533.jpg
'โภคิน'อัดนิสัยคนไทยดัดจริต! 'พูดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น'

'โภคิน'อัดนิสัยคนไทยดัดจริต! 'พูดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น'

วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2558, 17.35 น.
Tag :

19 มิ.ย.58 ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ นายโภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "หลักนิติธรรมกับวาระการพัฒนาหลังปี ค.ศ.2015 ผลกระทบต่อประเทศไทย" โดยมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า ศาลเป็นผู้ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐจึงต้องมีความเป็นอิสระจากการถูกกดดันของอำนาจอื่นๆ และอิสระจากอคติของตัวเอง ตนเห็นองค์กรอิสระไทยและศาลไทย บางเรื่องยังมาไม่ถึงหรือยังไม่ได้วินิจฉัยก็มีการแสดงความคิดเห็นออกมา แสดงว่าไม่ได้เป็นอิสระจากตัวเอง ถือเป็นส่วนที่ทำให้คนไม่เชื่อถือคำวินิจฉัยที่ออกมา บางคนไปไกลถึงขั้นที่ว่าเข้านอนแล้วอยากจะฝันว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างนี้ ผลก็ออกมาตรงเป๊ะ มันก็เป็นปัญหาว่าถ้าเป็นอย่างนี้จะไปได้หรือ

นายโภคิน กล่าวต่อว่า บ้านเราเมื่อมีวิกฤต แล้วมองว่าสามารถล้มรัฐธรรมนูญได้เพื่อแก้วิกฤต ทำให้ยุ่งไปเรื่อย ปัญหาอย่างหนึ่งคือนิสัยคนไทยที่ดัดจริต ไม่พูดตรงไปตรงมา ชอบพูดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น สร้างวาทกรรมเสียดสีถากถาง แต่ไม่พิจารณาตัวเอง เมื่อเกิดปัญหาก็ไม่คิดว่าทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา และเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหา กลับมองว่าปัญหาอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง คนใดคนหนึ่ง พรรคใดพรรคหนึ่ง ไปแก้ตรงนั้นแล้วคิดว่าจะแก้ปัญหาทั้งหมดได้ ทั้งที่ต้องแก้ทั้งระบบ


ก่อนหน้านี้ นักการเมืองหาเสียงด้วยการให้เงิน จากนั้นเปลี่ยนเป็นการพัฒนาท้องที่ แต่สมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปลี่ยนวิธีคิดเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน เช่น การดูแลสุขภาพ และราคาพืชผล เป็นสิ่งที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่ รัฐธรรมนูญ 40 ดีไม่ดี รัฐธรรมนูญ 40 สร้าง พ.ต.ท.ทักษิณ แต่วิธีการมันเปลี่ยนไป ส่วนที่มีการโจมตีโครงการประชานิยมนั้นถ้าเป็นการให้ทานควรด่า แต่ถ้าเป็นการโอกาศเพื่อให้คนแข็งแรงขึ้นนั้นควรทำ

"ปัญหาต่างๆ ไม่ใช่อยู่ๆ จะเปลี่ยนไปได้เลย เช่น ภาษีมรดก ที่มีคนออกมาค้าน มันต้องมีระบบกลไกที่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป การแก้ปัญหาไม่ใช่อยู่ๆ จะเปลี่ยนจาก ก เป็น ข ถ้าทำแบบนี้มีแต่ปัญหา ต้องค่อยๆ ทำ ไม่เช่นนั้นจะเกิดความขัดแย้งทั่วประเทศ และสังคมไทยก็จะไม่พูดตรงไปตรงมา ถ้าบอกว่า ฉันเป็นคนดี มีคุณธรรมสูง เธอเป็นคนไม่ดี อย่ามาบริหารบ้านเมือง วัดจากอะไรยังไม่รู้เลย และเต๋าก็บอกว่า คนที่พูดถึงคุณธรรมตลอดเวลาคือคนไม่มีคุณธรรม เพราะคนมีคุณธรรมจะไม่พูดให้คนอื่นรู้ ซึ่งคนที่เขียนรัฐธรรมนูญมองแต่ว่า ปัญหาคือ ก หรือกลุ่ม ก มุ่งแต่จะแก้ปัญหาตรงนี้ ซึ่งมันไม่ใช่การแก้ปัญหาถ้าไม่มี ก มันจะมี ข ค ขึ้นมา" นายโภคิน กล่าว

นายโภคิน กล่าวต่อว่า เรื่องการนิรโทษกรรมให้ตนเองนั้น มองว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก และผิดหวังต่อศาลไทย เพราะการอภัยโทษครั้งแรกเกิดขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และผู้ก่อการก็ได้ขออภัยโทษจากราชการที่ 7 ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ปัจจุบันเมื่อมีการการล้มล้างรัฐธรรมนูญ แล้วเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญว่าสิ่งที่ทำไปนั้นจะขอยกโทษให้ตนเอง ไม่ต้องรับผิดใดๆ ทั้งสิ้น หลักนี้อยู่มาได้อย่างไร 80 ปี แล้วยังรวมไปว่าการกระทำต่างๆ ไม่ว่าก่อนหรือหลังถือเป็นการชอบธรรม ถ้าเป็นเช่นนั้นจะขัดหลักนิติธรรมหรือไม่ ทำไมไม่มีใครออกมาพูดสักคน ตนคิดว่าเราต้องช่วยกัน และอีกประเด็นคือระหว่างความมั่นคงของชาติกับหลักนิติธรรมเราต้องเลือกอะไร ถ้าบ้านเมืองมีปัญหาจะล้มรัฐธรรมนูญและหลักนิติธรรมไปก่อน แล้วสร้างใหม่ หรือจะให้กฎหมายที่มีอยู่แก้ปัญหาของตัวมันเอง ถ้าต้องเริ่มนับใหม่เหมือนที่ทำกันมา ตนมองว่าจะยิ่งสร้างปัญหา ขอให้การยึดอำนาจครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top