วันอาทิตย์ ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2569
สาปแช่งแก๊งเดนนรก
จี้ประหาร
ฆ่าฝังดิน‘5ศพพัทยา’
นายกฯซัดทำอัปมงคล
คดีสังหารพี่น้องรัสเซีย
ทำร้ายคนไทยทั้งปท.
“นายกฯ อนุทิน” เดือดพล่าน! ควง “ผบ.ตร.” ลุยตรวจจุดพบฝังร่าง 2 พี่น้องชาว “รัสเซีย” ซัดฆาตกรทำ “อัปมงคล” กระทบความเชื่อมั่นระดับชาติ ประกาศกร้าวไม่สนับสนุนการลดโทษเด็ดขาด สั่งบี้ดำเนินคดี ลงโทษสถานหนักสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตตามกระแสเรียกร้อง หลังขยายผลจับแก๊งโฉด “ฟลุ๊ค-บอล-ป๋อง-ธง” รับสารภาพร่วมมือปลอมตัวเป็นตำรวจ ฆ่าโหด 3 ศพพ่อแม่ลูกทิ้งป่ามะพร้าว ปิดคดีปริศนาที่ญาติเฝ้าตามหาความจริงนานนับเดือน ด้าน “ผบช.ภ.2” แถลงพบร่าง 2 พี่น้องชาวรัสเซียถูกฝังหลุมเดียวกัน พร้อมรวบผู้ร่วมก่อเหตุเพิ่ม
เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 1 สิงหาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงคดีฆ่าสองพี่น้องชาวรัสเซีย และคดีฆ่ายกครัว 3 ศพ จ.ชลบุรี ในระหว่างลงพื้นที่ตรวจราชการและพบปะประชาชนที่แปลงสาธิตการปลูกข้าวต้นทุนต่ำ ที่บ้านท่านาง ต.นางบวช อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรีว่า วันนี้ แม้มีเรื่องมงคล แต่ก็มีเรื่องอัปมงคลที่คนไทย 2 คนทำเรื่องเสื่อมเสีย ทำให้ประเทศไทยเสื่อมเสียชื่อเสียง ตนต้องไปดูกับตาตัวเองว่าทำไมมันช่างโหดร้ายได้ขนาดนี้ มันไม่ได้แค่ฆ่าชาวต่างชาติหรือฆาตกรรมคนไทยด้วยกันเอง 3 ศพเท่านั้น แต่มันฆ่าคนไทยทั้งประเทศ ทำให้สิ่งที่เราจะสร้างให้ความไว้วางใจกับต่างชาติถูกทำลาย ด้วยคนที่ดูแล้วไม่มีสติสัมปชัญญะ เพิ่งออกจากคุก ติดยา และก่อคดีแล้วก่อคดีอีก
“ช่วงบ่ายวันนี้ตั้งใจจะพบ สส.สุพรรณบุรี และพาไปดูพื้นที่ต่างๆ แต่สุดท้ายไม่ได้แล้ว ต้องไปที่ชลบุรีเพื่อสร้างความมั่นใจกลับมา คนที่ทำลายประเทศได้ขนาดนี้ ต้องรับโทษสถานหนัก ให้มันสาสมกับเวรกรรมที่มันก่อไว้กับผู้เคราะห์ร้าย และประเทศไทยต้องทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีการอำนวยความสะดวกหรือช่วยเหลือใดๆ รวมถึงหาทางให้ได้รับโทษสถานหนักโดยเร็ว จึงขอกราบอภัยที่ไม่สามารถอยู่สุพรรณบุรีต่อได้” นายอนุทิน กล่าว
ลงโทษสูงสุดสาสมกับกรรมที่ทำไว้
เวลา 12.35 น. นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนลงพื้นที่ติดตามคดีฆ่า 2 พี่น้องชาวรัสเซียที่ จ.ชลบุรี ซึ่งประชาชนเรียกร้องอยากให้มีโทษประหารชีวิตว่า เรามีกระบวนการทางกฎหมายที่จะดำเนินการกับคนที่ก่อความผิดซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างเด็ดขาดอยู่แล้ว และตนกำลังจะเดินทางไป จ.ชลบุรี เพื่อเร่งรัดสำนวนคดีให้มีความกระชับและแม่นยำ เพื่อให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษสูงสุดให้สาสมกับกรรมที่ทำเอาไว้ ขอให้ประชาชนได้ไว้วางใจ แต่เราอย่าไประบายอารมณ์ออกมาว่าจะต้องได้รับโทษอย่างไรแบบไหน เพราะคนที่จะตัดสินและลงโทษเขาก็คือศาลยุติธรรม งานนี้ตนจะต้องกำชับและย้ำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงขอความร่วมมือจากสำนักงานอัยการสูงสุดให้เร่งทำคดีให้เร็วที่สุด เพราะไม่ใช่คดีสะเทือนขวัญเฉพาะคนไทยด้วยกัน แต่มันเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ขอให้พี่น้องประชาชนได้มั่นใจและอย่ากังวล เราจะทำอย่างเต็มที่
ส่วนที่ผู้ก่อเหตุเพิ่งพ้นโทษมาแค่ 2 เดือนแล้วมาก่อเหตุอีกจึงมีการตั้งข้อสงสัยว่าปล่อยออกมาจากคุกได้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ที่ปล่อยออกมาได้เพราะเขาพ้นโทษ เราต้องทำตามขั้นตอนกฎหมาย มันมีช่องทางตามกระบวนการของกฎหมายอยู่แล้ว อย่างกรณีนี้เป็นการฆ่าคนตาย แล้วเพิ่งพ้นโทษและกลับมากระทำความผิดซ้ำอีก ตนเชื่อว่าโทษของเขาจะต้องหนักหนาสาหัสมาก นี่คือสิ่งที่ตนจะต้องไปกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีด้วยความรัดกุมและรอบคอบให้มากที่สุด
ต้องสร้างความมั่นใจให้กับทั่วโลก
เมื่อถามว่าเนื่องจากผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติ ได้มีการประสานไปยังประเทศรัสเซียแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราจะอำนวยความสะดวกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทราบมาเบื้องต้นว่าคุณแม่ของเด็กสองคนซึ่งเป็นชาวต่างชาติอาศัยอยู่ในประเทศไทย ก็จะประสานอำนวยความสะดวกให้มากที่สุด นี่คือสิ่งที่ตนอยากจะบอก ถามว่าตนไปทำไม คือไปเพื่อให้ทุกอย่างได้รับการดำเนินการให้รวดเร็วที่สุด ทั้งเรื่องการดำเนินคดีและการส่งร่างกลับไปยังบ้านเกิดของเขา รวมถึงในเรื่องการแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น และจะต้องดำเนินการอำนวยความสะดวกทุกอย่างให้กับพวกเขา เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทั่วโลกว่าเหตุการณ์อย่างนี้จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก
กำชับทุกฝ่ายทำงานเข้มข้น
เมื่อถามว่า จะต้องมีการกำชับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาหรือไม่ในเรื่องการสร้างความมั่นใจ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องทุกฝ่ายแหละครับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเขาก็ไปโปรโมทประเทศไทย พยายามจะขึ้นทะเบียนมัคคุเทศก์ และอำนวยความสะดวกต่างๆ แต่ในเรื่องความปลอดภัยในประเทศของเราก็ต้องเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องกวดขันให้เต็มที่ แต่กรณีนี้มีการอ้างว่าเอาป้ายตำรวจไปข่มขู่ผู้เคราะห์ร้ายและทำร้ายพวกเขา ก็ต้องกำชับและมีการขยายผลว่าทำไมถึงมีเหตุเช่นนี้ขึ้น
“เชื่อเถอะครับว่าผมไม่ปล่อย เอาว่าต้องเอาให้สาสมกับสิ่งที่เขาทำผิดมา เพราะมันไม่ใช่แค่ 2 ศพ แต่มัน 5 ศพ เพราะฉะนั้นประชาชนคิดอย่างไรผมก็คิดอย่างนั้น แต่เป็นนายกฯ จะไปพูดไม่ได้ แต่เดี๋ยวต้องทำทุกอย่างให้เรียบร้อย” นายอนุทิน กล่าว
ประกาศกร้าวไม่ลดโทษฆาตกร
เวลา 13.00 น. นายกรัฐมนตรี พร้อม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผ.ตร.และนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าคดีฆาตกรรมชาวรัสเซียและคดีพบผู้เสียชีวิตรวม 5 ศพ ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ลงจอดที่สนามเฮลิคอปเตอร์วิหารเซียน ก่อนเข้าตรวจสอบจุดพบศพนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย 2 ราย ภายในพื้นที่ป่าซากแง้ว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยาเป็นผู้บรรยายสรุปข้อมูล จากนั้นเดินทางไปยังจุดพบศพสามพ่อแม่ลูกในสวนมะพร้าว ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 2 กิโลเมตร
นายอนุทินกล่าวหลังว่า รัฐบาลจะไม่สนับสนุนการลดโทษแก่ผู้กระทำผิดในคดีอุกอาจที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักท่องเที่ยว พร้อมกำชับให้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยและตรวจตราพื้นที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก
แสดงความเสียใจครอบครัวผู้เสียชีวิต
นายกรัฐมนตรียังแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมกล่าวขอโทษนักท่องเที่ยวและประชาชนชาวรัสเซีย โดยย้ำว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการกระทำของผู้ก่ออาชญากรรมเฉพาะราย ไม่ใช่ภาพสะท้อนว่าประเทศไทยขาดความปลอดภัยโดยรวม พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามผู้ร่วมก่อเหตุและดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด
สำหรับกรณีผู้ต้องหาที่เคยมีประวัติถูกจำคุกแต่กลับมาก่อเหตุซ้ำ นายกฯระบุว่า จำเป็นต้องทบทวนมาตรการบังคับใช้กฎหมาย และกำชับให้พนักงานสอบสวนจัดทำสำนวนคดีอย่างรัดกุม เพื่อให้ศาลใช้ประกอบการพิจารณาลงโทษได้อย่างครบถ้วน
ส่วนกระแสสังคมที่เรียกร้องให้ลงโทษประหารชีวิตผู้กระทำผิดนั้น นายอนุทินกล่าวว่า ประเทศไทยยังคงมีโทษประหารชีวิตตามกฎหมาย แต่การลงโทษเป็นอำนาจพิจารณาของศาล รัฐบาลมีหน้าที่ดำเนินคดีผ่านกระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษตามกฎหมายและไม่เป็นเยี่ยงอย่างแก่สังคม
เปิดปมสังหาร-ขยายผลจับแก๊งโฉด
ภายหลังจากตำรวจควบคุมตัวนายฑนา หรือ “ป๋อง” และ นายธงชัย หรือ “ธง” มาชี้จุดฝังศพ 2 พี่น้องชาวรัสเซีย ได้นำตัวทั้งสองไปชี้จุดที่ฝังศพ 3 พ่อแม่ลูกในป่ามะพร้าว ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง ซึ่งห่างจากจุดแรกประมาณ 2 กิโลเมตร จากนั้นตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุเพิ่มอีก 2 ราย คือ นายชัชนันท์ แป้นเอี่ยม หรือ “ฟลุ๊ค” และนายอัษฎางค์ ชูวงษ์ หรือ “บอล” โดยจากการสอบสวนพบว่าหลังจากปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านผู้เสียชีวิต ได้นำตัวทั้ง 3 คนมาฆ่าทิ้งที่ป่ามะพร้าว โดยนายป๋องเป็นผู้ยิงแม่ นายบอลยิงพ่อ และนายฟลุ๊คยิงลูก
ผบช.ภ.2 เผยรายละเอียดคดี
พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตชาวรัสเซีย 2 ราย ถูกฝังอยู่ในหลุมเดียวกัน ภายในพื้นที่ป่าซากแง้ว ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยหลุมมีความลึกประมาณ 1 เมตร พบร่างผู้หญิงอยู่ด้านล่าง และร่างผู้ชายอยู่ด้านบน
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผู้เสียชีวิตหญิงมีร่องรอยถูกทำร้ายร่างกาย ส่วนผู้เสียชีวิตชายพบบาดแผลจากกระสุนปืน 2 นัดบริเวณช่องท้องและศีรษะ ศพทั้งสองถูกวางไว้กับพื้นดินโดยไม่มีการห่ออำพราง และยังสวมเสื้อผ้าอยู่ สภาพศพเปลี่ยนแปลงไม่มากเมื่อเทียบกับระยะเวลาที่เสียชีวิต ขณะที่คำให้การของผู้ต้องหาสอดคล้องกับพยานหลักฐานหลายประเด็น โดยผู้ต้องหาอ้างว่ามีเจตนาเพียงชิงรถจักรยานยนต์ ไม่ได้รู้จักผู้เสียชีวิตมาก่อนและพบกันโดยบังเอิญระหว่างทาง
เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า ขณะก่อเหตุผู้ต้องหายังไม่ได้แต่งกายเลียนแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่มีการใช้เอกสารหรือบัตรบางประเภทแอบอ้างเป็นตำรวจ ก่อนนำรถจักรยานยนต์ของผู้เสียชีวิตไปถอดแยกชิ้นส่วนเพื่อเตรียมจำหน่ายและเมื่อเริ่มมีข่าวการติดตาม จึงนำชิ้นส่วนรถไปฝังเพื่อทำลายหลักฐาน
สำหรับคดีพ่อแม่ลูกชาวไทย 3 รายที่หายตัวไปก่อนหน้านี้ พล.ต.ท.ฉัตรชัย เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาให้การเชื่อมโยงว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุ โดยอ้างว่ามีเป้าหมายเพื่อชิงทรัพย์ เข้าไปที่บ้านผู้เสียชีวิตพร้อมแอบอ้างตัวเป็นตำรวจ ก่อนควบคุมตัวผู้เสียชีวิตด้วยกุญแจมือ ระหว่างเกิดเหตุลูกสาวของครอบครัวเดินทางกลับมาจากร้านสะดวกซื้อ จึงถูกควบคุมตัวไปด้วย ก่อนพาทั้งหมดไปยังอีกจุดหนึ่ง ก่อเหตุยิงเสียชีวิต และนำศพไปฝังรวมกันในหลุมเดียวตามคำให้การของผู้ต้องหา ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม รวมถึงพิจารณาว่าผู้ต้องหาอาจเกี่ยวข้องกับคดีอื่นหรือไม่ หลังพบว่าผู้ต้องหาเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำได้ประมาณ 2 เดือน เบื้องต้นตำรวจระบุว่าทั้งสองคดีมีผู้เกี่ยวข้องรวม 4 คน ขณะนี้สามารถดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้แล้วบางส่วน
เสียงสะท้อนจากญาติผู้สูญหาย
ด้านนางตุ๊กตา น้องสาวผู้เสียชีวิตในคดี 3 ศพ เปิดใจว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาเชื่อว่าพี่เขยทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด ครอบครัวพยายามตามหามาตลอดนับเดือน พบว่ารถยนต์และทรัพย์สินยังอยู่ครบ ไม่มีร่องรอยรื้อค้น ครอบครัวได้พยายามแจ้งความและติดต่อหน่วยงานต่างๆ แต่ติดข้อจำกัดด้านกฎหมาย
พร้อมระบุว่า หากไม่มีการสืบสวนคดี 2 พี่น้องชาวรัสเซียที่นำไปสู่การจับกุม ครอบครัวอาจไม่มีวันทราบชะตากรรมของพี่สาว หลาน และพี่เขยเลย พร้อมยืนยันว่าครอบครัวได้พยายามทำทุกวิถีทางในการติดตามตัวผู้สูญหายแล้ว แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองเนื่องจากติดอำนาจตามกฎหมาย
หิ้ว4เดนนรกฝากขัง
ต่อมา ที่ศาลจังหวัดพัทยา จ.ชลบุรี พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ ได้ควบคุมตัว นายฑณาหรือป๋อง เกิดทอง อายุ 43 ปี และนายธงชัย หรือธง ศรีนิล อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาที่ 1-2 คดีร่วมกันฆ่าชิงทรัพย์2พี่น้องชาวรัสเซียมายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรกคดี ฝ.596/2569โดยแจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำผิดเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน ร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน แต่งเครื่องแบบตำรวจโดยมีอาวุธปืนร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง ฯลฯ ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้
วันเดียวกัน พนักงานสอบสวน สภ.ห้วยใหญ่ นำตัวนายฑณา หรือป๋อง และนายธงชัย หรือธง นายอัษฎางค์ ชูวงษ์ อายุ 25 ปี และ นายชัชนันท์ แป้นเอี่ยม อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาที่ 1-4 คดีร่วมกันฆ่าฝังศพ 3พ่อแม่ลูกมายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาลจังหวัดพัทยา เป็นคดีหมายเลขคดี ฝ.597/2569ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อจะเอาหรือเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดแต่การที่ตนได้กระทำผิดเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน ร่วมกันปล้นทรัพย์ในเวลากลางคืน แต่งเครื่องแบบตำรวจ ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง ฯลฯ โดยศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังได้
จากนั้น เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำผู้ต้องหาทั้ง4 รายไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษพัทยาต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี