วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
เซ่น!พิษน้ำมันเถื่อน
เด้ง”เพิ่มพูน”
พ้นรองอธิบดี”DSI”
ตม.-ศุลกากรใต้คุมด่านเข้ม
กองทัพมดป่วน-จี้ปล่อยผี
เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้เซ็นคำสั่งย้ายนายเพิ่มพูน พึ่งประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ). มาเป็นรองอธิบดีกรมคุมประพฤติ โดยคำสั่งระบุเหตุผลเพียงเพื่อความเหมาะสมและประโยชน์ต่อทางราชการเท่านั้น คำสั่งดังกล่าวจึงส่งผลให้ตำแหน่งรองอธิบดีดีเอสไอว่างลงพร้อมกัน 2 ตำแหน่ง คาดว่าในเร็วๆนี้จะเปิดรับสมัครเพื่อให้ข้าราชการระดับ 9 จากกรมต่างๆรวมถึงดีเอสไอได้ลงสมัครแสดงวิสัยทัศน์และผลงาน
ข่าวแจ้งว่า สำหรับกระแสข่าวโยกย้ายนายเพิ่มพูน มีมาเป็นระยะๆตั้งแต่สมัยพล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ เป็นอธิบดีดีเอสไอเนื่องจากนายเพิ่มพูนเป็นรองอธิบดีที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลดีเอสไอศูนย์ภาคต่างๆ และล่าสุดเมื่อมีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงส่วยน้ำมันเถื่อนของนายสหชัย เจียรเสริมสินหรือเสี่ยโจ้ปัตตานี ซึ่งมี พนักงานสอบสวน สังกัดศูนย์ภาคใต้ถูกตั้งกรรมการสอบ จึงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเหตุผลหนึ่งในด้านการบริหารจึงต้องย้ายนายเพิ่มพูนให้พ้นจากดีเอสไอ
ด้านพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก พล.อ.นิวัตร มีนะโยธิน ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่ามีการโยกย้ายรองอธิบดีดีเอสไอ ซึ่งการโยกย้ายระดับรองอธิบดีดีเอสไอ เป็นอำนาจของปลัดกระทรวงยุติธรรม ไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรี ภายหลังกลับจากการประชุมร่วมกับหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดอาเซียน ที่ประเทศอินโดนีเซีย จะตรวจสอบอีกครั้งว่าโยกย้ายดังกล่าวมีเหตุผลอย่างไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีการทลายเครือข่ายการทุจริตของพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) โดยเฉพาะกรณีส่วยน้ำมันเถื่อนให้เจ้าหน้าที่โดยหลักฐานโยงเหตุการณ์ก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงเสี่ยโจ้ ผู้ต้องหาคดีฟอกเงินและลักลอบค้าน้ำมันเถื่อนเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ส่งผลให้พื้นที่ชายแดนภาคใต้มีการตรวจสอบขบวนการค้าน้ำมันเถื่อนอย่างเข้มข้น
โดยช่วงเช้าวันเดียวกัน ร.ต.ท.สุเมธ กนกเหมพันธ์ รอง สว.ตม.จ.นราธิวาส นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ศุลกากร และเจ้าหน้าที่ทมราเกี่ยวข้อตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก เป็นด่านพรมแดนระหว่างไทยและมาเลเซีย อย่างเข้มงวดมีการเรียกตรวจรถยนต์ที่เข้าออกระหว่างประเทศทุกคันเพื่อป้องกันการลักลอบขนน้ำมันเถื่อนและสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศ
อย่างไรก็ตามผลจากการตรวจสอบอย่างเข้มงวดทำให้กลุ่มผู้ค้าน้ำมันเถื่อนรายย่อย หรือ กองทัพมดตามแนวพรมแดนไทยมาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลา กว่า 50 คน ได้รับความเดือดร้อน จึงรวมตัวชุมนุมที่บริเวณหน้าด่านพรมแดนปาดังเบซาร์ อ.สะเดาเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรผ่อนปรนการนำเข้าน้ำมันเถื่อนจากมาเลเซียตั้งแต่ 05.00 น-08.00 น. แต่นายกฤษฎา ทองธรรมชาติ นายด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ไม่ยินยอมเพราะผิดกฏหมายทำให้กลุ่มผู่ค้าน้ำมันเถื่อนสลายตัวไป
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจากที่ผู้สื่อข่าวตระเวนตรวจสอบพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลย์
อ.สะเดาพบว่ายังมีการนำน้ำมันเถื่อนมาวางขายอยู่ริมถนนโดยเฉพาะเส้นทางสายรองหรือสายเลี่ยงระหว่างสะเดากับอ.หาดใหญ่ เช่นสายควนสะตอ-สนามบิน และมีรถทุกชนิดเข้าไปเติมตามปกติ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี