วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569
เวทีสานเสวนาสื่อมวลชนสัญจรนำพาสันติสุข: ชู "สะบ้าย้อยโมเดล" บูรณาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเศรษฐกิจชุมชน
ในกิจกรรม “เวทีสานเสวนาสื่อมวลชนสัญจรนำพาสันติสุข” ซึ่งนำโดย พล.ต.ประเสริฐ หมวดเชียงคะ ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 (ศปป.5) กอ.รมน. พร้อมด้วยคณะทำงานและสื่อมวลชน ได้เดินทางลงพื้นที่อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนาพื้นที่เชิงบูรณาการ ทั้งการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในตำบลบาโหย และการต่อยอดความสำเร็จของวิสาหกิจชุมชนแปรรูปกาแฟโรบัสต้าสะบ้าย้อย ซึ่งทั้งสองส่วนถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งและสันติสุขในพื้นที่ชายแดนใต้
ขับเคลื่อน "บาโหยโมเดล" ต้นแบบความสุขบนความหลากหลาย
จุดหมายแรกคือ ตำบลบาโหย ซึ่งอยู่ห่างจากตัวอำเภอราว 40 นาที พื้นที่แห่งนี้อุดมสมบูรณ์และมีจุดเด่นด้านพหุวัฒนธรรมที่ชาวไทยพุทธและมุสลิมอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสันติ โดยผู้นำท้องถิ่นอย่าง นายนันต์อินทร์ ศิริรัตน์ นายอำเภอสะบ้าย้อย และ นายสมชาย สุขศรีแวว นายก อบต.บาโหย ได้ร่วมกันผลักดัน "บาโหยโมเดล" แนวคิดการพัฒนาที่เน้นให้ประชาชนพึ่งพาตนเอง ไม่มีหนี้สิน ดำรงชีวิตอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน และใช้สันติวิธีเป็นหลักในการแก้ปัญหา
พื้นที่บาโหยมีต้นทุนทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ที่พร้อมสำหรับการท่องเที่ยวชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการเป็นจุดกำเนิดต้นน้ำคลองเทพา จุดกางเต็นท์ริมน้ำ และการพบเห็นนกเงือกถึง 7 จาก 13 สายพันธุ์ในอุทยานแห่งชาติสันกาลาคีรี นอกจากนี้ยังมีแนวคิดการพัฒนาเส้นทางเดินป่าเชิงประวัติศาสตร์ ซึ่งอดีตเคยเป็นที่ตั้งค่ายพักพิงของโจรจีนคอมมิวนิสต์มลายา (จคป.) และจุดหลบภัยของนักศึกษาช่วงเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ โดยชุมชนจะเป็นผู้ดูแลและอนุรักษ์ป่าไปพร้อมกัน

ปลดล็อกปัญหาที่ดินทำกินและโครงสร้างพื้นฐาน
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญของตำบลบาโหยคือ ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนกับพื้นที่ของรัฐ 3 ส่วน ส่งผลให้ราษฎรไม่มีเอกสารสิทธิ์และไม่สามารถขอติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าถาวรได้ ต้องแบกรับภาระค่าไฟชั่วคราวที่ราคาสูง รวมถึงปัญหาเรื่องแหล่งน้ำอุปโภคบริโภค
ในประเด็นนี้ นายประเสริฐ กาญจนแก้ว นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ ได้ชี้แจงแนวทางแก้ไขว่า กรมป่าไม้อยู่ระหว่างดำเนินการตามมติ ครม. (26 พ.ย. 2561) เพื่อจัดทำสมุดประจำตัวผู้ได้รับการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ซึ่งจะสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานขอติดตั้งสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้ ขณะที่ตัวแทนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคระบุว่า ในอนาคตอันใกล้จะมีการปรับลดอัตราค่าไฟฟ้าชั่วคราวให้เท่ากับอัตราปกติเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
ยกระดับ "กาแฟสะบ้าย้อย" ฟันเฟืองเศรษฐกิจเปลี่ยนชุมชน
นอกเหนือจากการพัฒนาเชิงพื้นที่ในตำบลบาโหยแล้ว อีกหนึ่งความสำเร็จที่โดดเด่นของอำเภอสะบ้าย้อย คือการพัฒนาผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะ "วิสาหกิจชุมชนแปรรูปกาแฟโรบัสต้าสะบ้าย้อย" ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิก 103 คน มีพื้นที่ปลูกกว่า 100 ไร่ ทางกลุ่มได้นำจุดแข็งของกาแฟสายพันธุ์เก่าแก่ 122 ปี มาแปรรูปอย่างครบวงจร มุ่งสู่การเป็น "ธุรกิจชุมชน" แบบเต็มตัว
ด้วยกระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน ปลอดสารเคมี (ใช้ผึ้งชันโรงเป็นตัวชี้วัดความปลอดภัย) ทำให้กาแฟสะบ้าย้อยมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ หอมกลิ่นอัลมอนด์และมีความเปรี้ยวคล้ายส้ม จนสามารถยกระดับเป็นกาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) การส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกกาแฟเพียงครัวเรือนละ 300 ต้น สามารถสร้างรายได้ถึง 300,000 บาทต่อปี ซึ่งสูงกว่ายางพาราถึง 5 เท่า ช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้เกษตรกรสามารถกลับมาอยู่บ้านและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

พลังสตรีและการสร้างสันติภาพผ่านแก้วกาแฟ
ความสำเร็จของกลุ่มกาแฟนี้ ขับเคลื่อนโดยพลังของกลุ่มสตรี นำโดย คุณศิรินุช รองประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ ที่ทำงานด้วยจิตอาสาภายใต้วัฒนธรรม "พี่สอนน้อง" โดยยึดอุดมการณ์ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ไม่แบ่งแยกศาสนา และยินดีร่วมมือกับทุกภาคส่วน กาแฟจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องดื่ม แต่เป็นสื่อกลางในการเชื่อมความสัมพันธ์และสร้างพื้นที่ปลอดภัยในชุมชนอย่างแท้จริง
เพื่อสานต่อความสำเร็จนี้ ทางกลุ่มเตรียมจัดงาน "Saba Yoi Coffee Festival" เป็นปีที่ 2 เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและผู้รักกาแฟจากทั่วประเทศ ให้เข้ามาสัมผัสศักยภาพของสะบ้าย้อย ทั้งในมิติของธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และรสชาติกาแฟ ที่หลอมรวมกันเป็นต้นแบบของความมั่นคงและสันติสุขในพื้นที่ชายแดนใต้
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี