วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel เกี่ยวกับการที่สมเด็จฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งกัมพูชา กล่าวพาดพิงว่า ตนนั้นเป็นคนที่พูดความจริงเสมอ และไม่เคยพูดต่อหน้าอย่าง ลับหลังอย่าง แนะให้ไปดูหลักฐาน 3 ข้อ 1.ดูคำพูด ทักษิณ 2. ดูวิกิลีกส์ 3. ดูแถลงการณ์ของตัวเอง
“ผมก็ไม่แปลกใจ ผมไม่แปลกใจการพูดจาของผู้นำกัมพูชา ผมบอกอย่างหนึ่งก่อนนะครับ ผมนั้นพูดความจริงเสมอ ที่สำคัญนั้นผมพูดกับไทย รวมทั้งพูดกับนายกฯ ฮุนเซน ผมไม่เคยพูดต่อหน้าอย่าง ลับหลังอย่าง ผมขี้เกียจจะนั่งพูดว่าเวลานายกฯ ฮุนเซน คุยกับผมเวลาอารมณ์ดี คุยกับผมดีๆ พูดว่าอะไร ด่าใครบ้าง แต่เวลาออกไปพูดข้างนอก แล้วก็มีผลประโยชน์ที่จะต้องมาตอบโต้กับผมก็คนละเรื่องกัน เพราะฉะนั้นไอ้ความน่าเชื่อถือของตัวนายกฯ ฮุนเซนนี่ผมว่าคนจำนวนมากก็ทราบดี
สิ่งที่ผมอยากจะอธิบายก็คือว่า นายกฯ ฮุนเซน นั้นดูจะสับสนเรื่องของกรอบเวลา เรื่องของข้อเท็จจริง หรือแกล้งสับสนผมไม่ทราบ ประเด็นแรกก่อนก็คือว่า กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องอดีตนายกฯ ของไทย คือคุณทักษิณ มีผลประโยชน์ในเรื่องของทรัพยากรในทะเล เรื่องแก๊ส เรื่องน้ำมัน ข้อแรกนั้น คุณทักษิณเองก็เคยแสดงความสนใจในการทำธุรกิจนี้ อันนี้มาจากคุณทักษิณเอง ข้อที่ 2 ก็คือหลักฐาน ถ้าเกิดนายกฯ ฮุนเซน สนใจ ไปดูในวิกิลีกส์ได้ ที่มีการเขียนถึงความสนใจของคุณทักษิณที่จะเข้ามาทำตรงนี้ ประเด็นที่ 3 ในแถลงการณ์ของทางกัมพูชาเองวันนี้ก็ยอมรับว่าคุณยิ่งลักษณ์ และรัฐบาล ไปเจรจาในเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่ขณะนี้ MOU ในเรื่องนี้ถูกแขวนอยู่ เพราะฉะนั้นบอกว่ามาเรียกหาหลักฐาน ก็ไปดู 3 เรื่องนี้ก่อนนะ ไปสำรวจเลยว่าคุณทักษิณเคยพูดมั้ยเรื่องนี้ 2. ไปดูวิกิลีกส์ 3. ไปดูแถลงการณ์ของตัวเองนั่นแหละ
แล้วก็ที่น่าสนใจครับ จำได้มั้ยครับ อาทิตย์ที่แล้วตอนที่พรรคประชาธิปัตย์ถามกระทู้ คุณสุรพงษ์ เรื่องว่าจะตอบโต้กัมพูชามั้ยเกี่ยวกับปราสาทพระวิหาร แล้วคุณสุรพงษ์ตอบว่าขออย่าพูดเรื่องนี้เลย เรื่องประโยชน์ทับซ้อนทางทะเล ผมท้าในสภาบอกคุณสุรพงษ์ ยืนยันหรือไม่ว่า รัฐบาลชุดนี้ตั้งแต่นายกฯ ลงมา ไม่มีคนไปคุยเรื่องผลประโยชน์ทางทะเล ทั้งๆ ที่ MOU แขวนอยู่ คุณสุรพงษ์ ไม่กล้ายืนยันนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ในส่วนของฝ่ายคุณทักษิณ ชัดเจน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่พาดพิงมาบอกว่า สมัยรัฐบาลผม ก็มีไปคุยเรื่องนี้ คำตอบคือใช่ครับ แล้วก็พูดกันอย่างโปร่งใส บอกกันมาตลอด คือตอนที่เริ่มต้นรัฐบาลที่แล้ว ผมก็พยายามก็คือ เรื่องของพระวิหาร เรื่องของเขตแดน เราก็ยืนยันแข็งขันต่อสู้ทุกเวที มรดกโลก อะไรก็ตาม แต่เรื่องการพัฒนา เรื่องกรอบความร่วมมือต่างๆ ผมไม่เคยยกเลิก เพราะฉะนั้นตอนเข้ามา ก็มีประเด็นนี้อยู่ว่า การเจรจาเรื่องนี้มันควรจะเดินต่อหรือไม่ และเพื่อที่จะให้มีการปฏิบัติตามมาตรา 190 มันก็ต้องเริ่มต้นจากเรื่องของกรอบการเจรจา ก็จึงมีการมอบหมาย คุณสุเทพ ก็ไปดูว่าประเด็นของการเจรจามันถึงไหนอย่างไร เพื่อที่จะได้มาดูกรอบการเจรจา ต่อมาเมื่อทางกัมพูชากับไทยมีปัญหามากขึ้นเรื่องนั้น เรื่องนี้ แล้วเราก็มาไล่ดู ข้อตกลง มีคณะกรรมาธิการ วุฒิสภา ใครต่อใครมาศึกษา แล้วเห็นว่า MOU ที่ไปทำเรื่องนี้ แล้วก็การเจรจาที่รัฐบาลก่อนๆ นั้นไปทำในเรื่องนี้ มันนำไปสู่ความเสียเปรียบ หรือความไม่ถูกต้อง ก็จึงมีการเสนอว่า เราจะยกเลิก MOU ฉบับนี้ ครม. ก็มีมติ เมื่อ ครม. มีมติ ก็จบครับ ก็หยุดอยู่แค่นั้น แต่ว่ากระบวนการการยกเลิก MOU ยังไม่เสร็จ เพราะต้องไปเข้าสภา แต่ก่อนจะเข้าสภานั้น กระทรวงการต่างประเทศเขาก็กลับไปดูว่า ถ้ายกเลิกตัวเก่า ควรจะมีกรอบที่จะเริ่มต้นตัวใหม่อย่างไร ก็ยังไม่เสร็จ ก็แค่นั้นเองครับ ไม่ได้มีอะไรลึกลับซับซ้อน ไม่ได้มีการโกหกประชาชนเลยครับ
เพราะฉะนั้นผมก็บอกว่า เรื่องนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครเชื่อนายกฯ ฮุนเซน บ้างนะครับ แต่ว่าผมเชื่อว่ารัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยก็คงจะเชื่อ เพราะรู้สึกว่า ชอบพูดจาสอดคล้องกัน และผมก็อยากจะให้คนไทยฉุกคิดนะครับว่า ในภาวะซึ่งกำลังมีข้อพิพาท ในเรื่องของเขตแดนอยู่ การที่รัฐบาลซึ่งเป็นคู่กรณีกับเรา พยายามกล่าวหาฝ่ายค้าน เพื่อให้สอดคล้องกับสิ่งที่รัฐบาลไทยกำลังพยายามจะหยิบมาเป็นเงื่อนไขในการตอบโต้ฝ่ายค้าน มันบ่งบอกอะไร ผมว่าสิ่งที่มันบ่งบอกได้ ผมไม่พูดถึงรัฐบาลนี้ก็ได้ แต่ว่าสิ่งที่มันบ่งบอกก็คือว่า นายกฯ ฮุนเซนนั้นไม่พอใจรัฐบาลที่แล้ว เพราะเขาไม่ได้อย่างที่เขาต้องการ แต่การที่เขาไม่ได้อย่างที่เขาต้องการไม่ใช่เพราะรัฐบาลที่แล้วไม่รักษาความสัมพันธ์ ไม่อะไร ไม่ใช่ครับ ส่งเสริมการค้า ส่งเสริมการลงทุน ส่งเสริมการท่องเที่ยว โครงการช่วยเหลือให้หมด แต่ไม่ให้ดินแดน สู้เต็มที่ เขาไม่พอใจตรงนี้ ก็ต้องหยิบเรื่องมาด่าผมอยู่ตลอดเวลา แล้วก็เรื่องก็เคยตอบโต้กันในเวทีอาเซียนก็ทำกันไป แต่ว่าผมก็ทำตามแนวทางของผมนะครับ ผมก็เป็นคนที่สุภาพ มีมารยาท เพราะฉะนั้นผมยืนยันอย่างเดียวละครับว่า ใครอยากเชื่อนายกฯ ฮุนเซน ก็เชิญนะครับ แต่ต้องรู้ว่านายกฯ ฮุนเซน ไม่พอใจผมเพราะอะไร แล้วก็เรื่องที่อ้างมาทั้งหมดนั้นผมก็ได้ให้ข้อเท็จจริงสั้นๆ เมื่อสักครู่ ก็น่าจะครบถ้วนแล้ว”
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี