533.jpg
‘สิทธิศักดิ์’แจงยิบ 6 ข้อปม‘จรัล’กล่าวหาผู้พิพากษานิรนาม โจมตี‘ทอน-ปิยบุตร’ยุนศ.ชุมนุม

‘สิทธิศักดิ์’แจงยิบ 6 ข้อปม‘จรัล’กล่าวหาผู้พิพากษานิรนาม โจมตี‘ทอน-ปิยบุตร’ยุนศ.ชุมนุม

วันศุกร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563, 12.06 น.

“สิทธิศักดิ์” ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เเจง 6 ข้อ หลังถูก “เฟกนิวส์” ปล่อยข่าวบรรยายโจมตี “ธนาธร-ปิยบุตร” ยุ นศ.ชุมนุม

13 พฤศจิกายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นาย จรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อดีตแกนนำนปช. ซึ่งเป็นผู้ลี้ภัยทางการเมืองได้โพสต์ข้อความ กล่าวหา นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาเเละผู้บริหารระดับสูงของศาลฎีกา มีพฤติการณ์บรรยายโจมตีการชุมนุมของนิสิตนักศึกษาและประชาชน เเละนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล อยู่เบื้องหลัง พร้อมเรียกร้องให้ ก.ต.พิจารณาลงโทษ นายสิทธิศักดิ์ เเละผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้องโดยอ้างว่าข้อมูลดังกล่าวมาจากกลุ่มที่ใช้ชื่อว่ากลุ่มผู้พิพากษานิรนาม เเละข้อมูลดังกล่าวได้มีการเผยเเพร่ในโลกออนไลน์เเละมีการเเชร์ต่อเป็นจำนวนมาก


นายสิทธิศักดิ์ วนะชกิจ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกาผู้ถูกพาดพิงจากข้อมูลดังกล่าว ได้มีการเขียนชี้เเจงลงในกรุ๊ปไลน์กลุ่มของผู้พิพากษามีข้อความว่า...

ผมขอชี้แจงที่มีประเด็นการการกล่าวหาว่า ผมอภิปรายกล่าวหาโจมตีนักเรียนนักศึกษาที่มาชุมชน ดังนี้

1.เมื่อวันที่ 2  พ.ย.63 เป็นการอภิปรายในหลักสูตรผู้พิพากษาศาลฎีกาหัวข้อ “การใช้ดุลพินิจของศาลฎีกากับผลกระทบต่อสังคม”โดยมีผม ผศ.ดร.กิตติศักดิ์ ปกติ และนายสมโภช โตรักษาเป็นวิทยากร หลักสูตรนี้ ผมและวิทยากร อภิปรายมาไม่เคยมีปัญหาใดๆมาก่อน

2.ผมเปิดประเด็นว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีการชุมนุมในพื้นที่สาธารณะ สังคมมีความขัดแย้ง มีการจับกุมคุมขังแกนนำหลายคน เพื่อไปสู่คำถามวิทยากรผู้ร่วมอภิปรายว่า ทำอย่างไรที่จะทำให้สังคมเชื่อมั่นในบทบาทความเป็นกลางของศาลยุติธรรมในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนในเรื่องการปล่อยชั่วคราว โดยผมยกตัวอย่างว่า เวลานี้ ศาลชั้นต้นหลายแห่งได้ยกคำร้องผัดฟ้องฝากขังของตำรวจเพราะไม่มีเหตุจำเป็นต้องควบคุมตัวตามคำร้อง หรือศาลสูงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวแกนนำผู้ชุมนุม แม้แต่คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สส.พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังชมศาลออกสื่อว่า ศาลได้ดูแลคุ้มครองสิทธิของผู้ชุมนุมเป็นอย่างดี

3.ในการอภิปราย ผมตั้งประเด็นเพื่อให้วิทยากรให้ความรู้กฎหมายและคดีต่างประเทศว่า หากมีการชุมชนในที่สาธารณะ กฎหมายและวิธีการในต่างประเทศจะมีวิธีการรับมือดำเนินการกับผู้ชุมชนอย่างไรบ้าง ซึ่งวิทยากรได้ให้ความรู้ว่า เช่น..ในบางประเทศการชุมนุมบางลักษณะในช่วง 20นาทีแรกจะชอบด้วยกฎหมาย หลังจากนั้นอาจเป็นการชุมนุมเกินความจำเป็น หรือ การชุมนุมที่ผู้ชุมนุมออกมาแสดงจุดยืนข้อเรียกร้องตามปกติวิสัย สามารถกระทำได้ ถือเป็นเสรีภาพทางการเมืองอย่างหนึ่งของประชาชน เว้นแต่มีการกระทำในลักษณะก่อภัยเป็นอาญาร้ายแรงทำให้เกิดความเสียหายแก่บ้านเมือง

ทั้งนี้โดยพิจารณาจากวัตถุประสงค์การชุมนุมเป็นหลัก การอภิปรายตลอด3ชั่วโมงล้วนตั้งอยู่บนหลักการตามหัวข้อวิชา กันอย่างสร้างสรรค์โดยอิงหลักทฎษฎีกฎหมายและคดีตัวอย่างของต่างประเทศ นำไปสู่การพัฒนาความรู้ประสบการณ์ที่แตกต่าง เพื่อประกอบการใช้ดุลพินิจของผู้พิพากษาในการสั่งคดีในทุกขั้นตอน ไม่ได้มีเจตนามุ่งหมาย กล่าวหาใส่ความผู้ชุมนุมหรือผู้หนึ่งผู้ใดแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ผมได้บอกเล่าสู่ให้วิทยากรและผู้เข้ารับการอบรมทราบว่า การที่ศาลสูงโดยเฉพาะศาลฎีกาจัดตั้งแผนกคดีต่างๆขึ้นในศาลฎีกา เพื่อต้องการให้ผู้พิพากษาที่มีความรู้ความชำนาญกฎหมายเฉพาะทาง สามารถเข้าสู่แผนกคดีที่ตนถนัดเพื่อชี้ขาดตัดสินคดีให้มีความถูกต้อง แม่นยำยุติธรรม ประชาชนจะได้มีความเชื่อมั่น ในการชี้ขาดคดีของศาลฎีกา เช่นแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีจงใจไม่ยื่นหรือยื่นบัญชีทรัพย์สินหรือหนี้สินอันเป็นเท็จ การตัดสินคดีของศาลฎีกา จึงเท่ากับเป็นการวางมาตรฐานบรรทัดของสังคม เป็นต้น

4.ผมนำเสนอตัวอย่างนโยบายท่านไสลเกษ วัฒนพันธุ์  อดีตประธานศาลฎีกา เรื่องการปล่อยชั่วคราวสำหรับผู้ต้องขังที่ไม่รู้สิทธิและยากจนที่มีท่านเมทินี ชโลธร รองประธานศาลฎีกา(ในขณะนั้น)เป็นคณะทำงานขับเคลื่อนฯว่า เกิดประโยชน์แก่ประชาชนอย่างยิ่งอย่างไรบ้าง  รวมถึงจุดเด่นของนโยบาย5ส.ของท่านประธานศาลฎีกา คนปัจจุบัน เพื่อให้วิทยากรรู้และเข้าใจบทบาทของศาลยุติธรรมในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องขังด้วยความห่วงใย

5.ในช่วงเดือนส.ค.- ก.ย.2563ขณะที่ผมดำรงตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลางมีเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ผมมีจุดยืนและนโยบายชัดเจนในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ชุมนุมที่เป็นเด็กและเยาวชน โดยการประชุมหน่วยงานกระบวนการยุติธรรมทุกหน่วยงานในกรุงเทพฯผมบรรยายว่า ตำรวจไม่ควรมีการออกหมายจับเด็กหรือเยาวชนที่มาชุมชน ควรใช้วิธีการเชิญตัวตามกฎหมายหรือออกหมายเรียก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

ผมได้ประชุมผ่านวีดีโอคอนเฟอร์เร้นท์ไปยังศาลเยาวชนฯทั่วประเทศว่า หากตำรวจมาขอออกหมายจับเด็กฯเพราะเหตุเกิดจากการชุมนุมที่เห็นต่าง ให้หลีกเลี่ยงการออกหมายจับ  ควรให้ตำรวจใช้วิธีการเชิญตัวหรือออกหมายเรียกแทน หากมีการฟ้องเป็นคดี ควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวโดยไม่ต้องเรียกหลักประกัน เพื่อไม่ให้เป็นภาระเเก่ผู้ปกครองของเด็กหรือเยาวชน เพราะเด็กหรือเยาวชนอาจกระทำไปโดยความเชื่อโดยสุจริต ไม่ใช่อาชญากร เด็ก และเยาวชนมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง ไม่หลบหนี ต้องคุ้มครองสิทธิเด็กตามกฎหมายก่อน

6.ดังนั้น ผมจึงขอยืนยันและขอรับรองว่า การอภิปรายของผมและวิทยากรทุกคน มีเจตนาอภิปรายเชิงสร้างสรรค์ ท่านประธานศาลฎีกามิได้รู้เห็นและไม่ได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการอภิปรายใดๆทั้งสิ้น การอภิปรายครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้ผู้พิพากษาศาลฎีกาเข้าใจบทบาทศาลยุติธรรมและศาลฎีกากับการใช้ดุลพินิจในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพื่อให้ให้ประชาชนเชื่อมั่นว่า ศาลยุติธรรมมีความเป็นธรรม เป็นกลางและยังเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนได้อย่างแท้จริงครับ

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top