วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569
11 มิ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะอนุกรรมการส่งเสริมการกำกับดูแลกันเอง กสทช.ได้ประชุมพิจารณาเรื่องร้องเรียนรายการ Thailand’s Got Talent (TGT3) กรณี “สิทธัตถะ เอมเมอรัล” ออกอากาศทางช่อง 3 โดยมี นายปัญญา นิรันดร์กุล ประธานกรรมการบริษัทเวิร์คพ้อยท์ เอนเตอร์เทนเมนต์ ในฐานะผู้ผลิตรายการ นายสมรักษ์ ณรงค์วิชัย นางนิมะ ราชิดี ผู้แทนช่อง3 ในฐานะเจ้าของช่องผู้ที่เผยแพร่รายการ และ รศ.อรุณีประภา หอมเศรษฐี ประธานสภาวิชาชีพกิจการแพร่ภาพและการกระจายเสียง (ประเทศไทย) ในฐานะองค์กรวิชาชีพที่มีช่อง 3 และ บ.เวิร์คพ้อยท์เป็นสมาชิก เข้าร่วมชี้แจง
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการชุดฯ เปิดเผยว่า สาเหตุที่จัดให้มีการชี้แจงทั้ง 3 ฝ่ายในครั้งนี้ เพราะต้องการหาทางออกในด้านจริยธรรม จรรยาบรรณสื่อ และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อผลักดันให้มีการกำกับดูแลกันเองของวิชาชีพสื่อ ซึ่งจากการพูดคุยเห็นได้ชัดว่า ในตอนแรกทางเวิร์คพ้อยท์ และช่อง 3 ยังไม่รู้ว่ากรณีนี้จะทำให้เกิดผลกระทบอย่างไรบ้าง สะท้อนให้เห็นว่า “สื่อโทรทัศน์” ยังขาดความรู้ความเข้าใจน้อยมากในเรื่องจรรยาบรรณ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่ละเอียดอ่อนอย่างเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิมนุษยชน
"ในระยะยาวจะต้องมีกระบวนการศึกษาและสร้างความเข้าใจเรื่องนี้ ซึ่งผลที่ได้จากการประชุม ได้ส่งเรื่องร้องเรียนนี้ไปยังสภาวิชาชีพกิจการแพร่ภาพและการกระจายเสียงฯ เพื่อไปกลั่นกรองพิจารณาว่ารายการฯ ขัดต่อหลักจริยธรรม หรือจรรยาบรรณตามข้อบังคับขององค์กรวิชาชีพหรือไม่อย่างไร ตามมาตรา 39 และ 40 ของพ.ร.บ.การประกอบกิจการฯ กสทช.ต้องส่งเสริมองค์กรวิชาชีพวินิจฉัยข้อร้องเรียนที่เกิดขึ้น โดยจะรอฟังผลประมาณ 1 – 2 สัปดาห์" น.ส.สุภิญญา กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ ได้เกิดผลกระทบแล้ว 3 ระดับ คือ 1.ผลกระทบต่อผู้เข้าประกวดและครอบครัว 2. ผลกระทบต่อผู้ปกครองที่มีลูกหลานญาติเป็นผู้ที่มีความต้องการพิเศษ หรือเป็นกลุ่มคนที่มีความแตกต่างในสังคม ซึ่งพบว่าปัจจุบันมีอยู่กว่าสองล้านคนในประเทศไทยจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่สื่อจะต้องทำความเข้าใจและนำเสนออย่างสร้างสรรค์ และ 3. ยังมีผลกระทบความรู้สึกต่อคนดูที่เป็นประชาชนทั่วไปที่มองว่าเรื่องนี้ค่อนข้างแรง กระทบความรู้สึกสูงต่อการสร้างทัศนคติเชิงลบในสังคม
คณะอนุฯจึงให้การบ้านไปว่า การขอโทษหรือแสดงความรู้สึกเสียใจอาจจะยังไม่พอ แต่จะต้องมีมาตรการเยียวยาทางสังคมด้วย เพื่อจะสร้างบรรทัดฐานต่อไปในการกำกับดูแลของกสทช. เพราะหากเกิดวิกฤติศรัทธาต่อการกำกับดูแลกันเองของสื่อเกิดขึ้นและสังคมไม่เชื่อมั่น สังคมจะเรียกร้องรัฐให้เข้ามาใช้กฎหมายแรงและมากขึ้น แต่หากสภาวิชาชีพฯ ช่อง 3 และเวิร์คพ้อยท์ แสดงให้เห็นว่าสามารถร่วมหาแนวทางการกำกับดูแลกันเองได้จะเรียกความเชื่อมั่นต่อสังคมได้ว่าสื่อสามารถกำกับดูแลคนเองได้ระดับหนึ่ง ไม่เช่นนั้นสังคมจะเรียกร้องรัฐให้ใช้อำนาจควบคุมมากขึ้นเรื่อยๆซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสังคมในระยะยาวเลย
ด้าน นายปัญญา กล่าวว่า กรณีดังกล่าวทางบริษัทรู้ไม่เท่าทัน การออกอากาศทำไปโดยไม่รู้จริงๆ และไม่มีเจตนาดูหมิ่นศักดิ์ศรีใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมทั้งระบุว่า ผู้ที่รู้ควรออกมาให้ความรู้ก่อนออกอากาศ เพราะหากเป็นกรณีแบบนี้ ทางรายการจะให้โอกาสอย่างเต็มที่
ทั้งนี้ เพิ่งได้รับรู้ข้อมูลจาก นางสาวพิรงรอง รามสูต ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยว่าเด็กอาการลักษณะนี้เป็นอย่างไร นอกจากนี้ ยังรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและขอโทษ รวมทั้งจะระมัดระวังและทำให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป และไม่อยากให้เอาไปโยงกับเรื่องการเรียกเรตติ้ง เพราะรายการมีวิธีและการนำเสนอที่ดีอยู่แล้ว
“รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอโทษ จะระมัดระวัง และจะทำให้ดีขึ้นในครั้งต่อไป เราดูและชื่นชมในตัวเขาด้วย แต่รายการไม่ทราบ ทำไมแม่ไม่บอกก่อน เพราะถ้าเป็นเคสปกติก็สามารถนำมาออกอากาศได้เลย” นายปัญญา กล่าว
ขณะที่ นายสมรักษ์ กล่าวว่า หลังจากหารือในวันนี้แล้ว ยอมรับว่าต้องใช้วิจารณญาณของช่องในการพิจารณา ทั้งนี้ หลังจากเกิดกรณีนี้ กลับมาดูพบว่าเด็กเป็นวัยรุ่น และสมัยนี้เด็กเป็นตัวของตัวเอง จึงไม่ทันรู้ว่าเป็นอาการแบบนี้ และไม่ใช่แพทย์ จึงไม่ได้สังเกตตรงนั้น ส่วนกระบวนการในการออกอากาศรายการในครั้งต่อไปจะตรวจสอบอย่างเข้มงวดขึ้น
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี