วันศุกร์ ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569
จ่าคิงส์ พาประธาน เทวาลัยดัง จ.ชัยภูมิ ร้อง ปปป. ตรวจสอบตำรวจชัยภูมิละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือไม่? ปมไม่ได้รับความเป็นธรรมคดีหม้อแปลง-เสาไฟหาย
เมื่อวันที่ 24 ก.ค.2569 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง "จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่" ได้นำนายพรหมมาศหฤษฎ์ กฤตทยาวีร์ อายุ 47 ปี ประธานผู้จัดสร้างเทวาลัยพระศรีมหากาลี (เทวาลัยทุ่งดอกกระเจียว อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ) เดินทางเข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชน และยื่นเรื่องต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อขอให้ตรวจสอบการทำงานของพนักงานสอบสวน และผู้กำกับการ สภ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ว่าเข้าข่ายปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่
นายพรหมมาศหฤษฎ์ เปิดเผยว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. ขณะที่ตนไม่อยู่ในพื้นที่ ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 5–6 คน พร้อมรถเครนขนาดใหญ่ บุกเข้ารื้อถอนหม้อแปลงไฟฟ้า มิเตอร์ และเสาไฟฟ้าแรงสูง ออกไปจากเทวาลัยอย่างรวดเร็ว เมื่อแม่บ้านเข้าไปสอบถาม กลุ่มดังกล่าวอ้างว่ารับคำสั่งจากบุคคลหนึ่งให้มารื้อเอาไปขาย และยังตัดสายไฟฟ้าแรงสูงทิ้งกระจายเกลื่อน สร้างความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 260,000 บาท อีกทั้งยังเสี่ยงเกิดอันตรายต่อประชาชนที่ขับรถสัญจรผ่านไปมา
นายพรหมมาศหฤษฎ์ คาดว่า เหตุการณ์นี้มีผู้อยู่เบื้องหลังว่าจ้างมา เพื่อกลั่นแกล้งและทำลายภาพลักษณ์สถานที่ท่องเที่ยวเทวาลัยฯ โดยตนได้นำหลักฐานทั้งภาพถ่ายรถยก ทะเบียนรถ ใบเสร็จ และสลิปการโอนเงินยืนยันความเป็นเจ้าของ รวมทั้งพยานที่เคยรับเงินติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าเมื่อประมาณปี 2561 ซึ่งทางคุณพรหมมาศหฤษฎ์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เทพสถิต ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.2569
ผู้เสียหาย ระบุต่อว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาคดีไม่มีความคืบหน้า ตำรวจไม่สืบสวนสอบสวนหาคนทำผิด ตลอดจนไม่ติดตามยึดของกลางคืน โดยอ้างเพียงว่า "หม้อแปลงถูกขายไปแล้ว ไม่สามารถติดตามเอาคืนได้" ส่งผลให้เทวาลัยไม่มีไฟฟ้าใช้งาน เดือดร้อนหนัก ผ่านไป 3 เดือน (วันที่ 3 ก.ค.2569) ตนจำใจยอมจ่ายเงิน 380,000 บาท เพื่อสั่งซื้อชุดหม้อแปลงไฟฟ้าใหม่มาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
หลังจ่ายเงินซื้อใหม่ได้เพียง 3 วัน (6 ก.ค.2569) พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีกลับติดต่อมาแจ้งว่า "บริษัทรถยกแสดงความบริสุทธิ์ใจ นำเสาไฟฟ้ามาส่งคืนให้ที่ สภ.เทพสถิต" แต่กลับไม่มีหม้อแปลงไฟฟ้าซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักนำมาคืนด้วย
"ผมเดือดร้อนมาก ตลอดสามเดือนเทวาลัย ไม่มีไฟฟ้าใช้ให้บริการนักท่องเที่ยวเพราะตำรวจบอกติดตามของกลางไม่ได้ ถูกขายไปแล้ว ผมเลยต้องดิ้นรนหาเงินซื้อใหม่ แต่พอซื้อได้แค่ 3 วัน ตำรวจกลับบอกว่าเขานำเสามาคืนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงทำไมไม่คืนทั้งหมดตั้งแต่แรก และปล่อยให้ผมต้องเสียเงินซื้อใหม่ทำไม วันนี้จึงนำหลักฐานทั้งหมดมายื่นให้ ปปป. ตรวจสอบว่าตำรวจเข้าข่ายผิด ม.157 หรือไม่" นายพรหมมาศหฤษฎ์ กล่าว
ด้าน จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ กล่าวเสริมว่า ประเด็นสำคัญคือพฤติการณ์อันน่าสงสัยของการทำงานในท้องที่ สภ.เทพสถิต เหตุใดตลอดหลายเดือนจึงไม่เร่งรัดติดตามยึดของกลางคืนให้ผู้เสียหายตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 85/1 เพื่อบรรเทาทุกข์ แต่พอผู้เสียหายยอมจ่ายเงินซื้อใหม่วันที่ 3 ก.ค.พอวันที่ 6 ก.ค. กลับอ้างว่ารถยกบริสุทธิ์ใจนำเสามาคืน
"คำว่า 'บริสุทธิ์ใจ' แต่คืนแค่เสาไฟไม่คืนหม้อแปลง มันฟังขึ้นหรือไม่? แล้วหม้อแปลงที่อ้างว่าขายไปแล้ว แท้จริงอยู่ที่ไหน ใครได้ประโยชน์จากการปล่อยให้ผู้เสียหายต้องเสียเงินซ้ำซ้อน?" จ่าคิงส์ ตั้งข้อสังเกต
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน บก.ปปป. ได้รับเรื่อง สอบปากคำผู้เสียหาย และรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี