533.jpg
สนช.พร้อมโชว์ทรัพย์สิน  สนองปปช.  “น้องบิ๊กตู่”ยังกั๊กตัวนายกฯ

สนช.พร้อมโชว์ทรัพย์สิน สนองปปช. “น้องบิ๊กตู่”ยังกั๊กตัวนายกฯ

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2557, 06.00 น.
Tag :

สนช.พร้อมโชว์ทรัพย์สิน

สนองปปช.

น้องบิ๊กตู่ยังกั๊กตัวนายกฯ

อ้างพี่ชายไม่เคยปริปากพูด

ล่ามือโปรยใบปลิวด่าคสช.

สมัครสปช.ยอดทะลุ184คน

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า พร้อมเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินจากการเป็น สนช.ตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำหนด เพราะทรัพย์สินมีที่มาที่ไปอยู่แล้ว รับราชการมา 35 ปี ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส

ส่วนผู้ที่จะเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น พล.ท.ปรีชากล่าวว่า ไม่สามารถตอบได้ว่า สนช.สายทหารจะเสนอชื่อใครเป็นนายกฯแต่หากส่วนใหญ่เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือคสช.เป็นนายกฯจะมี 3ช่องทางให้โหวต คือ เห็นด้วย คัดค้าน หรือไม่ออกเสียง อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่เคยพูดว่า จะเป็นนายกฯโดยปกติจะคุยกันแต่เรื่องงานในกองทัพ พร้อมยืนยันว่า ไม่หวั่นไหวที่จะตกเป็นเป้าถูกโจมตีเพราะเป็นน้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นทั้งพี่ชายและผู้บังคับบัญชา โดยตนทำตามทุกคำสั่งผู้บังคับบัญชาทุกเรื่องที่สั่งการ ยอมรับว่าต้องวางตัวให้ดีและจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด


“ผมเจอ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้คุยเรื่องอื่นนอกจากงานในกองทัพ ที่สำคัญโดนดุตลอด ส่วนการโยกย้ายทหารจะไปตำแหน่งไหนก็เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา ไม่มีใครรู้ว่า จะไปไหน ข่าวที่ว่าจะขึ้นเป็นพลเอก 5เสือ ทบ.ก็มีแต่ข่าวลือ นักข่าวไปเขียนเองทั้งนั้น”

“สุรชัย”ยินดีให้ปปช.ตรวจสอบ

ด้าน นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แสดงความเห็นด้วยกับ ปปช.ที่ให้ สนช.เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินหนี้สินต่อสาธารณะ เพราะหน้าที่ของสนช. คือต้องไปตรวจสอบคนอื่นก็ต้องพร้อมให้คนอื่นตรวจสอบและรับรู้ นอกจากนี้ ตนจะหารือกับ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ว่าที่ประธาน สนช.เพื่อปรับปฏิทินการทำงานใหม่ โดยการประชุม สนช.นัดต่อไป น่าจะเป็นวันที่ 18สิงหาคม เพื่อพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ2558 ในวาระที่1และยกร่างข้อบังคับการประชุม สนช.โดยจะตั้งคณะกรรมาธิการ 19คน พิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 1-2วัน เพื่อให้สามารถนัดประชุมวันที่ 21-22สิงหาคม เพื่อเลือกนายรัฐมนตรีและให้มีคณะรัฐมนตรีภายในสิ้นเดือนกันยายน โดยร่างข้อบังคับการประชุมฉบับใหม่ได้กำหนดหมวดว่าด้วยการเลือกนายกฯ โดยเทียบเคียงจากรัฐธรรมนูญปี2550

เปิดรับสปช.ครึ่งวันที่2เงียบเหงา

เช้าวันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.พร้อมคณะผู้บริหารสำนักงาน กกต.มาตรวจความเรียบร้อยการเปิดรับเสนอชื่อบุคคลเข้ารับสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ซึ่งเปิดให้เสนอชื่อเป็นวันที่สอง

โดย นายภุชงค์ กล่าวว่า สัดส่วนสมาชิก สปช.จาก 11ด้าน แต่ละด้านมีจำนวนไม่เท่ากัน เนื่องจากพระราชกฤษศฎีกา (พรฎ.) ว่าด้วยการสรรหาสปช.ไม่ได้กำหนดไว้ แต่คณะกรรมการสรรหาแต่ละด้านต้องคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมให้ได้ไม่เกินด้านละ 50คน เพื่อเสนอให้ คสช.พิจารณาให้เหลือ 173คน เมื่อนำไปรวมกับการสรรหาในส่วนจังหวัดอีก 77คน ก็จะมี สปช.จำนวน 250คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเปิดรับายชื่อเข้าสรรหาเป็น สปช.วันที่สอง ในช่วงเช้า มีองค์กรนิติบุคคลเสนอรายชื่อเข้าสรรหาด้านการเมือง คือ นายสมเกียรติ โสภณพงศ์พิพัฒน์และนายพรชัย อินทร์สุข จากพรรคเพื่อสหกรณ์ไทย เพียง 2รายเท่านั้น ขณะที่พรรคประชากรไทยเสนอ 2 คน คือ นายธนากร ทิพย์รัตน์ ทีมกฎหมายพรรค เสนอด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และนายไตรเทพ รัตนาจารย์ โฆษกพรรค เสนอชื่อในด้านการเมือง

คาดส่งชื่อสปช.ให้”คสช.”ต้นกย.

นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ว่าที่รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 ในฐานะกรรมการสรรหาสมาชิก สปช.ด้านการเมือง เปิดเผยว่า คาดว่าปลายสัปดาห์หน้า จะประชุมร่วมกันทั้ง 11คณะ 77คน เพื่อให้เข้าใจระเบียบการ หลังจากนั้นแต่ละคณะจะไปประชุมเพื่อเลือกประธานแต่ละคณะ ซึ่งคงประชุมเพียง 3-4ครั้ง ก่อนเสนอให้ คสช.คัดเลือกช่วงต้นเดือนกันยายน

สรุปยอดสมัครวันที่สอง101คน

เวลา17.25น. นายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการกกต.ด้านการเลือกตั้ง แถลงว่า มีนิติบุคคลไม่แสวงหากำไรเสนอชื่อบุคคลเข้ารับสรรหาเป็นสปช.ทั้งหมด 28คน แบ่งเป็นมายื่นที่สำนักงานกกต.21คน ส่งไปรษณีย์ 7คน โดยเสนอชื่อด้านการเมือง 7คน ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 2คน ด้านการปกครองท้องถิ่น 5คน ด้านการศึกษา 2คน ด้านเศรษฐกิจ 2คน ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม 3คน ด้านสื่อสารมวลชน 1คน ด้านสังคม 1คน ด้านอื่นๆ 4คน ส่วนด้านบริหารราชการแผ่นดินและด้านพลังงาน ไม่มีผู้เสนอชื่อ โดยแยกเป็นองค์กรนิติบุคคลจากพรรคการเมือง 11พรรค สมาคม 13แห่ง มูลนิธิ15แห่ง วัด 4แห่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3แห่ง นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร 1แห่งและวิสาหกิจชุมชน 1แห่ง ขณะที่การสรรหาในระดับจังหวัดมีผู้มาเสนอรายชื่อ73คน รวมมีผู้เสนอทั้งส่วนกลางและต่างจังหวัด 101คน เมื่อรวมกับเมื่อวันที่ 14สิงหาคม จำนวน 83คน จะพบว่ามีผู้เสนอชื่อเข้ารับการสรรหาแล้วทั้งสิ้น 184คน

ภูมิใจไทยส่ง“ปู่ชัย”เข้ารับสรรหา

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วย การเสนอชื่อเป็นสปช.วันที่สองยังมีผู้ทยอยเดินทางมายื่นเอกสารเพื่อเข้ารับการสรรหาอย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่คึกคักเหมือนวันแรก โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่จากพรรคภูมิใจไทย มายื่นเอกสารเสนอชื่อ นายชัย ชิดชอบ เข้ารับสรรหาเป็นสปช.ด้านการเมือง เพียงคนเดียว ขณะที่ตลอดทั้งวันมีบุคคลที่ได้รับความสนใจอื่นๆ อาทิ นางภรณี ลีนุตพงษ์ เสนอชื่อโดยมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของศาล จ.นนทบุรี ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม พล.ร.อ.สุรินทร์ เริงอารมณ์ อดีตรอง ผบ.สส.จากสมาคมอาสาสมัครพยาบาลและสวัสดิการชุมชนชายแดนใต้ ด้านการเมืองและนายยืนหยัด ใจสมุทรโดยมูลนิธิหลวงต่างใจราษฎร์หลวงสมุทรโยธีบรรพบุรุษใจสมุทร เสนอด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม

โฆษกสื่อแจงเหตุผลร่วม’สปช.’

