สปก.ดีเดย์คิกออฟ15ก.ค.
ยึดทั่วปท.!
ทวงที่ดิน25จว.4.3แสนไร่
ประเดิมฟัน“ชัยภูมิ”3อำเภอ
แฉของการเมืองตระกูลดัง
เมืองกาญจน์เอาแน่“วัดเสือ”
ภูทับเบิกก่อหวอดต้านจนท.
ความคืบหน้ากรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ลงนามคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 36/2559 ให้อำนาจแก่สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ในการจัดการปัญหาการครอบครองและรุกที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย โดย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้ ส.ป.ก. เร่งดำเนินการยึดคืนพื้นที่เป้าหมาย 4.3 แสนไร่ 25 จังหวัด ตามโรดแมป 129 วัน
คิ๊กออฟ15กค.ทวงที่ดินสปก.
โดยเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม นายสรรเสริญ อัจจุตมานัส เลขาธิการ ส.ป.ก. เปิดเผยว่า ส.ป.ก. เตรียมปักป้ายแผนที่เป้าหมายเรียกคืนพื้นที่ ส.ป.ก. จากผู้ครอบครองรายใหญ่เกิน 500 ไร่ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย จำนวน 422 แปลง รวม 4.3 แสนไร่ ใน 25 จังหวัดทั่วประเทศ วันที่ 15 กรกฎาคมนี้ โดย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ จะเดินทางไปประกาศคิ๊กออฟด้วยตัวเองในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ
กาหัว“ชัยภูมิ”โดนแน่3อำเภอ
โดยในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ มีเนื้อที่เรียกคืน 3 แปลง คือ ต.ห้วยยายจิ๋ว อ.เทพสถิตย์ เนื้อที่ 1,038 ไร่ เป็นพื้นที่ประเภทไม่มีหลักฐานการถือครอง ที่ต.สระพัง อ.บ้านแท่น เนื้อที่ 527 ไร่ และต.กุดเลาะ อ.เกษตรสมบูรณ์ ประเภทที่ดินไม่มารางวัด ซึ่งภายใน 30 วัน ไม่มีหลักฐานอื่นก็เข้าปักป้ายยึดคืนรื้อสิ่งปลูกสร้าง ประสานกองกำลังทหารจากกองทัพภาคเข้ามาช่วยซึ่งจากการข่าวว่าเป็นของอดีตนักการเมืองระดับชาติ
หมายตาอีก2ล้านไร่นายทุนกว้านซื้อ
ในเบื้องต้นจะมีการดำเนินการกับพื้นที่เป้าหมายตรวจสอบ 500 ไร่ขึ้นไป จำนวน 422 แปลงก่อน ส่วนการดำเนินการในส่วนที่ 2 ซึ่งเป็นพื้นที่ถือครองผิดกฎหมายตั้งแต่ 100 ไร่ขึ้นไป และมีการเปลี่ยนมือผู้ถือครองที่ได้รับเอกสารส.ป.ก.4-01 ไปเป็นกลุ่มนายทุนนั้น หากตรวจสอบรายชื่อผู้เสียภาษีไม่ตรงกับรายชื่อ ส.ป.ก.4-01 ก็จะทราบทันที โดยมีพื้นที่ ส.ป.ก.ที่ยังไม่ได้เข้าทำการรางวัดทั่วประเทศกว่า 2 ล้านไร่
ซัดนักการเมืองตัวดีฮุบที่ดิน
นายสรรเสริญ กล่าวอีกว่า ปัญหาเรื้อรังของ ส.ป.ก. เพราะในพื้นที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบได้ยาก ผู้ถือครองส่วนใหญ่มีอธิพล ทั้งนายทุน นักการเมืองระดับชาติ นักการเมืองท้องถิ่น ใครไปก็เสี่ยงโดนลูกกระสุนปืน ซึ่งพื้นที่จะทราบว่า จ.ชัยภูมิ กำแพงเพชร กาญจนบุรี สระแก้ว เป็นของนักการเมืองระดับชาติตระกูลดังๆทั้งนั้น ส่วนที่มีข่าวว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ มีที่ดินส.ป.ก.จำนวนมาก จ.สุราษฎ์ธานี ได้สั่งให้ปฎิรูปที่ดินจังหวัดตรวจสอบแล้วพบว่า นายสุเทพ ไม่มีที่ดิน ส.ป.ก.
สปก.กาญจน์เล็กยึด1.5หมื่นไร่
วันเดียวกัน นายวัชรินทร์ วากะมะนนท์ ปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 8 กรกฎาคม เวลา 09.00 น. จะเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่เป้าหมาย 14 แปลงของ ส.ป.ก. ใน จ.กาญจนบุรี ที่ถูกฮุปไป เพื่อปฎิบัติการด่วนนำกลับมาเป็นของ ส.ป.ก. ตามเดิม โดยจะบอกรายละเอียดทั้งหมดว่า อยู่ตรงไหน ตำบลอะไร ในพื้นที่ 4 อำเภอ คือ อ.ไทรโยค อ.เลาขวัญ อ.พนมทวน และ อ.ด่านมะขามเตี้ย รวม 15,000 ไร่ โดยเฉพาะ อ.ด่านมะขามเตี้ย มีกลุ่มนายทุนครอบครองเกิน 500 ไร่มากที่สุด
ประเดิมเรียกคืนที่ดิน“วัดเสือ”
ทั้งนี้ ส.ป.ก.กาญจนบุรี ได้วางแผนเบื้องต้นจะดำเนินการด้วยการนำร่องยึดคืนที่ดินในเขต อ.ไทรโยค เป็นอันดับแรก และแปลงแรกมีพื้นที่จำนวน 931-0-83 ไร่ ซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 5 ต.สิงห์ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ผู้ที่บุกรุกคือ วัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน หรือวัดเสือ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในอดีต ส่วนแปลงเป้าหมายที่พบเพิ่มอยู่ติดกับวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน มีเนื้อที่กว่า 1,000 ไร่
แฉโคราชโดนฮุบกว่าแสนไหร่
ด้าน นายชำนาญ กลิ่นจันทร์ สปก.จังหวัดนครราชสีมา เผยว่า พื้นที่ ส.ป.ก.ของ จ.นครราชสีมา ที่เกินกว่า 500 ไร่ มีประมาณ 134 แปลง เนื้อที่กว่า 113,000 ไร่เศษ และกระจายอยู่ใน 18 อำเภอ ซึ่งที่มีจำนวนมากที่สุดคือ อ.ชุมพวง จำนวน 23 แปลง ประมาณกว่า 17,000 ไร่ , อ.เสิงสาง 13 แปลง 13,200 ไร่เศษ, อ.สีคิ้ว 14 แปลง กว่า 11,700 ไร่ ส่วนอำเภออื่นๆลดหลั่นกันไปตั้งแต่ 6,000-7,000ไร่ จนถึงกว่า 9,000 ไร่ ซึ่งต้องพิสูจน์ให้ชัดเจนต่อไป
ลั่นยึดหมดไม่กลัวอิทธิพล
นายชำนาญ กล่าว่า เมื่อมีคำสั่ง คสช. ออกมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะต้องมีประกาศไว้ที่ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอบต.ในท้องที่ของที่ดินตั้งอยู่ ผู้ถือครองจะต้องนำหลักฐานที่ดินมาแสดงให้ได้ เพื่อพิสูจน์สิทธิภายใน 15 วันนับจากวันปิดประกาศ ส่วนในการยึดคืน จะมีทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายความมั่นคง เราสามารถขอความร่วมมือเพื่อเข้าไปดำเนินการได้
ส่วนเรื่องความกังวลกรณีพื้นที่แปลงใหญ่ว่า ส่วนใหญ่จะเป็นของผู้มีอิทธิพลนั้น การบังคับคดีก็มีขั้นตอนของมัน ซึ่งถ้าเราอาศัยคำสั่งตัวนี้โดยมีหลายหน่วยช่วยกันก็จะดำเนินการไปได้ โดยไม่ต้องกลัว
ผวจ.เพชรบูรณ์สั่งลุยภูทับเบิก
วันเดียวกัน นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เดินทางไปที่สำนักงานอบต.วังบาล อ.หล่มเก่า ลงนามคำสั่งรื้อรีสอร์ตในกลุ่มเป้าหมายล็อตแรกจำนวน 19 แห่งภายในระยะเวลา 30 วัน แยกเป็นรีสอร์ต 13 แห่งอยู่ในกลุ่มที่ถูกศาลพิพากษาและถูกบังคับคดีแล้ว และอีก 6 แห่งจำนวน 50 ห้อง อยู่ในกลุ่มที่ทางโยธาธิการและผังเมืองตรวจพบอาคารไม่มั่นคงปลอดภัยและอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ซึ่งเป็นการดำเนินการโดยอาศัยอำนาจตามประกาศคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 35/2559 เรื่องการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าภูทับเบิก อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์
ขณะที่ นายชาญชัย ศรศรีวิชัย นายอำเภอหล่มเก่า ได้เรียกผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่มาทำความเข้าใจในนโยบายดังกล่าว นอกจากนี้ทางทหารและฝ่ายความมั่นคงได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปประเมินสถานการณ์ หลังรัฐบาลใช้ยาแรง
ผู้ประกอบการโอดเจ๊งยับแน่นอน
ด้าน นายกรศรันย์ ทองก้อน เจ้าของมอนเตนิโอรีสอร์ตที่ภูทับเบิก กล่าวว่า ตอนนี้มึนจนทำอะไรไม่ถูก เพราะเหมือนถูกมัดมือมัดเท้าเข้าสู่แดนประหาร เนื่องจากในคำสั่ง คสช. ฉบับนี้ ปิดกั้นจนหมดช่องทางจะไปทวงถามความยุติธรรมจากที่ไหน เราลงทุนไปเยอะแล้ว หนี้สินบานเบอะ หากรีสอร์ตถูกรื้อก็คงหมดปัญญาจะใช้หนี้เช่นกัน เพราะต่างไปกู้ยืมกันลงทุนสร้างรีสอร์ตกันแทบทั้งสิ้น จึงอยากขอความเมตตาไปยังรัฐบาลด้วย ถ้ารีสอร์ทถูกรื้อ ก็ต้องเลิกจ้างแรงงาน กระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัด
จับตานายทุน-ชาวเขาก่อหวอดต้าน
รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มรีสอร์ตบนภูทับเบิก หลังจากมีคำสั่ง หน.คสช.ที่ 35/2559 เพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่สั่งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในเขตป่าและพื้นที่เสี่ยงภัย ปรากฎว่าทั้งนายทุนและเจ้าของรีสอร์ตทั้งที่เป็นคนนอกพื้นที่และเป็นชาวเขาในพื้นที่ ต่างรู้สึกช็อกกับคำสั่งดังกล่าว โดยบางรายยอมรับชะตากรรมและขอความเห็นใจจากพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหน.คสช.ให้ช่วยทบทวนคำสั่ง ในขณะที่บางรายมีปฎิกริยาแสดงความไม่พอใจและแสดงท่าทีต่อต้านคำสั่งดังกล่าว
ชุดพญาเสือตรวจ”รอยัลฮิลล์ รีสอร์ท”
เช้าวันเดียวกัน นายชัยวัตร ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ หน่วยเฉพาะกิจปฎิบัติการพิเศษ พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า นายธนาโรจน์ โพธสาโร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) และ พ.ต.อ.บรรชา ปั้นประดับ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจสอบ รอยัลฮิลล์ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์สปา ตั้งอยู่เลขที่ 100/3 หมู่ 2 ถ.สาริกา–นางรอง ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก ก โดยมีนายธนบูรณ์ ชนะรัตน์โสภณ ผู้จัดการทั่วไป ได้เข้ามาชี้แจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ว่า พื้นที่ที่ดำเนินการธุรกิจนั้น มีเอกสารโฉนดที่ถูกต้อง ได้ที่ดินแปลงนี้มาตั้งแต่ปี 2533 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานมาล้อมรั้วแนวเขตอุทยานให้ และสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดอยู่นอกแนวเขตรั้วของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
เบื้องต้นทางผู้จัดการได้พาเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวตสอบที่ดินที่ยังสงสัยว่า อาจจะมีการรุกล้ำพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่หรือไม่ บนเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่กว่า ซึ่งบริเวณนี้มีการสร้างสิ่งปลูกสร้างเป็นบ้านพัก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ขอหลักฐานเพื่อดำไปพิสูจน์ความถูกต้องต่อไป
“ตรัง”บุกเข้าตรวจพื้นที่4 แปลง
ด้าน พ.อ.ธวัชชัย รักอาชีพ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดตรัง สนธิกำลังประมาณ 150 นาย เข้าตรวจสอบพื้นที่ป่า ต.วังมะปรางเหนือ และ ต.อ่าวตง อ.วังวิเศษ เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าควนชี-ทอนแจ้ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประบางคราม ซึ่งถือเป็นผืนป่าต้นน้ำ “คลองชี” รวมกว่า 100 ไร่
ทั้งนี้ พบว่าในพื้นที่หมู่ 9 บ้านควนหิน ต.วังมะปรางเหนือ มีการรุกที่ปลูกยางพาราบนภูเขา 2 ด้าน ส่วนที่หมู่ 10 เขาปลวกล้อน ต.วังมะปรางเหนือ พบมีการก่อสร้างเป็นสำนักสงฆ์ควนปลวกล้อนวิเศษคีรี แต่ไม่มีพระสงฆ์อาศัยอยู่เพราะถูกชาวบ้านขับไล่หลังทำการตัดโค่นไม้หวงห้าม และจุดที่ 3 บริเวณพื้นที่เหนือน้ำตกร้อยชั้นพันวัง หมู่ 11 ต.อ่าวตง ซึ่งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประบางคราม พบมีการบุกรุกพื้นที่ครอบครองเพื่อปลูกผลอาสินจำนวนมาก ทั้งยางพารา ปาล์มน้ำมัน และไม้ผลหลายชนิด โดยหลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่เตรียมมาตรการบังคับทางปกครองตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 และมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 เพื่อตัดทำลาย และรื้อถอนยึดคืนผืนที่ต่อไป
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี