542.jpg
น้ำตานองวัด งานพระธุดงค์มรณะ

น้ำตานองวัด งานพระธุดงค์มรณะ

วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

น้ำตานองวัด
งานพระธุดงค์มาณะ

ญาติโยมสุดอาลัยร่วมรับร่าง “พระสุรศักดิ์-พระสาคร” 2 พระนักพัฒนาเหยื่อเด็ก 11 ขวบซิ่งกระบะชนมรณภาพที่มุกดาหาร กลับบำเพ็ญกุศลที่ร้อยเอ็ดและโคราช ด้านผู้การฯ นครราชสีมาสั่งคุมเข้มความปลอดภัยด่วนหลังพบพระธุดงค์อีกกว่า 60 รูปเดินโปรดญาติโยมในพื้นที่สีคิ้ว หวั่นเกิดอุบัติเหตุซ้ำรอยที่มุกดาหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีอุบัติเหตุบนถนนสายมุกดาหาร-ดอนตาล ต.ศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร เด็กชายวัย 11 ขวบขับรถยนต์กระบะพุ่งชนคณะพระธุดงค์ ส่งผลให้พระภิกษุมรณภาพ 10 รูป และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น


เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ศาลาการเปรียญ วัดนิคมคณาราม ต.แวง อ.โพนทอง จ.ร้อยเอ็ด พบพระภิกษุสามเณร พระลูกวัดและชาวบ้านต่างช่วยกันจัดเตรียมสถานที่อย่างขะมักเขม้น เพื่อประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลศพพระสุรศักดิ์ ปิ่นละออพระนักเผยแผ่ธรรมและพระนักพัฒนา หนึ่งในพระผู้มรณภาพจากอุบัติเหตุดังกล่าว ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความอาลัย เนื่องจากพระสุรศักดิ์ เป็นที่เคารพรักของพระสงฆ์และชาวบ้านจากการอุทิศตนช่วยเหลืองานก่อสร้างและพัฒนาวัดมาโดยตลอด โดยในเวลา 15.00 น.ได้มีพิธีบำเพ็ญกุศลศพ ณ ศาลาการเปรียญ โดยมีพระครูสุวรรณโพธาภิบาล เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ท่ามกลางญาติโยมและพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาร่วมไว้อาลัย และร่วมส่งดวงวิญญาณเป็นจำนวนมาก

พระครูนิคมคณานุกูล (คำสอน กิตฺติญาโณ) เจ้าอาวาสวัดนิคมคณารามและเจ้าคณะตำบลแวง เปิดเผยว่าพระสุรศักดิ์เป็นพระนักพัฒนาที่มีความเสียสละอย่างยิ่ง ก่อนอุปสมบทประกอบอาชีพช่างเหล็ก เมื่อบวชแล้วได้นำความรู้ด้านงานช่างมาช่วยสร้างและบูรณะเสนาสนะของวัดหลายแห่ง ทั้งหอระฆังศาลาบำเพ็ญกุศล และอาคารต่างๆตลอดระยะเวลาจำพรรษากว่า 4 พรรษาไม่ว่าใครจะขอความช่วยเหลือ ท่านไม่เคยปฏิเสธ พร้อมเดินทางไปช่วยทุกครั้งด้วยความเต็มใจ

ก่อนออกเดินทางไปร่วมธุดงค์กับคณะพระภิกษุจากจังหวัดอุบลราชธานีพระสุรศักดิ์ได้เข้ามากราบลา โดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะเป็นการพบกันครั้งสุดท้าย การจากไปของท่านถือเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของคณะสงฆ์เพราะนอกจากจะเป็นพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแล้ว ยังเป็นผู้ใช้ความรู้ความสามารถสร้างประโยชน์ให้พระพุทธศาสนาและสังคมมาโดยตลอดญาติจึงนำสรีระของพระสุรศักดิ์กลับมาบำเพ็ญกุศลที่วัดนิคมคณาราม ซึ่งเป็นวัดที่เคยจำพรรษา และเป็นบ้านเกิด เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย

พระครูนิคมคณานุกูล กล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจแก่สังคม และเป็นอุทาหรณ์สำคัญถึงการกำกับดูแลผู้เยาว์ ไม่ปล่อยให้ผู้ที่ยังไม่มีสิทธิหรือความพร้อมขับขี่ยานพาหนะบนท้องถนน เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุและความสูญเสียที่ไม่อาจย้อนคืนได้

ส่วนบรรยากาศที่ศูนย์อบรมเยาวชนนครราชสีมา ต.ธงชัยเหนือ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เมื่อเวลา 22.30 น.คืนวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะสงฆ์ ญาติและพุทธศาสนิกชนจำนวนมากได้เดินทางมาร่วมรอรับสรีระสังขารพระสาคร ตปคุโณ อายุ 63 ปี พรรษา 5ด้วยบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเศร้าสลดภายหลังเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายร่างของท่านเดินทางมาถึงศูนย์อบรมฯเพื่อเตรียมประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

พระอธิการวิชัย จิตตฺทันโต เจ้าคณะตำบลธงชัยเหนือ อ.ปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงกรณีการสูญเสียพระสาคร ที่ประสบอุบัติเหตุถูกรถกระบะชนมรณภาพ ขณะเดินธรรมจาริกที่จังหวัดมุกดาหาร ว่า ตลอดระยะเวลาที่จำพรรษาอยู่ที่ศูนย์อบรมเยาวชนนครราชสีมา พระสาครเป็นพระที่รักความสงบ เรียบง่าย และเคร่งครัดในกิจของสงฆ์เสมอมา

หลังจากออกพรรษาปีที่ผ่านมาได้ขออนุญาตออกเดินธุดงค์ธรรมยาตราเพื่อฝึกฝนตนเองและแสวงหาความสงบโดยก่อนเดินทางครั้งล่าสุดยังบอกกับทางวัดว่า เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแสวงบุญจะกลับมาจำพรรษาที่วัดแห่งนี้อีกครั้ง การจากไปอย่างกะทันหันในครั้งนี้จึงสร้างความเศร้าสะเทือนใจแก่คณะสงฆ์และญาติโยมอย่างยิ่ง เนื่องจากท่านเป็นพระที่ตั้งใจปฏิบัติธรรมด้วยความซาบซึ้งในพระธรรมคำสอนอย่างแท้จริง

เจ้าคณะตำบลธงชัยเหนือ กล่าวต่อว่า อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ จึงอยากฝากเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนสติให้ทุกคนใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท พร้อมทั้งฝากความห่วงใยไปถึงผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนว่า พระภิกษุที่ออกเดินธุดงค์ล้วนมีเจตนามุ่งแสวงบุญ โดยปกติจะเดินกันอย่างเป็นระเบียบและระมัดระวังอยู่แล้วแต่เพื่อความปลอดภัยร่วมกัน หากผู้ขับขี่พบเห็นพระภิกษุกำลังเดินธรรมจาริกอยู่ริมทาง ขอความร่วมมือให้ช่วยชะลอความเร็วและขับรถด้วยความระมัดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอยอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 4 ก.ค.มีคณะพระธุดงค์กว่า 60 รูป ซึ่งเดินทางมาจากวัดอุทยานธรรมดงยาง จังหวัดศรีสะเกษได้ธรรมจาริกธุดงค์ผ่านพื้นที่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนและชาวบ้านในพื้นที่ได้ร่วมทำบุญตักบาตร ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธาของประชาชนที่มารอใส่บาตรกันตั้งแต่เช้าตรู่

หลวงพ่อลอย หนึ่งในพระภิกษุที่ร่วมเดินธุดงค์ ได้เปิดเผยถึงกรณีเหตุการณ์น่าเศร้าสลดก่อนหน้านี้ที่มีรถพุ่งชนคณะพระธุดงค์จนมีพระมรณภาพและได้รับบาดเจ็บหลายรูปว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่งเพราะไม่มีใครคาดคิด แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องยอมรับตามหลักธรรมและร่วมกันหาทางป้องกัน อย่างไรก็ตามในส่วนของคณะพระภิกษุก็ยังคงต้องปฏิบัติธรรมออกเดินบิณฑบาตและเดินทางต่อตามเป้าหมาย พร้อมฝากเจริญพรถึงญาติโยมผู้ใช้รถใช้ถนน หากขับขี่ผ่านเส้นทางที่มีพระธุดงค์ ขอให้ช่วยชะลอความเร็วและเพิ่มความระมัดระวังเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

ด้าน พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า หลังจากเกิดอุบัติเหตุสะเทือนใจดังกล่าว ทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับพระภิกษุที่ออกเดินธุดงค์ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในเส้นทางสำคัญ เช่น อำเภอวังน้ำเขียว,อำเภอปากช่อง, อำเภอสีคิ้ว และตำบลอุดมทรัพย์ ซึ่งเป็นทางลาดชันและมีพระธุดงค์ผ่านบ่อย โดยได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และกรมทางหลวง ในการเข้ามาช่วยดูแลตลอดเส้นทาง

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้สถานีตำรวจทุกแห่ง จัดกำลังเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรส่งสัญญาณเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้ระวังขบวนพระ และคอยกราบนมัสการ ขอความร่วมมือให้พระภิกษุเดินชิดขอบทางมากที่สุด พร้อมกันนี้ยังได้ฝากเน้นย้ำถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง ให้ช่วยกันดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดในการใช้รถใช้ถนน ผู้ขับขี่ต้องมีอายุครบและมีใบขับขี่ตามกฎหมายเพื่อช่วยกันลดความสูญเสียและอุบัติเหตุบนท้องถนนร่วมกัน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top