นายมานพ ทิพย์โอสถ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อและโฆษกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ชี้แจงกรณีมีมติส่งตัวแทนเข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิก สปช.ด้านสื่อสารมวลชนว่า เพื่อไปปกป้องหลักการเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชนที่ต้องไม่ถอยหลังไปกว่าบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญปี2550 ซึ่งจะต้องไม่ถูกเปลี่ยนแปลงไปถูกควบคุมสื่อด้วยกฎหมาย หรืออำนาจพิเศษที่จะทำลายความเป็นอิสระของสื่อมวลชนและมองเห็นร่วมกันว่า หากปล่อยให้กฎหมายที่ทำลาย หรือขัดขวางเสรีภาพและความอิสระของสื่อออกมาบังคับใช้และมาตามแก้ภายหลังจะเป็นงานที่ยากลำบากกว่า เพราะสมาคมนักข่าวฯ และนักหนังสือพิมพ์อาวุโส มีบทเรียนในการต่อสู้เพื่อยกเลิกการพิมพ์2484 ต้องใช้เวลา 66ปี เพราะเพิ่งยกเลิกไปเมื่อปี 2550และมีพรบ.จดแจ้งการพิมพ์ฯ ขึ้นมาแทน นอกจากนี้ คำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองฉบับที่ 42 ที่รู้จักกันดี ปร. 42 ต้องใช้เวลาถึง 13 ปีกว่าจะยกเลิกได้

โปรยใบปลิวโจมตีคสช.หน้าทบ.

ก่อนหน้านี้ เวลา 04.00น.วันที่ 15สิงหาคม เกิดเหตุรถแท็กซี่สีชมพูและรถจักรยานยนต์ วิ่งมาจากทางสะพานมัฆวาฬรังสรรค์ ผ่านไปยังหน้ากองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนินนอก แล้วโปรยใบปลิวเป็นกระดาษแผ่นเล็กๆนับร้อยใบ มีข้อความโจมตีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จนเกลื่อนถนน ตั้งแต่แยกสะพานมัฆวาฬรังสรรค์ ไปจนถึงแยก จปร.อย่างไรก็ตาม ทหารที่รักษาการอยู่บริเวณดังกล่าวได้รีบเก็บทิ้ง พร้อมประสานตำรวจ สน.นางเลิ้ง สายสืบนครบาล1และเจ้าหน้าที่การข่าว ทบ.ติดตามหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี ส่วนข้อความในใบปลิวส่วนใหญ่เป็นข้อความโจมตี ล้อเลียน คสช.และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.รวมทั้งต่อต้านการรัฐประหาร โดยใบปลิวแต่ละใบมีคำว่า “เสรีไทย”อยู่ที่มุมล่างขวา

คสช.วอนพูดคุยกันเหมาะกว่า

พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง ทีมโฆษก คสช.ให้สัมภาษณ์ถึงมีการโปรยใบปลิวโจมตีการทำงานของ คสช.ว่า คงต้องขอความร่วมมือ เพราะต้องเข้าใจว่า จะทำให้วุ่นวาย เกิดความเข้าใจผิด เรื่องทุกเรื่องสามารถพูดคุยกันได้ การใช้ใบปลิวโจมตีนั้น ไม่ใช่วิธีที่สังคมยอมรับอยู่แล้วและไม่ควรที่จะกระทำ เพราะคสช.เปิดช่องทางให้เข้ามาพูดคุยกัน เช่น ศูนย์รับร้อเงรียน1111 หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือส่งจดหมายเปิดผนึกมาก็ได้ เพียงแต่ต้องใช้ช่องทางที่มันเหมาะสม อย่าให้สังคมวุ่นวายเพราะเรื่องเหล่านี้อีกเลย ไม่ว่าจะเป็นใบปลิวเรื่องใดก็ตาม

“วินธัย”ให้ตำรวจตามล่าตัวการ

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษก คสช.ให้สัมภาษณ์กรณีมีมือดีโปรยใบปลิวโจมตีการทำงานของ คสช.ว่า ยอมรับว่า ยังมีบางส่วนที่ต้องการแสดงออกในลักษณะไม่พอใจ คสช.แต่เชื่อว่าประชาชนและสังคมส่วนใหญ่เข้าใจดีว่าสิ่งที่ คสช.ทำไปนั้น เพื่อผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนอย่างแท้จริง ผู้สื่อข่าวถามว่า การเคลื่อนไหวต่อต้านและโจมตีการทำหน้าที่ของ คสช.จะมีผลต่อการพิจารณายกเลิกการประกาศใช้กฎอัยการศึกด้วยหรือไม่ พ.อ.วินธัย กล่าวว่า ไม่มีผล เพราะเป็นคนละส่วนกัน ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุโปรยใบปลิวลักษณะเหมือนที่ จ.นนทบุรี เรื่องนี้ต้องถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเท่าที่ทราบพอมีข้อมูลอยู่บ้าง ดังนั้นขอให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ

ฝากขังหนุ่มขอนแก่นหมิ่นสถาบัน

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม นำตัว นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม อายุ 23ปี มายื่นคำร้องขอฝากขังต่อศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก หลังตำรวจจับกุม นายปติวัฒน์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามมาตรา112 เนื่องจากวันที่ 6และ13ตุลาคมที่ผ่านมา นายปติวัฒน์ไปแสดงละครเวทีรำลึก40ปี14ตุลาฯที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีเนื้อหาหมิ่นพระมหากษัตริย์ จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายปติวัฒน์ ยอมรับว่า ได้แสดงละครดังกล่าวจริง แต่ให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้หมิ่นตามที่ถูกกล่าวหา จึงนำตัวมาฝากขังศาลอาญา แต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น รอผลพิสูจน์ประวัติต่างๆ ท้ายคำร้องจึงขอคัดค้านการประกัน

ศาลพิจารณาคำร้องแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาได้ ต่อมา ทนายความยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เงินสด 3แสนบาท ขอปล่อยตัวชั่วคราว แต่ศาลให้ยกคำร้อง จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัว นายปติวัฒน์ ขึ้นรถไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ

องค์กรสื่อจี้คุมเข้มพีอาร์ภาครัฐ

ที่กระทรวงกลาโหม นายประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย พร้อมตัวแทนสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) เดินทางมายื่นหนังสือเปิดผนึกเรื่อง ขอให้ออกกฎหมายควบคุมการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานของรัฐถึงหัวหน้า คสช.โดยมีพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นตัวแทนรับหนังสือ

สุดทนขู่ตัดงบไม่เชียร์รบ.-รมต.

ทั้งนี้ นายประดิษฐ์ กล่าวว่า เนื่องจากที่ผ่านมามีการใช้งบประมาณด้านประชาสัมพันธ์ของภาครัฐในทิศทางที่มีปัญหาและรั่วไหล โดยไม่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ที่สำคัญมีการใช้งบเหล่านี้ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์นักการเมือง รัฐมนตรี ข้าราชการ ปลัดกระทรวงและอธิบดีต่างๆ มากกว่าเรื่องเนื้อหาสาระที่เป็นความรู้ จึงเห็นว่าควรมีกฎหมายดังกล่าวขึ้นมา อีกทั้งที่ผ่านมามีการใช้งบประมาณทุ่มซื้อสื่อและมีคำขู่ตลอดให้สื่อสนับสนุนรัฐมนตรีและรัฐบาล หากไม่สนับสนุนก็จะถูกถอนโฆษณา ทำให้สื่อขาดความเป็นอิสระ ไม่สามารถทำหน้าที่ของตนเองในการตรวจสอบโครงการต่างๆ เพื่อรักษาผลประโยชน์สาธารณะและประเทศชาติ จึงจำเป็นต้องผลักดันกฎหมายนี้ให้ได้ จากนี้จะมีการเดินหน้ายกร่างกฎหมายต่อไป

“บิ๊กตู่”ย้ำเดินหน้าปท.เข้าสู่เฟส2

เวลา 20.15น.ผู้สื่อข่าวรยางานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.กล่าวในรายการ“คืนความสุขให้คนในชาติ” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยสรุปในประเด็นสำคัญ ดังนี้ เรื่องต่อไปคือการขับเคลื่อนประเทศของ คสช.ในห้วงปัจจุบันระยะที่2 สรุปได้ว่ามี 3มิติที่สำคัญที่ต้องเดินไปพร้อมๆกันข้างหน้า ได้แก่ 1.การปรองดองและการปฏิรูป 2.การพร้อมรับสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของโลกและของประเทศ ซึ่งจะมีทั้งวิกฤตและโอกาส ในการที่เราจะขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง3.การยกระดับรายได้ สร้างอาชีพ สร้างงาน ลดความเหลื่อมล้ำรายได้ประชาชน

วอนสมัครสปช.-เลิกทะเลาะกัน

 ในเรื่องความมั่นคง เรื่องการปรองดองปฏิรูปก็ดำเนินการอยู่แล้ว เริ่มรับสมัครสปช.วันที่ 14สิงหาคมที่ผ่านมา ก็มาสมัครช่วยกันและอะไรที่พูดคุยกันได้ เรื่องไม่เป็นเรื่องที่ทะเลาะกันก็หยุดก่อน เอาประเทศชาติเป็นหลัก เรื่องการเมือง เรื่องผลประโยชน์ เรื่องอะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ทำให้ประเทศไทยล้าหลังเป็นเวลานาน ความขัดแย้งเกิดขึ้นมาแบบทับซ้อนหลายเรื่อง สรุปสถานภาพคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจรายงานมีทั้งหมด 70คดีเกี่ยวกับความมั่นคง เป็นคดีดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว 7คดี มีความเห็นสั่งฟ้องส่งสำนวนให้พนักงานตำรวจและอัยการแล้ว ผู้ต้องหาทั้งสิ้น 148คน จับกุมแล้ว 116คน หลบหนีหมายจับ 32คน อันนี้เป็นคดีความมั่นคงคดีอาวุธสงคราม

สั่งขันนอตแก๊งเด็กแว้นอีกรอบ

เรื่องต่อไปเรื่องเด็กแว้น รถซิ่ง ผมเคยพูดไปแล้ว เริ่มได้รับรายงานเข้ามาอีกมีการแข่งขันกันบนถนนหลายสายใหญ่ๆในช่วงกลางดึก แม้แต่ถนนกลางเมือง เช่น พระราม4 หรือคลองเตย ก็ยังมีกลุ่มเด็กแว้นออกซิ่งอยู่บ่อยครั้ง ชีวิตมีค่า ผมไม่เห็นประโยชน์ที่มาแข่งกัน วิ่งกันและเป็นบ่อเกิดหลายอย่าง เป็นภาระเจ้าหน้าที่ สนุกแป๊บเดียว เดี๋ยวก็ต้องไปโรงพัก หรือไม่ก็ตาย ได้รับบาดเจ็บ ฉะนั้นผมจะสั่งการให้ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องกำกับดูแล ตรวจตราเข้มงวดการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในบุคคลเหล่านี้

เตือนโซเชียลกำจัด”Hate speech”

 

เรื่องโซเชียลเน็ตเวิร์ค วันนี้ขอความร่วมมือช่วยกันแชร์ในเรื่องดีๆบ้าง ช่วยกันขจัดขยะต่าง ๆ คำพูด หรือสิ่งที่เรียกว่าHate speech ที่สร้างความเกลียดชัง หยาบคาย หมิ่น ดูถูกกัน หมิ่นสถาบันอะไรต่างๆ นำออกไปให้ได้ ถ้าท่านเป็นคนไทยต้องช่วยกันขจัด ไม่เช่นนั้นจะเป็นอันตรายมากในวันข้างหน้า ใน Website Facebook Appต่างๆ อันตรายต่อเด็กๆด้วย สังคมโดยรวมก็กระทบกระทั่งมาโดยตลอด เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง ส่วนใหญ่จะเชื่อ พอเขียนเรื่องจริงๆก็ไม่เชื่อ แต่เขียนเรื่องไม่จริงนี่แชร์กันใหญ่ ต้องดูกันด้วยว่า ที่เขาแชร์กันผิดหรือถูก ใช่หรือไม่ ตรวจสอบหรือยัง ถ้าไม่ใช่กรุณาอย่าพึ่งแชร์กันเลย บางทีก็โกรธแค้นเกลียดชังตามเขาไปหมด สุดท้ายนี้ต้องกล่าวคำว่า คิดถึงเหมือนเดิม คิดถึงตราบใดที่ประชาชนยังไม่มีความสุข ประเทศชาติไม่ปลอดภัย การปฏิรูปยังไม่สำเร็จ พวกเราทุกคน คสช.ข้าราชการทุกคน ก็ยังคงส่งความคิดถึงไปยังพ่อแม่พี่น้องคนไทยทั้งประเทศตลอดไป ขอบคุณและสวัสดีครับ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top