Logo วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
533.jpg
หน้าแรก / การเมือง
ผ่าเบื้องหลัง'สุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล' ย้อนอดีต'เอแบค'ป่วน!!

ผ่าเบื้องหลัง'สุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล' ย้อนอดีต'เอแบค'ป่วน!!

วันศุกร์ ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2562, 02.00 น.
Tag : สุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล เอแบค
  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

กรณีที่มีมือดีไปร้องต่อผู้ตรวจผู้ตรวจการแผ่นดินเรื่องสัดส่วนกำลังผลิตกระแสไฟฟ้า จนทำให้หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ปั่นป่วนทั้งระบบเมื่อหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา และปรากฎว่า คนที่ไปร้องปรากฎชื่อ “สุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล”นั้น

“สุทธิพร”เป็นใครมาจากไหน?


รับรองว่า เมื่อได้รับรู้ข้อมูลแล้วจะต้องตกตะลึงอ้าปากค้างไปตามๆกันแน่นอน โดยย้อนหลังไปเมื่อปี 2558 ซึ่งในขณะนั้นได้ เกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นมาอย่างรุนแรงภายในมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) ว่าใครกันแน่ที่เป็นอธิการฯตัวจริง ระหว่าง “ภราดาบัญชา แสงหิรัญ” อธิการบดี และ “สุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล” ซึ่งในเวลานั้นเป็นคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และอ้างว่ามีอำนาจปฏิบัติหน้าที่รักษาการอธิการบดี โดยชนวนปัญหามาจากกรณีจัดซื้อเครื่องฝึกบินจำลอง (Simulator) สำหรับสาขาวิศวกรรมการบิน คณะวิศวกรรมศาสตร์

เหตุการณ์ในครั้งนั้น ได้ก่อให้เกิดการปัญหากันอย่างรุนแรง คณาจารย์เกิดความแตกแยก แบ่งออกเป็นฝักเป็นฝ่าย แต่ที่เกือบจะต้องพลอยฟ้าพลอยฝนรับความซวยไปด้วยก็คือ นักศึกษา ซึ่งเกือบจะไม่ได้รับปริญญาบัตร เพราะไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่มีอำนาจอนุมัติปริญญาบัตร

หนักข้อไปกว่านั้น ได้เกิดเหตุการณ์ทำร้ายคณาจารย์ และที่น่าตกใจยังมีการนำกลุ่มชายฉกรรจ์เข้าปิดล้อมมหาวิทยาลัย ร้อนไปถึง “พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ” รมว.ศึกษาธิการ ในขณะนั้น ต้องเข้ามาหย่าศึก ประกาศใช้อำนาจพิเศษ ตั้งคณะกรรมการเข้ามาควบคุมมหาวิทยาลัย ก่อนที่จะมีการตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องราวและปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในที่สุด ก่อนที่จะได้ผลสรุปว่าฝ่ายบริหารเดิม ซึ่งก็คือฝ่ายของ “ภราดาบัญชา” บริสุทธิ์ กระทั่ง “สุทธิพร”ต้องยอมรามือ และถอยตัวเองออกจากมหาวิทยาลัยไปในที่สุดเนื่องจากหมดสัญญาจ้าง

เหตุการณ์ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นกับม.เอแบค จบไปแล้วก็จริง แต่ก็ยังทิ้งร่องรอยความบอบช้ำอันเกิดจากการกระทำของคนบางกลุ่ม และเมื่อพลิกแฟ้มข้อมูลหาข่าวทิ่เกิดขึ้นในขณะนั้นก็ยิ่งน่าตกใจ เพราะปี 2558 มีข่าวความรุนแรงจากกรณีนิ้เกิดขึ้นกับเอแบคถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2558

มีรายงานข่าวว่า “รศ.ดร.ประทิต สันติประภพ” ผอ.ห้องวิจัยเทคโนโลยีเครือข่าย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.อัสสัมชัญ เดินทางไปแจ้งความกับตำรวจ สน.หัวหมาก ว่าถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งมูลเหตุมาจากการที่เข้าไปสังเกตการณ์ “พล.ร.ท.วิทวัส ณ นคร” หัวหน้าแผนกวิชาแมคคาทรอนิกส์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.อัสสัมชัญ ที่กำลังสั่งการให้แผนกบริหารและทรัพยากรบุคคลทำตามคำสั่งของตน โดย พล.ร.ท.วิทวัส อ้างว่า “สุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล” คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ในเวลานั้น ซึ่งเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นรักษาการอธิการบดี ม.อัสสัมชัญ มอบหมายให้ตนมาดูแลแผนกบริหารและทรัพยากรบุคคล แต่เจ้าหน้าที่เองก็ไม่แน่ใจว่าจะทำตามคำสั่งดีหรือไม่เพราะคำสั่งแต่งตั้งรักษาการอธิการบดีนั้นถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจออกมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเมื่อ รศ.ดร.ประทิต ยกมือถือขึ้นจะบันทึกภาพ จู่ๆ ก็มีชายฉกรรจ์ปรี่เข้ามาทำร้ายร่างกาย

เหตุการณ์ลอบทำร้ายคณาจารย์ในครั้งแรกผ่านไปไม่กี่เดือน ต่อมาในเดือนธันวาคม ได้เกิดเหตุการณ์โด่งดังไปทั่วประเทศเมื่อ “สุทธิพร” พร้อมกลุ่มชายฉกรรจ์ ได้พยายามเข้าปิดล้อมบริเวณประตูหน้าของ ม.อัสสัมชัญ

โดยเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 28 ธันวาคม ที่บริเวณหน้าประตูมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตหัวหมาก (เอแบค) ซอยรามคำแหง 24 กทม.หลังจากเกิดกรณีความขัดแย้งของคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย จนเกิดความแตกแยกเป็นสองฝ่ายได้มี นายสุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ พร้อมทนายความ และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกว่า 20 นาย นำคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจากศาลแพ่ง ลงวันที่ 4 ส.ค.58 ว่า ห้ามมิให้บุคคล 5 คน ประกอบด้วย นายบัญชา แสงหิรัญ , นายวิทยา เจริญศรี , นายธนา กายพันธุ์เลิศ , นายวีระศักดิ์ อนุ สนธิวงศ์ และ นายสมพล ณ สงขลา ขัดขวางการปฎิบัติหน้าที่ ในฐานะรักษาการอธิการบดี แต่ทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้ทำการขัดขวางไม่ให้ นายสุทธิพร พร้อมพวก เข้าไปด้านใน

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้นำประกาศห้ามมิให้บุคคล ซึ่งประกอบด้วย นายสุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล น.ส.นรนุช ไผ่แก้ว ดร.รุ่งศรี ว่องวิทวัส น.อ.ชำนาญ สอนแพง เข้าไปในมหาวิทยาลัย โดยนำมาติดบริเวณหน้าประตูทางเข้ามหาวิทยาลัย จากนั้นได้นำกุญแจมาล็อกประตูทางเข้า-ออกไว้ทุกด้าน ซึ่งมีการอ้างว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างตั้งคณะกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริง โดยห้ามมิให้บุคคลตามที่ประกาศ เข้ามาในมหาวิทยาลัย

ทั้งนี้ นายสุทธิพร ได้นำช่างกุญแจพร้อมเครื่องตัดเหล็ก เข้าทำการตัดโซ่ที่คล้องประตูทางด้านข้าง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ นายสุทธิพร กว่า 20 คน พยายามช่วยกันยกประตูออก จนเกิดการกระทบกระทั่งกัน โดยทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัย ได้นำกำลังมาขัดขวาง พร้อมใช้ถังดับเพลิง และน้ำมาทำการฉีดสกัด เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเข้าไปภายใน จนเหตุการณ์ชลมุนเกิดขึ้น

ต่อมาได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก และเจ้าหน้าที่ทหาร ร.12 พัน 2 รอ. จ.สระแก้ว นำกำลังประมาณ 30 นาย เข้าควบคุมสถานการณ์ โดยไม่ให้มีการกระทบกระทั่งกัน ทั้งสองฝ่ายจึงแยกย้ายกันไป โดยทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยได้มีการตรึงกำลังไว้โดยรอบ

ต่อมาเวลาประมาณ 14.30 น.นายสุทธิพร พร้อมเจ้าหน้าที่ เดินทางกลับมายังหน้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง และได้พยายามใช้คีมตัดกุญแจประตูอีกครั้ง แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชุดเก่าของทางมหาวิทยาลัย ได้นำถังดับเพลิงมาฉีดสกัด และมีการโต้เถียงกันเกิดขึ้น ท่ามกลางการเฝ้าระวังสถานการณ์จากตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 (คฝ.บก.น.4) และเจ้าหน้าที่ทหาร

นี่คือ ข้อมูลข่าวสารในอดีต และเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่อาจปฏิเสธความเป็นจริงได้  ความจริงย่อมคือความจริงอยู่วันยังค่ำ และต่อมาก็อย่างที่รับทราบกันคือ “พล.อ.ดาวพงษ์ รัตนสุวรรณ”รมว.ศึกษาธิการ ในขณะนั้น ต้องใช้ “ยาแรง” สั่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเข้าควบคุมการบริหาร ม.อัสสัมชัญ ในที่สุด ก่อนจะมีการชำระสะสางตั้งกรรมการตรวจสอบสวน ก่อนจะมีคำตอบให้สังคมว่า ขั้วอำนาจผู้บริหารเดิม ซึ่งอยู่คนละฝั่งกับ “สุทธิพร”นั้นบริสุทธิ์ ส่วน “สุทธิพร” มีฐานะเป็นเพียงคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้หมดสัญญาจ้างและต้องออกจากมหาวิทยาลัยไป ก่อนจะหายหน้าหายตาไปจากสังคม และกลับมาปรากฎชื่อเป็นข่าวอีกครั้งด้วยการไปยื่นเรื่องร้องต่อผู้ตรวจผู้ตรวจการแผ่นดินเรื่องสัดส่วนกำลังผลิตกระแสไฟฟ้า จนทำให้หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ปั่นป่วนทั้งระบบนั่นเอง!!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

Breaking News

ระทึก รถปูนติดแหง็กคารางรถไฟ ชาวบ้านช่วยกันโบก หยุดขบวนรถไฟเป็นการด่วน

อีกแล้ว! รวบหมอดูเขมร หลอกสาวใหญ่แก้กรรม ลวนลาม สูญเงินกว่า 1.7 ล้าน

ฝรั่งเศสฉะเดือดไม่ไว้หน้า แบน รมต.อิสราเอล สั่งห้ามเข้าประเทศ เซ่นปมคลิปฉาวสนั่นโลก

อนุทิน เตรียมร่วมนิทรรศการ ราชพัสตราสู่สากล กรุงปารีส เผยเตรียมหารือวงเล็ก กับปธน. ฝรั่งเศส

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved