วันอาทิตย์ ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
ยกระดับคดีแอร์ขนยา
ปปส.จัดหนัก
อาชญากรรมข้ามชาติ
จับชายสวมฮู้ดน้ำเงิน
รวบแล้ว “ชายสวมฮู้ดน้ำเงิน” ส่งพัสดุต้องสงสัยให้ “แอร์มีนา”ที่คอนโดฯ ตำรวจตามเจอที่พิษณุโลก ตร.จับมือป.ป.ส. จัดหนักเตรียมยกระดับคดีแอร์โฮสเตสขนยาดำเนินการในมิติของ “องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” ตั้งคณะทำงานขยายผลจับกุมทั้งเครือข่าย
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีแอร์การบินไทยขนเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย ซึ่งต่อมา ป.ป.ส. เร่งแกะรอยล่าตัว “ชายปริศนาสวมเสื้อฮู้ด” นั่งรถมาส่งกล่องพัสดุต้องสงสัยให้กับแอร์สาวที่คอนโดฯ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 69 และสามารถควบคุมตัว “คนขับรถเก๋ง” คันดังกล่าวมาสอบเข้ม หลังเจอตัวที่อยุธยา โดยเจ้าตัวบอกขับรถไปจริง แต่ให้การปฏิเสธ ดังที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น (ด่วน! คุมตัวคนขับเก๋ง ให้ “หนุ่มใส่ฮู้ด” ส่งพัสดุต้องสงสัยให้แอร์ที่คอนโดฯ)
ล่าสุดวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัว “ชายปริศนาสวมเสื้อฮู้ด” ได้แล้วที่จังหวัดพิษณุโลก โดยมีชายอายุ 59 ปี ซึ่งคนขับรถยนต์โตโยต้า ชี้ยืนยันว่าเป็นคนใส่ฮู๊ดสีน้ำเงินนำพัสดุไปส่งคอนโดฯ ย่านบางนา
ทั้งนี้ ในเวลา 15.00 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ท.นพศิลป์ พูนสวัสดิ์ ผบช.ประจำ, พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบยาเสพติด, พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส. พร้อม จนท.พฐ จะเข้าค้นและเก็บหลักฐานยาเสพติด ที่แหล่งกบดานชายสวมฮู้ด จ.พระนครศรีอยุธยา
ขยายผลอย่างต่อเนื่อง
ด้าน นางสาวอารีภักดิ เงินบำรุง รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า ภายหลังตำรวจจับกุมนายอุทัย ผู้ต้องหาที่ถูกระบุว่าเป็นชายสวมเสื้อฮู้ดนำพัสดุไปส่งให้แอร์โฮสเตสสาว ป.ป.ส. ได้ประสานกองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เร่งขยายผลไปยังเครือข่ายค้ายาเสพติดที่เกี่ยวข้อง เพื่อสืบหาผู้บงการ ผู้ว่าจ้าง และผู้ร่วมขบวนการ ประเด็นสำคัญ คือการตรวจสอบตัวบุคคลปริศนาที่ติดต่อประสานงานกับแอร์โฮสเตสสาว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างพิสูจน์ทราบตัวบุคคลและเส้นทางการติดต่อ โดยยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นบุคคลที่อยู่ในประเทศไทย หรือเป็นบุคคลเดียวกับผู้ที่มีข้อมูลว่าเป็นผู้ประสานงานรับยาเสพติดปลายทางในประเทศออสเตรเลียหรือไม่
รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ระบุว่า เจ้าหน้าที่จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและประสานข้อมูลกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของออสเตรเลียอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายผลไปถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกขั้นตอนของเครือข่ายลักลอบลำเลียงเฮโรอีนข้ามประเทศ
องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคดีแอร์การบินไทยขนผงขาวไปออสเตรเลีย อย่างเป็นทางการ พร้อมยกระดับการดำเนินคดีในมิติของ “องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” เพื่อขยายผลไปถึงผู้ร่วมขบวนการและผู้บงการที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด
พล.ต.ท.อาชยน กล่าวว่า ได้สั่งการให้คณะทำงาน นำโดย พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.วรพจน์ ดิษยบุตร รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3, พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1 บูรณาการร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.), The Australian Federal Police (AFP), สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(สำนักงาน ป.ป.ส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรวบรวมพยานหลักฐานทุกมิติไม่ว่าจะเป็นการสอบปากคำเพื่อนสนิทของผู้ต้องหา คนขับรถส่งของ เจ้าของรถส่งของ การตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ตลอดจนพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และข้อมูลการติดต่อสื่อสาร เพื่อเชื่อมโยงบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เข้าสู่กระบวนการดำเนินคดี
เร่งขยายผลอย่างต่อเนื่อง
จากแนวทางการสืบสวนพบว่า คดีดังกล่าวอาจมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายลักลอบส่งยาเสพติดระหว่างประเทศ จึงเตรียมดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในข้อหา “มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” กรณีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งเป็นความผิดที่เกิดขึ้นทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศอย่างต่อเนื่องและเกี่ยวเนื่องกัน
สำหรับความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตามพระราชบัญญัติป้องกัน และปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 80,000 บาท ถึง 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
บช.ปส.จะเดินหน้าขยายผลคดีนี้อย่างเต็มกำลัง เพื่อสืบสาวไปถึงผู้สั่งการ นายทุน ผู้ร่วมขบวนการ และเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ โดยจะไม่ปล่อยให้ผู้ใดหลบเลี่ยงความรับผิดตามกฎหมาย เพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่สังคมและประเทศชาติ
เปิดแชทคุย” ‘Rose Rose’
ตำรวจนครบาล เปิดหลักฐานแชทสนทนา ระหว่าง แอดมินเพจที่ชื่อ ‘Rose Rose’ กับ แอร์มินา โดยในแชทระบุเป็นวันที่ 6 มิ.ย.
เวลา 08.55 น. ‘Rose Rose’ ทักแชทมาหาแอร์มินาว่า “จอง 9 โลค่ะ ก่อนโอนจองขอดูตั๋วบินก่อนได้ไหมคะ” ลักษณะเป็นการพูดคุยเพื่อจองน้ำหนักของพัสดุที่จะฝากหิ้วไปด้วย
จากนั้นประมาณ 09.12 น. แอร์มีนา ตอบกลับว่า “อันนี้ฝากไปเมลถูกต้องมั้ยคะ” ซึ่งคาดว่าจะเป็นการสอบถามกลับไปว่าจะฝากหิ้วไป เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ใช่หรือไม่
‘Rose Rose’ ยืนยันกลับมาว่า “ใช่ค่ะ”
และอีกแชทหนึ่ง จะเป็นตัวอย่างพัสดุที่ ‘Rose Rose’ ส่งมาให้แอร์มินาดู ซึ่งเป็นกระเป๋าผ้าลายไทย และระบุข้อความว่า ”กระเป๋ากว้าง 14 ยาว 16 นิ้ว“ และตอบกลับข้อความของ แอร์มินา ที่ถามว่าให้ส่งไปที่ไหนของเมลเบิร์น โดย‘Rose Rose’ บอกว่า ”ให้น้องมารับ”
ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามหาตัวแอดมิน ที่ใช้ชื่อว่า ‘Rose Rose’ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดี เเละขยายผลผู้ร่วมขบวนการต่อไป
ฝากขัง2ผัวเมียส่งผงขาว
จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ประชุมร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI หลังจากนั้นคณะกรรมการคดีพิเศษมีมติรับคดีเครือข่ายลักลอบส่งเฮโรอีนข้ามชาติเป็นคดีพิเศษแล้ว เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ได้ส่งมอบตัวนายอาทิตย์ และนางทัดสะพอน ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ดำเนินการตามกฎหมาย เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของเมื่อคืนที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 4 ก.ค.69 พันตำรวจตรีวรณัน ศรีล้ำ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนเริ่มสอบปากคำผู้ต้องหาทันทีหลังรับตัว และเสร็จเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ก่อนควบคุมตัวไปฝากขังต่อศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เมื่อช่วง 09.00 น. วันนี้
พันตำรวจตรีวรณัน เผยว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยังคงให้การรับสารภาพในส่วนการกระทำที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา แต่ปฏิเสธความเชื่อมโยงกับเครือข่ายลักลอบค้ายาเสพติด และไม่มีส่วนเกี่ยว ข้องกับการลักลอบส่งเฮโรอีนในคดีที่เชื่อมโยงกับแอร์โฮสเตสสาว โดยพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
จับเฮโรอีนจ่อส่งใต้หวัน
พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ค.เวลา 12.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เข้าตรวจสอบบริษัทรับส่งพัสดุเอกชนแห่งหนึ่ง พบหญิงผู้ต้องสงสัยนำพัสดุมาติดต่อส่งไปยังไต้หวัน มีลักษณะท่าทางพิรุธจึงได้ขอตรวจสอบ เมื่อเปิดตรวจพบเฮโรอีนซุกซ่อนอยู่ภายในถุงกาแฟสำเร็จรูปขนาดใหญ่ 3 ถุง และถุงชาไทย 1 ถุง รวมน้ำหนัก 2,100 กรัม จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่า มีภูมิลำเนาอยู่เชียงราย ได้เดินทางมายังกรุงเทพมหานคร ก่อนนำพัสดุดังกล่าวมาส่งไปยังไต้หวัน โดยรับถุงกาแฟและชาไทยที่ซุกซ่อนเฮโรอีนมาจากพื้นที่จังหวัดเชียงราย พร้อมได้รับค่าจ้างเป็นเงินสด 10,000 บาทเพื่อนำพัสดุมาส่ง เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสืบสวนขยายผลติดตามผู้ว่าจ้าง ผู้สั่งการ และผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
การตรวจยึดครั้งนี้มีรูปแบบการซุกซ่อนเช่นเดียวกับคดีตรวจยึดเฮโรอีนที่ซุกซ่อนในถุงกาแฟ ซึ่ง ป.ป.ส. ตรวจพบก่อนหน้านี้ จึงเชื่อได้ว่าอาจเป็นเครือข่ายเดียวกันหรือมีความเชื่อมโยงกัน โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบและขยายผลเชิงลึก นอกจากนี้ ยังสะท้อนให้เห็นว่า เครือข่ายค้ายาเสพติดยังคงพยายามใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดออกไปยังต่างประเทศ โดยอาศัยการอำพรางในสินค้าอุปโภคบริโภคและใช้ระบบขนส่งพัสดุระหว่างประเทศเป็นช่องทางในการกระทำผิด แต่ด้วยการบูรณาการด้านการข่าว การสืบสวน และการเฝ้าระวังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้สามารถสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง
เพิ่มความเข้มข้นตรวจสอบ
เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม จะเดินหน้าบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพิ่มความเข้มข้นในการเฝ้าระวังการลักลอบส่งยาเสพติดผ่านระบบขนส่งระหว่างประเทศ ติดตามยึดทรัพย์สินของเครือข่ายค้ายาเสพติด และเร่งขยายผลจับกุมผู้สั่งการ ผู้ว่าจ้าง และผู้ร่วมขบวนการทุกราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ไม่ปล่อยให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางผ่านของเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาคมระหว่างประเทศในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมขอเตือนประชาชนไม่รับฝากหรือรับจ้างส่งพัสดุไปต่างประเทศโดยไม่ทราบแหล่งที่มาหรือไม่ได้ตรวจสอบสิ่งของภายในอย่างละเอียด เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของเครือข่ายค้ายาเสพติดและต้องรับโทษตามกฎหมาย แม้อ้างว่าไม่รู้เห็นก็ตาม
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี