู้เสียหาย) เปิดเผยว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ของวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ตนได้ขับรถยนต์ส่วนตัวเดินทางกลับจากการทำข่าวที่ สภ.หนองเสือ มุ่งหน้ากลับบ้านพักใน อ.คลองหลวง เมื่อขับมาถึงช่วงคลองห้าถึงคลองหก พื้นที่ดังกล่าวไม่มีไฟส่องสว่าง ประกอบกับมีฝนตกหนัก ตนจึงไม่ทราบเลยว่ามีการเทลาดยางมะตอยเคลือบผิวถนนไว้ กระทั่งรุ่งเช้ามาพบว่ายางมะตอยแห้งกรังติดเต็มคันรถและร่วงเปื้อนเต็มบ้าน
เช่นเดียวกับ น.ส.สุภารัตน์ อายุ 35 ปี เจ้าของรถเก๋ง ฮอนด้า เอชอาร์-วี สีขาว ระบุว่า ขับผ่านเส้นทางดังกล่าวในเวลาไล่เลี่ยกัน ได้ยินเสียงคล้ายเศษหินกระเด็นใส่ใต้ท้องรถตลอดทาง เช้ามาดูถึงกับช็อกเพราะเป็นยางมะตอยหนาทึบ แม้จะส่งเข้าคาร์แคร์ล้างขัดสีแล้วก็ยังออกไม่หมด ตนเชื่อว่ามีรถที่ตกเป็นเหยื่อความมักง่ายนี้ไม่ต่ำกว่า 100 คัน เพราะในจุดก่อสร้างไม่มีการตั้งป้ายเตือนหรือวางแบริเออร์สิ่งกีดขวางให้เบี่ยงเส้นทางเลย นอกจากนี้ นายพิรัตน์ อายุ 34 ปี เจ้าของรถโตโยต้า วีออส ที่เดินทางมาร่วมเรียกร้องสิทธิ์ในครั้งนี้ด้วย
ความคืบหน้าล่าสุด นายประสิทธิ์ ผู้เสียหายเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตนได้โทรศัพท์ติดต่อประสานงานไปยัง ‘ช่างจบ’ ซึ่งเป็นตัวแทนวิศวกรผู้ควบคุมงานของบริษัทผู้รับเหมา โครงการก่อสร้างดังกล่าวแล้ว โดยทางบริษัทผู้รับเหมาได้รับทราบเรื่องราวความเดือดร้อนและยินดีที่จะรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ของประชาชนทุกคันอย่างไม่มีเงื่อนไข
ในเบื้องต้น สำหรับกรณีของตนและผู้เสียหายรายอื่นที่มีคราบยางมะตอยฝังลึก จะต้องส่งรถเข้าสถานบริการคาร์แคร์เพื่อทำความสะอาดและขัดสีเคลือบเงาเต็มระบบ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณคันละ 7,000 บาท โดยผู้เสียหายสามารถนำใบเสร็จรับเงินที่ระบุรายการล้างคราบยางมะตอย นำไปเบิกเงินชดเชยกับทางบริษัทผู้รับเหมาได้ทันที
ทั้งนี้ กลุ่มผู้เสียหายได้ยื่นข้อเรียกร้องให้หน่วยงานเจ้าของงบประชาคมและผู้ควบคุมงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบและสั่งเพิ่มมาตรการความปลอดภัยเร่งด่วน ทั้งการติดตั้งไฟส่องสว่างและป้ายเตือนภัยให้ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญใจแกประชาชนซ้ำอีก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี