วันพฤหัสบดี ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
รุ่งเรืองอดีตปลัดฯภูเก็ตฟ้องกลับคู่ความที่แจ้งความดำเนินคดี กลั่นแกล้งให้ต้องรับโทษศาลนัดไต่สวน ปลายตุลาคมนี้
วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 16 ก.ค.2569 เวลา 09.30 น. นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปปป. เข้าจับกุมและตรวจค้นบ้านพักที่ จ.สงขลา กรณีตกเป็นผู้ต้องหาในคดีเรียกรับผลประโยชน์หรือเรียกสินบน เป็นตัวกลางช่วยเหลือการสอบบรรจุเข้ารับข้าราชการท้องถิ่น พร้อมนายนรินทร์ สมนึก ทนายความได้เดินทางมาฟ้องกลับบุคคลที่แจ้งความร้องทุกข์กล่าวหาตนเอง
นายรุ่งเรือง กล่าวว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับกระบวนการเรียกรับผลประโยชน์ในการสอบท้องถิ่น ยืนยันความบริสุทธิ์ใจล้านเปอร์เซ็นต์ ส่วนผู้ต้องหา 3 คนที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ รวมถึงผู้บริหารท้องถิ่นอีก 5 ราย ตนก็ไม่เคยรู้จัก ไม่เคยมีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ และไม่มีเส้นทางการเงินใด ๆ ที่เชื่อมโยงมาถึงตนเองอย่างแน่นอน มีเพียงผู้เสียหายคนเดียวที่เป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งตนได้เตรียมหลักฐานทั้งหมดไว้พร้อมพิสูจน์ความจริงในชั้นศาลแล้ว
ส่วนข้อกล่าวหาเรื่องการเรียกรับเงินจากเจ้าสัวหมื่นล้านนั้นก็เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะตนไม่กล้าที่จะไปเรียกรับผลประโยชน์จากบุคคลระดับนั้นซึ่งเป็นบุคคลที่น่านับถือในสังคมอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการดำเนินคดีกับตนเองที่มีความรวดเร็วอย่างผิดปกติ โดยวันที่ 24 มิถุนายนตนถูกส่งตัวกลับจากการช่วยราชการที่กรมการปกครองเพื่อไปทำงานที่จ.ภูเก็ต จากนั้นได้มีการนำผู้เสียหายไปแจ้งความดำเนินคดี จากนั้นวันที่ 26 มิถุนายนมีการออกหมายจับและควบคุมตัว และถัดมาเพียงวันเดียวคือวันที่ 27 มิถุนายน ก็มีคำสั่งให้ตนออกจากราชการไว้ก่อนทันที โดยผู้บังคับบัญชายังไม่ได้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงในสาระสำคัญเลยว่าตนได้กระทำความผิดจริงหรือไม่
นายรุ่งเรืองยังได้เปรียบเทียบกับกรณีของข้าราชการอีก 5 ราย ที่ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงในลักษณะเดียวกัน ซึ่งกรณีนั้นสร้างความเสียหายมูลค่านับพันล้านบาท แต่ข้าราชการกลุ่มดังกล่าวยังคงปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ แตกต่างจากตนที่ไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นแต่กลับถูกสั่งให้ออกทันที จึงมองว่าเป็นเรื่องที่ส่อไปในทาง2มาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด
ทั้งนี้ ในส่วนของคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น ทนายความได้ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเรียบร้อยแล้ว รวมถึงมีการฟ้องร้องอดีตผู้บังคับบัญชาคือ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 มาตรา 157 กรณีปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากประเด็นกรณีแชตหลุดที่มีข้อความสั่งการว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” ตามที่เคยปรากฏเป็นข่าวในสื่อมวลชนไปก่อนหน้านี้
ด้านนายนรินทร์ ทนายความ กล่าวว่า วันนี้ได้นำนายรุ่งเรืองมาฟ้องกลับดำคู่กรณีที่ไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้เมื่อวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมาข้อหาแจ้งความเท็จ กลั่นแกล้งผู้อื่นให้รับโทษทางอาญา และหมิ่นประมาท โดยชี้แจงว่าเหตุการณ์ที่คู่กรณีไปแจ้งความกล่าวหาว่า นายรุ่งเรืองรับเงิน 1 ล้านบาทนั้น อ้างว่าเป็นค่าดำเนินการทบทวนคำสั่งการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินในพื้นที่ต.เชิงทะเล จ.ภูเก็ต ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่มีมูลความจริง เนื่องจากที่ดินแปลงดังกล่าวซึ่งเป็นที่ดินริมทะเลมูลค่าหลายพันล้านบาท ทางจ.ภูเก็ตได้มีคำสั่งให้เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ไปตั้งแต่ปี 2523 และศาลฎีกาก็ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่าเป็นที่สาธารณประโยชน์ของแผ่นดิน ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ให้แก่เอกชนรายใดรายหนึ่งได้
รวมทั้งผู้แจ้งความอ้างว่าได้ยื่นเรื่องขอให้จ.ภูเก็ตทบทวนคำสั่งเพิกถอนในช่วงกลางปี 2568 ซึ่งในขณะนั้น นายรุ่งเรือง ยังไม่ได้เดินทางมารับตำแหน่งที่จ.ภูเก็ต โดยนายรุ่งเรืองเพิ่งมาย้ายมาทำงานได้ไม่ถึง 6 เดือนก็โดนกลั่นแกล้งกล่าวหา ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริตสอบท้องถิ่นแต่อย่างใด เป็นการสร้างเรื่องกลั่นแกล้งกัน
ศาลอาญาได้ตรวจฟ้องและรับคำฟ้องไว้พิจารณา โดยนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 26 ตุลาคมนี้ ซึ่งทีมทนายความจะขอให้ศาลออกหมายเรียกคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่ดินของจ.ภูเก็ตชุดที่มีรองผู้ว่าฯภูเก็ตเป็นประธาน มาเบิกความต่อศาลเพื่อพิสูจน์ความจริงต่อไป.
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี