วันอังคาร ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2569
อุกอาจบุกยิงดับนายกอบจ.นนท์
‘หลองงูเห่า’ปืนโหด
แตกหักทวงหนี้11ล้าน
เปิดนาทีโทรหาเจ๊ปอง
เกลี้ยกล่อมให้มอบตัว
ตร.สั่งฟัน4ข้อหาหนัก
เมืองนนท์ระทึกอีกแล้ว! “ฉลอง เรี่ยวแรง” อดีตสส.นนทบุรี บุกยิง“พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ” นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในที่ทำการ อบจ.นนทบุรี ก่อนโทรหา“เจ๊ปอง อัญชะลี” พิธีกรข่าวชื่อดัง เกลี้ยกล่อมวางอาวุธ ยอมมอบตัว เผยชนวนเหตุทวงเงิน 11 ล้านบาท ก่อนมีปากเสียงและคนขับรถชักปืน จึงตัดสินใจยิง ยืนยันไม่ได้มีเจตนาฆ่า พร้อมขอโทษประชาชนชาวนนทบุรีและครอบครัวนายก อบจ.ฯ นายกฯ คุย ‘ผวจ.นนทบุรี-ผบก.ภ.จว.นนทบุรี’สั่งจัดการเด็ดขาด เหตุเป็นคดีอุกฉกรรจ์-สะเทือนขวัญ กำชับ“ผบ.ตร.”ติงตำรวจท้องที่นนทบุรี หลังปล่อยผู้ต้องหาให้สัมภาษณ์ชิวๆ –ไม่ใส่กุญแจมือ
เมื่อช่วงสายวันที่ 10 สิงหาคม เกิดเหตุยิงกันภายในสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี (อบจ.นนทบุรี) พื้นที่ อ.เมืองนนทบุรีโดยผู้ก่อเหตุคือ นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) จังหวัดนนทบุรี หลายสมัย ได้บุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต และยิงคนขับรถของ พ.ต.อ.ธงชัย ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย
เปิดชนวนสังหารทวงหนี้11ล้าน
หลังก่อเหตุ นายฉลอ งได้โทรศัพท์ไปหา น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก ที่แนวหน้าออนไลน์ ขณะที่ น.ส.อัญชะลี กำลังจัดรายการสดออกอากาศ โดย น.ส.อัญชะลี บอกว่า เดี๋ยวค่อยโทรมาใหม่ เพราะกำลังจัดรายการสด แต่นายฉลองบอกว่าไม่ได้ ต้องคุยเดี่ยวนี้ เพราะเพิ่งไปยิง พ.ต.อ.ธงชัย เสียชีวิต น.ส.อัญชะลี จึงสอบถามรายละเอียด โดยนายฉลองบอกว่ายิงไป 4-5 นัดจน พ.ต.อ.ธงชัย เสียชีวิต ก่อนเดินออกมาจากสำนักงาน พร้อมอาวุธปืน น.ส.อัญชะลี จึงได้เกลี้ยกล่อมให้ นายฉลอง ใจเย็น วางปืน และนั่งรอตำรวจ อย่าเดินไปที่ไหน เพราะใกล้ๆ นั้นมีสถานศึกษา ขณะเดียวกัน ได้ให้พนักงานของแนวหน้าโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์
โดยนายฉลองได้เล่าเหตุผลการลงมือก่อเหตุครั้งนี้ว่า ตนกับ พ.ต.อ.ธงชัย เป็นเพื่อนรักกัน ตนได้ช่วยเหลือมาตลอด แต่เวลาตนเดือดร้อน พ.ต.อ.ธงชัย ไม่เคยสนใจ แม้แต่เรื่องการเมืองก็เคยขอร้องให้ตนไม่ส่งผู้สมัครสส.ไปชนกัน ตนก็ยอมมาตลอด กระทั่งวันนี้ตนมาทวงเงิน 11ล้านบาท ที่ พ.ต.อ.ธงชัย เป็นหนี้ตนอยู่ แต่พ.ต.อ.ธงชัยบอกว่าไม่มี จึงเกิดความโมโหก่อเหตุดังกล่าวขึ้น
ตร.คุมตัวไปสอบปากคำ
ต่อมา เวลา11.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้เดินทางไปถึงจุดที่นายฉลอง นั่งรอมอบตัวอยู่ และได้ทำการควบคุมตัว นายฉลอง มาทำการสอบปากคำที่สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อรวบรวมรายละเอียดเหตุการณ์ ทั้งลำดับก่อนเกิดเหตุ รวมถึงสาเหตุและแรงจูงใจในการก่อเหตุ
เบื้องต้นมีข้อมูลว่าอาวุธที่ใช้ก่อเหตุเป็นปืนขนาด 9 มม. ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง หลังจากนี้ตำรวจจะสอบสวนผู้เกี่ยวข้อง ตรวจสอบพยานหลักฐาน และพิจารณาดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุตามขั้นตอนของกฎหมาย
โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่คำให้การของนายฉลอง ว่าก่อนเกิดเหตุเดินทางมาที่ อบจ.นนทบุรี ด้วยเหตุใด และอะไรเป็นชนวนเหตุที่นำไปสู่การใช้อาวุธปืนยิงนายก อบจ.นนทบุรี
ผู้ว่าฯนนท์เผยรู้จักทั้งคู่
ขณะที่ นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี และตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมปิดกั้นพื้นที่เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน
จากนั้น นายเชษฐา ได้เดินทางมาที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อพูดคุยกับผู้ก่อเหตุ ก่อนออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้นได้พูดคุยกับทางผู้ก่อเหตุ รับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยอ้างแรงจูงใจในการก่อเหตุเป็นเรื่องปัญหาส่วนตัว และผู้ก่อเหตุอ้างว่านัดพูดคุยกับผู้ได้รับบาดเจ็บที่ อบจ.นนทบุรี แต่คาดว่าการเจรจาพูดคุยไม่ลงตัว จึงเป็นที่มาของเหตุการณ์ดังกล่าว
ส่วนรายละเอียดเชิงลึกรอให้ตำรวจสอบปากคำแล้วเสร็จ เพื่อให้ทราบรายละเอียดสาเหตุในการก่อเหตุอย่างแท้จริง และได้พูดกับผู้ก่อเหตุว่าขอให้การไปตามข้อเท็จจริง และให้ความร่วมมือกับตำรวจ ซึ่งทางผู้ก่อเหตุก็ให้ความร่วมมือกับตำรวจเป็นอย่างดี ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนใด ๆ ส่วนคนขับรถของนายกอบจ.ได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกัน ซึ่งขณะนี้นำตัวส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ซึ่งถือเป็นพยานปากสำคัญที่ตำรวจต้องสอบปากคำเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ทางผู้ว่าฯนนทบุรี ระบุว่าตนรู้จักกับทั้งสองฝ่ายทั้งผู้ก่อเหตุและผู้ได้รับบาดเจ็บ และในอดีตทั้งสองคนเคยเป็นเพื่อนกันมีความสัมพันธ์ที่ดีกันมาก่อน และไม่เคยได้รับแจ้งเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนหรือปัญหาระหว่างผู้ก่อเหตุ และผู้ได้รับบาดเจ็บ
สารภาพลงมือเพราะแค้นเรื่องหนี้สิน
ขณะที่ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1พร้อมด้วยคณะพนักงานสอบสวน ได้เข้าสอบปากคำผู้ก่อเหตุภายในห้องสืบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์
พ.ต.อ.โชคชัย คณะเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนนทบุรี (รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี) เปิดเผยว่า เบื้องต้น นายฉลอง ผู้ก่อเหตุ ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ก่อเหตุยิง พ.ต.อ.ธงชัย กับคนขับรถ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสจริง โดยมีความขัดแย้งกันในเรื่องเงินที่ติดค้างประมาณ 11 ล้านบาท ที่นายก อบจ.นนทบุรี ติดค้างอยู่ จึงบันดาลโทสะก่อเหตุดังกล่าว
อ้างเห็นคนขับรถชักปืนจึงยิงก่อน
เวลา 13.20 น. ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ คุมตัวนายฉลอง ลงจากชั้น 3 มายังห้องประชุม เพื่อเปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายฉลองยอมรับว่า เดินทางไปพบเพื่อน เนื่องจากต้องการทวงเงินจำนวน 11 ล้านบาท ที่เคยให้ยืมไป หลังปัจจุบันประสบปัญหาด้านการเงินและมีค่าใช้จ่ายในการรักษาอาการป่วยจำนวนมาก ที่ผ่านมาเคยช่วยเหลือเพื่อนหลายคน ทั้งเรื่องธุรกิจและการทำหมู่บ้าน บางรายให้เงินถึง 6 ล้านบาท หรือ 15 ล้านบาท แต่ไม่ได้ทวงคืน เนื่องจากเต็มใจช่วย กระทั่งครั้งนี้มีความจำเป็นต้องขอเงินคืน จึงเดินทางไปพูดคุย โดยระหว่างพูดคุยกันมีปากเสียงและถูกผลัก ก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินลงไปขึ้นรถ ทำให้ตนเดินตามไปเคาะกระจกเพื่อขอพูดคุย พร้อมถือปืนไปด้วย แต่ยืนยันว่าไม่ได้คิดจะยิง อย่างไรก็ตาม จังหวะนั้นคนขับรถได้ชักปืนออกมา ตนจึงตัดสินใจยิงเพื่อป้องกันตัว
เสียใจ-ขอโทษประชาชน
หลังเกิดเหตุ นายฉลอง บอกว่า ได้หลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ เพราะคิดว่าอีกฝ่ายไม่น่าจะเป็นอะไรมาก ก่อนจะขึ้นรถจักรยานยนต์กลับมามอบตัว พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาฆ่าใคร พร้อมกล่าวขอโทษประชาชนชาวนนทบุรี และครอบครัวนายก อบจ.นนทบุรี พร้อมระบุว่า ตนเองกับนายก อบจ. เป็นเพื่อนกัน และไม่เคยคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น โดยหากได้พูดคุยกัน เหตุการณ์ก็น่าจะจบลงด้วยดี
นายฉลองกล่าวทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเป็นห่วงความรู้สึกของครอบครัว โดยเฉพาะลูกสาว ซึ่งเชื่อว่าจะต้องเสียใจอย่างมากกับเหตุการณ์ครั้งนี้
ตำรวจแจ้ง4ข้อหาหนัก
ต่อมา เวลา 16.50 น. หลังจากสอบปากคำนานกว่า 5 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้ควบคุมตัวนายฉลองเข้าห้องขัง โดยแจ้งข้อกล่าวหานายฉลองรวม 4 ข้อหา ได้แก่ 1.ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 2.พยายามฆ่าผู้อื่น 3.พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และ 4.ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร จากนั้นเจ้าหน้าที่ใส่กุญแจมือควบคุมตัวนายฉลองเข้าห้องขัง โดยเจ้าตัวมีสีหน้าเรียบเฉย และไม่ได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม
เผยนาทีลั่นไกข้างรถ
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่ พ.ต.อ.ธงชัยกำลังจะเดินทางออกจาก อบจ.นนทบุรี เพื่อไปปฏิบัติภารกิจด้านนอก โดยอยู่ภายในรถยนต์ Volvo ทะเบียน กษ 88 นนทบุรี พร้อมคนขับรถ จากนั้นนายฉลองได้เดินเข้ามาเคาะกระจกรถเพื่อพูดคุย ก่อนเกิดเหตุใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่ภายในรถ
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบร่องรอยกระสุนบริเวณประตูรถหลายจุด โดย พ.ต.อ.ธงชัย ถูกยิงประมาณ 4 นัด บริเวณจุดสำคัญ ขณะที่คนขับรถได้รับบาดเจ็บจากกระสุนเช่นเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลนครนนทบุรีเข้าช่วยเหลือ พร้อมทำ CPR ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาล
ล่าสุด มีรายงานว่า พ.ต.อ.ธงชัยเสียชีวิตแล้ว หลังได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการถูกยิงหลายนัดและเจ้าหน้าที่เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าเพื่อช่วยเหลือ
เบื้องต้นมีข้อมูลเกี่ยวกับ ความขัดแย้งระหว่างนายฉลองกับ พ.ต.อ.ธงชัย รวมถึงประเด็นเงิน 11 ล้านบาท แต่ยังเป็นเพียงข้อมูลจากคำกล่าวอ้างและอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ตำรวจเร่งสอบสวนหาสาเหตุและข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อไป
เปิดภาพชัดจ่อยิงอุกอาจ
ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุเผยให้เห็นนาทีอุกอาจขณะที่คนขับรถของ พ.ต.อ.ธงชัย เดินนำออกมาขึ้นรถ จากนั้น พ.ต.อ.ธงชัย ได้เดินตามมาขึ้นนั่งบริเวณด้านหน้าข้างคนขับ ระหว่างนั้น นายฉลองซึ่งถืออาวุธปืนไว้ในมือได้เดินตามเข้ามาพูดคุยที่ข้างรถเพียงไม่ถึงนาที ก่อนจะยกปืนรัวยิงใส่ พ.ต.อ.ธงชัย จำนวนหลายนัด ส่งผลให้คนขับรถต้องตัดสินใจเปิดประตูวิ่งหนีเอาชีวิตรอดขณะที่นายฉลองได้เดินวนดูรอบรถก่อนถือปืนเดินหลบหนีไปและขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้างออกจากพื้นที่ ก่อนจะโทรศัพท์ไปหา น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก หรือ “เจ๊ปอง” เพื่อแจ้งว่าตนเองได้ก่อเหตุยิง นายก อบจ.นนทบุรี และรอมอบตัวที่บริเวณหน้าโชว์รูมรถยนต์แห่งหนึ่งใกล้จุดเกิดเหตุ
“เจ๊ปอง”เปิดใจนาทีคุย“ฉลอง”
ทางด้าน น.ส.อัญชะลี ได้เดินทางไปยัง สน.รัตนาธิเบศร์ เพื่อเข้าพูดคุยกับนายฉลอง และภายหลังที่ได้เข้าไปพูดคุย น.ส.อัญชะลี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ ว่า ความสัมพันธ์ของตนกับนายฉลอง คือแหล่งข่าวนักการเมืองที่สนิทสนมกันมานานกว่า 20 ปี ที่ผ่านมาหากมีข้อมูลหรือรายละเอียดเกี่ยวกับแหล่งข่าว เขาจะเป็นคนโทรศัพท์เข้ามาพูดคุยบ่อยครั้ง ซึ่งทุกครั้งที่โทรมาหากเราไม่รับโทรศัพท์ เขาก็จะพยายามโทรจี้จนทำให้ตนรู้ว่า เวลาโทรมาต้องรับสาย ซึ่งเช่นเดียวกับเหตุการณ์ตามในรายการที่ตนเองต้องรับสาย และแจ้งว่าจัดรายการอยู่
ภายหลังที่รับสาย ตนก็พยายามบอกว่าจัดรายการสดอยู่ แต่ปลายสายบอกให้ตนหยุด พร้อมบอกว่า “ปองหยุด พี่ยิงนายก อบจ.ตาย” ตนเลยถามกลับด้วยน้ำเสียงค่อนข้างตกใจว่า “ไปยิงเค้าทำไม และไปยิงที่ไหน” ทางแกเองก็อธิบาย ตนเลยพยายามเกลี้ยกล่อม ระหว่างที่จัดรายการพร้อมประสานให้ ทางทีมงานติดต่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยอมรับว่ามีบางช่วงบางตอนที่ทาง นายฉลอง บอกว่าอยู่ใกล้โรงเรียน ตนเลยพยายามบอกให้อยู่ห่างๆ เพราะเพิ่งจะมีข่าวไม่ดีกลัวจะบานปลาย
เกลี้ยกล่อมให้วางปืน-สงบสติอารมณ์
ตนเกลี้ยกล่อมให้เอากระสุนออกจากปืน วางปืน และให้นั่งรอ ทางแกเองก็พยายามบอกจะนั่งมอเตอร์ไชค์ไปมอบตัว แต่ตนบอกไม่ต้องเดี๋ยวตำรวจจะไปหา ก่อนที่ตนจะถือสาย และให้ทางนายฉลอง ระบายความเครียดที่เกิดขึ้นตามที่เจ้าตัวให้สัมภาษณ์ จนตนทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาคุมตัว ถึงได้วางสายไป
อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าก่อนหน้านี้ นายฉลอง ไม่เคยระบายถึงปัญหาปมการเมืองท้องถิ่น จะคุยกันแต่เรื่องการเมืองระดับประเทศ ย้ำทางนายฉลอง ไม่เคยระบายทั้งเรื่องหนี้สิน สุขภาพ หรือปัญหาขัดแย้งกับทา นายก อบจ. ครั้งล่าสุดยังคุยเกี่ยวกับเรื่องของชายแดนเป็นหลัก ไม่ได้มีเรื่องปมปัญหาชนวนเหตุ
“สิ่งที่ตนช่วยคือพยายามไกล่เกลี่ยให้แกนิ่ง ชวนคุยให้แกสงบสติอารมณ์ ไม่ให้เรื่องบานปลาย เพราะตอนนั้นมีคำพูดหนึ่งที่ทำให้เราเองกลัว” คือ “ดีนะที่ต่อสายหาปอง ไม่นั้นจะมีอีกหลายคน” ยืนยันที่โทรหาตนเพราะความสนิทกัน และเขาเองไว้ใจเราเกี่ยวกับเรื่องของข้อมูล
ขณะที่ครอบครัวเบื้องต้นทราบว่าตกใจ และเป็นลม ยังไม่ได้มีโอกาสมาหา ขณะที่สภาพจิตใจของนายฉลอง ตอนนี้ก็คลายเครียดมากขึ้น กินข้าวกระเพราะไก่ ไข่ดาว แล้วทานยา ก่อนจะดื่มกาแฟ ตอนนี้แกเองก็ดีขึ้นไม่ได้เครียด รอตำรวจสอบปากคำอีกครั้ง
นายกฯสั่งจัดการเด็ดขาด
เมื่อเวลา 15.55 น.ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ภายหลังเสร็จสิ้นเป็นประธานเปิดงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี” ปี 2569 ได้เดินเข้าห้องรับรองพร้อมด้วยรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดนนทบุรี (ผบก.ภ.จว. นนทบุรี) รับฟังรายงานความคืบหน้า การดำเนินคดีนายฉลอง บุกยิงพ.ต.อ.ธงชัย เสียชีวิตโดยกล่าวว่าตนได้กำชับผวจ.นนทบุรี และผบก.ภ.จว.นนทบุรี ให้เร่งดำเนินการเรื่องนี้ด้วยความเฉียบขาดและเด็ดขาด ไม่มีการให้ความช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่าคนร้ายจะมีสถานะใดก็ตาม เพราะตอนนี้สถานะของเขาชัดเจนแล้ว คือคนร้าย คือฆาตกร คนที่ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต คนที่ทำผิดกฎหมาย ไม่ทำตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ฉะนั้นการที่จะให้ความสำคัญหรืออำนวยความสะดวกต่างๆต้องไม่มี ตนได้กำชับชัดเจนไปแล้ว โดยผวจ.นนทบุรี และผบก.ภ.จว.นนทบุรี จะไปเร่งดำเนินการกับโรงพักในท้องที่
ตำหนิตร.ไม่ใส่กุญแจมือ
เมื่อถามว่ามีการรายงานหรือไม่ว่าแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุเกิดจากอะไร นายกฯกล่าวว่า เป็นเรื่องของการสืบสวนสอบสวน แต่ตนเห็นว่าคดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญและทำลายขวัญประชาชน ซึ่งคนที่กระทำความผิดยังไม่ถูกสวมใส่กุญแจมือ ยังสามารถมาให้ข่าวได้ และทำเหมือนอยู่ในสถานการณ์ปกติได้ อย่างนี้ไม่ใช่ ซึ่งตนได้แจ้งไปยังพล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ซึ่งท่านก็บอกว่าได้ตำหนิไปแล้ว และจะสั่งการให้ดำเนินการตามรูปคดีต่อไป ซึ่งตนก็ได้แจ้งย้ำให้ผบ.ตร.เร่งดำเนินการโดยเร็ว
“ภาพมันออกไปข้างนอกเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อไม่กี่ชั่วโมง เพิ่งไปยิงคนตายมา แล้วยังมานั่งแถลงข่าว เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันไม่ได้หรอกครับ เพราะความผิดมันเกิดแล้ว เขาพกพาอาวุธปืน และเรื่องนี้เราห้ามอยู่แล้ว ถึงแม้จะมีใบครอบครองการพกปืน แต่ไม่มีใบพกปืน เพราะประเทศไทยไม่มีแล้ว ใครถือใบพกปืนถือว่าหมดอายุหมดแล้ว เพราะต้องต่ออายุทุกปี ใบล่าสุดที่ออกสิ้นปี 2566 และต้นปี 2567 ฉะนั้นตอนนี้มันเกินหมดแล้ว ใครพกปืนตอนนี้ ท่านอาจจะไม่รู้ตัวว่าท่านทำผิดกฏหมายเรียบร้อยแล้ว”นายกฯ กล่าวว่า
เมื่อถามย้ำว่าถือเป็นการไม่ไว้หน้าเจ้ากระทรวงมหาดไทยหรือไม่ เพราะเราก็ได้เน้นย้ำเรื่องนี้แล้วว่าห้ามมีการพกปืน นายกฯ กล่าวว่า เรื่องเหตุผลเราไม่ทราบ แต่ทางรัฐบาลต้องออกมาตรการออกกฏหมายหรือแก้กฎหมายใหม่ เกี่ยวกับเรื่องของการพกพาวุธปืนให้ชัดเจน ต้องไม่มีข้อยกเว้น ถ้าเรื่องปืนสวัสดิการตอนนี้ก็คงหยุดก่อน ไม่ต้องเสนอขึ้นมา ยังไงตนก็ไม่อนุมัติ
ยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภท.แล้ว
เมื่อถามอีกว่า พรรคภูมิใจไทยได้เช็คแล้วหรือยังว่านายฉลอง ลาออกจากสมาชิกพรรคแล้วหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้สนใจตรงนั้น เพราะเขาไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค(กก.บห.)ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการตัดสินใจใดๆของพรรค ถ้าเขาเป็นสมาชิกพรรคอันนั้นเป็นเรื่องของกระบวนการ และสิทธิ์ของเขาในระบอบประชาธิปไตย เราไปยุ่งอะไรกับเขาไม่ได้ วันนี้มีสภาพเป็นเช่นนี้ สมาชิกภาพอาจจะหมดไปโดยอัตโนมัติก็ได้ เพราะมันคงมีกฎเกณฑ์ที่เขียนอยู่ ว่าสมาชิกพรรคต้องไม่ ต้องคดีใดๆ และต้องไม่ก่อเหตุใดๆที่เป็นเรื่องของการผิดกฎหมายและผิดรัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผวจ.ภูเก็ต และผวจ.ที่มาร่วมงานโอทอป ได้มารายงานตัวกับนายกฯ โดยก่อนนายกฯเดินทางกลับ ได้กล่าวกำชับให้มีการตั้งด่านตรวจจับอาวุธ ในระดับอำเภอทั่วประเทศ และใครมีอาวุธปืนถือว่าผิดกฎหมายหมด ดำเนินคดีและจับให้หมด
ผู้ว่าฯ นนท์สั่งยกระดับตรวจเข้ม
นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวถึงกรณีการเข้มมาตรการ หลังเกิดเหตุ อุกฉกรรจ์ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ทั้งเหตุยิงในโรงเรียนและในองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี (อบจ.) นนทบุรี ว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีว่า จะต้องมีการเข้มข้นเรื่องอาวุธ และเพิ่มมาตรการเรื่องการตั้งด่านให้มีความเข้มข้นมากขึ้น
เมื่อถามว่า แต่เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี จะต้องมีความเข้มงวดในการเข้าออกพื้นที่หรือไม่ นายเชษฐา ยอมรับว่าจะต้องมีการเข้มงวดเรื่องมาตรการ ตามคําสั่งการของนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามต่อว่า เมื่อนายกอบจ. เสียชีวิตลงจะต้องมีการเลือกใหม่ เพื่อทดแทนหรือไม่ นายเชษฐา กล่าวว่า เดี๋ยวก็ต้องมี ซึ่งต้องว่ากันไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากนายกอบจ. เสียชีวิตลง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องเป็นคนดําเนินการต่อไป
ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นเรื่องของผู้ทรงอิทธิพลในพื้นที่ นายเชษฐา กล่าวว่า เท่าที่ทราบ เรื่องคดี เป็นเรื่องของความขัดแย้งส่วนตัว แต่ขอรอเจ้าหน้าที่ตํารวจสืบสวน เดินจากในเบื้องต้น ผู้ก่อเหตุเปิดเผยว่าเป็นความขัดแย้งส่วนตัวไม่ใช่เรื่องทางการเมือง
พ.ต.อ.ธงชัยจากตร.สู่ถนนการเมือง
สำหรับประวัติการทำงานของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) นนทบุรี ดำรงตำแหน่งต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ในนามกลุ่มผึ้งหลวง เกิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 เป็นชาว ต.ท่าอิฐ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พ.ต.อ.ธงชัย จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ในฐานะนักเรียนนายร้อยตำรวจพิเศษ รุ่นที่ 9 ก่อนเข้ารับราชการตำรวจใน จ.นนทบุรี และลาออกจากราชการก่อนเกษียณ เพื่อเตรียมตัวลงสมัครนายก อบจ.นนทบุรี
โดยจัดตั้งกลุ่มผึ้งหลวง และประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งจนดำรงตำแหน่งต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันพ.ต.อ.ธงชัยนับเป็นผู้มีคอนเนกชันกับกลุ่มการเมืองต่างๆ เป็นอย่างดี รวมถึงนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรีหลายสมัย ซึ่งเป็นเพื่อนรักกัน เหตุการณ์ที่นายฉลองบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย ภายในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี จึงเป็นเรื่องที่สร้างความตื่นตระหนกอย่างยิ่ง
‘ฉลอง’จากมอไซค์วินสู่สส.คนดัง
ส่วนเส้นทางชีวิต’ฉลอง เรี่ยวแรง’ อดีต ส.ส.คนดังที่ เกิดวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2498 เป็นชาว จ.นนทบุรีโดยกำเนิด เคยประกอบอาชีพหลายอย่าง เป็นผู้คุมเรือนจำนนทบุรีเหมือนบิดา เคยขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ค้าขาย และนักการเมืองท้องถิ่น เคยเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองนนทบุรี ส่วนระดับชาติเป็นอดีต สส.นนทบุรี 3 สมัย พ.ศ. 2539 สังกัดพรรคประชากรไทย พ.ศ. 2548 สังกัดพรรคไทยรักไทย และ พ.ศ. 2554 สังกัดพรรคเพื่อไทย ขึ้นชื่อว่าเป็นนักการเมืองที่ย้ายพรรคบ่อยมาก เคยสังกัดพรรคประชากรไทย พรรคราษฎร พรรคชาติพัฒนา พรรคไทยรักไทย พรรคประชาราช พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย
นอกจากนี้ยังเคยเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์) ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (นางอุไรวรรณ เทียนทอง)
ทั้งนี้ ในปี 2563 “ฉลอง” ลงสมัครเลือกตั้งนายก อบจ.นนทบุรี แต่พ่ายแพ้ โดยผู้ชนะคือ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นอกจากนี้ ยังเป็นนักการเมืองมากฉายา อาทิ “หลอง งูเห่า” เพราะเป็น 1 ใน 13 สส.พรรคประชากรไทยที่ลงมติสวนทางกับมติพรรค สนับสนุนนายชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ เมื่อปี 2540 กระทั่งล่าสุด ตกเป็นผู้ต้องหาบุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิตที่สำนักงาน อบจ.นนทบุรี
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี