542.jpg
เปิดตัวผู้สมัครพปชร.11เขต ลุยพื้นที่3จชต.สู้เจ้าถิ่นประชาชาติ

เปิดตัวผู้สมัครพปชร.11เขต ลุยพื้นที่3จชต.สู้เจ้าถิ่นประชาชาติ

วันจันทร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 19.13 น.

เปิดตัวพรรคพลังประชารัฐพร้อมส่งทุกเขตในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รับโอวาทจากจุฬาราชมนตรี ขณะที่พรรคประชาชาติได้ระดมความคิดเห็นขากตัวแทนประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้านที่ปัตตานี 

24 ธ.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการตื่นตัวทางการเมืองในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า พรรคพลังประชารัฐได้เปิดตัวผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.ในนามพรรคพลังประชารัฐ 11 เขต จังหวัดชายแดนภาคใต้  ได้เดินทางรับมอบโอวาทจากจุฬาราชมนตรี โดยท่านจุฬาราชมนตรีได้ฝากให้ว่าที่ผู้สมัครฯทั้งหลายช่วยกันขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาเป็นรูปธรรม  หวังนักการเมืองคนรุ่นใหม่จะนำสู่การเปลี่ยนแปลง 


ทั้งนี้กลุ่มผู้เสนอตัวลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส. จังหวัดชายแดนภาคใต้  ทั้ง 11 เขต ได้เข้าพบนายอาศิส พิทักษ์คุมพล  จุฬาราชมนตรี  เพื่อรับมอบโอวาทก่อนสู่สนามเลือกตั้ง ส.ส.  เมื่อวาน นี้  ที่บ้านพัก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 

ในส่วนว่าที่ผู้สมัครทั้ง11เขตในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของพรรคพลังประชารัฐ ประกอบด้วย จ.ปัตตานี เขต 1 คือ นายมูฮำมัดปาเรซ  โลหะสัณห์, เขต 2 คือ  นายอัศมี  หยีดาโอะ , เขต 3  ได้แก่ ดร.นัซรูดดีน ฮัจยีดาโอะ , เขต 4 คือ นายอันวา สะมะแอ 

ขณะที่จ.ยะลา ได้แก่ เขต 1 นายอาดิลัน  อาลีอิสเฮาะ ,เขต 2 คือ นายฮัสซัน ดาตู เขต 3 คือ นายหวังหะมะ  บือนา 

สำหรับจ.นราธิวาส เขต 1 คือ นายวัชระ ยาวอหะซัน ,เขต 2 นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ , เขต  3 คือ นางตัสนีม เจ๊ะตู , เขต 4 คือ นายสุรียา ยีลูมา

อย่างไรก็ตามในการเข้าพบในครั้งนี้ นายอาศิส พิทักษ์คุมพล  จุฬาราชมนตรี  ได้มอบโอวาทแก่ผู้เสนอตัวลงสมัครก่อนลงสนามเลือกตั้ง ว่า  การเป็นพรรคการเมืองใหม่ทำให้ต้องทำงานหนักมากกว่าพรรคอื่นๆ  แต่มีข้อได้เปรียบของพื้นที่ โดยที่ประชาชนในพื้นที่มีโอกาสทางเลือกมากกว่าเดิม   และทำให้มีนักการเมืองรุ่นใหม่เกิดขึ้น โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ นับเป็นมิติใหม่ของพื้นที่  ที่มีนักการเมืองรุ่นใหม่ เท่ากับว่า พื้นที่จะได้รับประโยชน์ใหม่ๆ และมีอะไรเกิดขึ้นใหม่ๆ  ขอฝากให้ว่าที่ ส.ส. ดูแลเรื่องนโยบายการศึกษาเป็นประการสำคัญ เพราะการศึกษาเป็นปัจจัยที่ช่วยขับเคลื่อนแก้ปัญหาด้านต่างๆ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ  และปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกันพรรคประชาชาติ ได้จัดเวทีระดมความคิดเห็นจากกลุ่มตัวแทนจากประมงพาณิชย์ และตัวแทนจากประมงพื้นบ้าน  โดยมีประชาชนผู้ประกอบอาชีพประมงในจังหวัดปัตตานี ทั้งประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้านจำนวนนับร้อยคน มาร่วมแสดงความคิดเห็นสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนในการประกอบอาชีพประมง ในเวทีแสดงความเห็นที่จัดขึ้นบริเวณใต้สะพานเฉลิมพระเกียรติ ใกล้ท่าเทียบเรือประมงจังหวัดปัตตานี แม้ว่า ชาวประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้านอาจมีสภาพปัญหาที่แตกต่างกัน แต่ทั้ง 2 กลุ่มต่างได้รับความเดือดร้อนร่วมกันในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายต่างๆอย่างเข้มงวดมากเกินไปของรัฐบาล จึงได้รวมพลังกันเป็นหนึ่งเดียวขอความช่วยเหลือจากพรรคประชาชาติให้แก้ไขกฎหมายที่รังแก่ชาวประมง

ด้านนายสะมะแอ เจะมูดอ นายกสมาคมประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย บอกว่า ตนในฐานะชาวประมงพื้นบ้านได้เป็นอนุกรรมการร่างกฎหมายส่งเสริมทรัพยากรทะเลและชายฝั่ง และกฎหมายประมง ซึ่งร่างเสร็จแล้วเป็นที่ยอมรับของชาวประมงและทุกฝ่าย แต่หลัง คสช. ยึดอำนาจได้แก้ไขกฎหมายนั้น จนถูกไอยูยู ตำหนิ และได้ประกาศใช้ พ.ร.ก.ประมง ปี 2560 ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นต้นเหตุของความเดือดร้อนที่ชาวประมงไม่อาจยอมรับได้ เช่น การห้ามชาวประมงพื้นบ้านออกหาปลานอกเขต 3 ไมล์ทะเล เพราะมองว่า นี่คือการกักขังการทำมาหากินของชาวประมง เช่นเดียวกับนายวิรพงศ์ สุขเมือง ผู้จัดการสหกรณ์ประมงจังหวัดปัตตานี บอกว่าตลอด 4 ปีกว่าที่ คสช.ได้ยึดอำนาจประชาชน ได้ออกกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับส่งผลให้ชาวประมงได้รับผลกระทบจนต้องเลิกประกอบอาชีพประมง ขายเรือ หรือเปลี่ยนอาชีพไปเพราะแบกรับการขาดทุนไม่ไหว ซึ่งเกิดจากการออกกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมโดย คสช. ร่างกฎหมายโดยไม่ฟังเสียงของประชาชนเลย จึงขอฝากพรรคประชาชาติว่าหากมี ส.ส.เข้าไปนั่งในรัฐสภาแล้วขอให้แก้ไขกฎหมายประมงก่อนเป็นลำดับแรก

สำหรับเวทีรับฟังความคิดเห็นชาวประมงในครั้งนี้ ได้เชิญ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.อนุรุต กฤษณะการะเกตุ รองหัวหน้าพรรคประชาชาติ, นายอารีฟีน จะปะกียา ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ปัตตานี เขต 2 , นายมาหามะรอปี เจ๊ะแว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส เขต 1, นายกูเฮง ยาวอหะซัน ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส เขต 3 และนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส เขต 4 มาร่วมรับฟังปัญหาของพี่น้องชาวประมงด้วย

โดย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ เน้นย้ำว่า พรรคประชาชาติเข้าใจปัญหาของพี่น้องชาวประมง ทั้งประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ และประมงนอกน่านน้ำเป็นอย่างดี ปัญหาหนึ่งคือชาวประมงสิ้นเนื้อประดาตัว เราได้วิเคราะห์ถึงสาเหตุ เห็นว่าชาวประมงมีความขยันขันแข็งแต่ถูกจำกัดสิทธิในการทำมาหากิน เหมือนถูกทำลายอาชีพประมง พรรคประชาชาติเราเห็นว่ารากเหง้าของปัญหาคือ “กฎหมายประมง” ซึ่งพรรคประชาชาติมีนโยบายชัดเจนว่าจะยกเลิก แก้ไข และปฏิรูปกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำประมง รวมทั้งกฎหมายที่เกิดขึ้นในยุคที่ไม่ฟังเสียงประชาชน ออกกฎหมายแล้วสร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน จึงได้เสนอแนวทางแก้ไขที่สอดคล้องกับประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ รวมถึงประมงนอน่านน้ำได้พูดตรงกันว่าต้องยกเลิกกฎหมาย ซึ่งตรงกับหลักกับพรรคประชาชาติที่ได้ให้ความสำคัญกับมนุษย์ ซึ่งการอยู่รอดของมนุษย์ย่อมสำคัญกว่ากฎหมาย โดยหลักแล้วการร่างกฎหมายต้องมีผู้ประกอบอาชีพนั้นๆมีส่วนร่วมด้วย แต่ปรากฏว่ากฏหมายฉบับนี้ไม่มีผู้ได้รับผลกระทบมีส่วนร่วมในการร่างกฎหมายเลย

พ.ต.อ.ทวี เน้นย้ำว่าหากพรรคการเมืองมาหาเสียงโดยพูดนโยบายที่ไม่ได้ส่งให้ กกต.ถือว่ามีความผิด แต่ชัดเจนว่าพรรคประชาชาติได้กำหนดเรื่องนี้ไว้ในนโยบายของพรรคไว้อย่างชัดเจนแล้ว

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top