วันเสาร์ ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2569
นายกฯยันคุยชาวจะนะเข้าใจแล้ว
อะไรทำได้ก็ทำก่อน
แต่ต้องผ่านSEAตามกฎหมาย
ย้ำทุกอย่างคลี่คลายหมดแล้ว
เข้าใจตรงกันก็เดินหน้าได้
เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
“บิ๊กตู่”เยือนจังหวัดชายแดนใต้ บอกคุยกับชาวจะนะเข้าใจกันแล้ว รอผลSEA แต่อะไรทำได้ก็เดินหน้าไปก่อนพร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบและขอสันติสุขเกิดกับภาคใต้ เชื่อสถิติเหตุรุนแรงลดลง ผุดแนวคิดตัดถนนสายใหม่ลงใต้หยอดคำหวาน“มาด้วยความคิดถึง คิดถึงจังฮู้”ขณะที่ชาวจะนะหน้าทำเนียบยุติชุมนุมกลับบ้าน
เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามงานด้านความมั่นคงและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทันทีที่มาถึง ที่อาคารศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา มีประชาชนชูป้ายและร้องเพลง “บ้านเกิดเมืองนอน”ต้อนรับ พร้อมมอบดอกกุหลาบให้กำลังใจ
ขอสันติจงเกิดขึ้นกับทุกคน
จากนั้นนายกฯได้กล่าวทักทายประชาชนว่าอัสซะลามุอะลัยกุม ขอให้สันติเกิดขึ้นกับทุกคน วันนี้มาด้วยความคิดถึงชาวใต้ และได้ติดตามการดำเนินการต่างๆมาโดยตลอด เพราะเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหว ทั้งความมั่นคงเศรษฐกิจ และอนาคตยังมีโอกาสอีกมาก รัฐบาลพยายามเร่งแก้ปัญหาทุกอย่างให้ได้ตราบใดที่ตนยังเป็นรัฐบาลอยู่ จะทำหน้าที่ของตนในการแก้ไขปัญหาเดิม และสร้างสิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้นให้เป็นรูปธรรม ถือว่าพวกเราทุกคนเป็นครอบครัวเดียวกันคือครอบครัวประเทศไทย ไม่ว่าจะอยู่ภาคไหนศาสนาใดเราอยู่ร่วมกันได้ด้วยสังคมพหุวัฒนธรรม
นายกฯกล่าวตอนหนึ่งว่า มีแนวคิดที่จะสร้างถนนสายใหม่ลงสู่พื้นที่ภาคใต้ซึ่งเป็นด้ามขวานของประเทศ เพราะปัจจุบันเรามีเพียงถนนเส้นทางเดียว แต่ทั้งหมดต้องฟังความเห็นของประชาชนก่อน เพราะถ้าไม่ยอมรับต่อให้โครงการดีแค่ไหนก็เกิดขึ้นไม่ได้ เราต้องเคารพเสียงประชาชน
นายกฯกล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้มาดูงานด้านความมั่นคง สถิติความรุนแรงที่เคยเกิดขึ้นค่อนข้างลดลง แต่ยอมรับว่ายังมีอยู่ตราบใดที่ขบวนการเหล่านี้ยังไม่ยกเลิกหรือหมดไป เหตุการณ์ก็ยังมีอยู่แบบนี้ ทั้งหมดจึงต้องช่วยกันระมัดระวัง แจ้งเตือน ทั้งตัวเองและเจ้าหน้าที่ ประเด็นความมั่นคง สังคมจะช่วยได้มากต้องรู้จักสังเกตสถานการณ์ต่างๆ ไม่เช่นนั้นเราจะขาดความระมัดระวังเจ้าหน้าที่จะดูแลไม่ทั่วถึง ยืนยันว่าในฐานะนายกฯไม่เคยหยุดคิดตั้งแต่เข้ามาเป็นนายกฯ ครั้งแรก สิ่งที่ต้องการคือทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีมีความสุข ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมสังคมจะต้องมีความเป็นธรรม มีพหุวัฒนธรรม ประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข สิ่งเหล่านี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทรงมีรับสั่งกับตนว่ารัฐบาลมีหน้าที่ทำให้ประชาชนมีความสุข มีความพึงพอใจ ตนเองรับพระบรมราโชบายของพระองค์ท่านมาโดยตลอด และพยายามทำตลอดหลายปีที่ผ่านมา บางอย่างก้าวหน้าไปไกลมากจนไปสู่อนาคตได้ แต่บางอย่างยังพันกับปัญหาเดิมๆจึงจำเป็นต้องตั้งเป้าหมายใหม่ในการทำงานต่อไปในปีงบประมาณ 2565 และสิ่งที่รัฐบาลจะแก้ปัญหาได้ทั้งหมดทุกเรื่องประชาชนต้องมีส่วนร่วมโดยรัฐสนับสนุน วันนี้ได้มีการตั้งคณะกรรมการการพัฒนาแก้ปัญหาความยากจนรายครัวเรือน (กพจ.) จึงขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในพื้นที่เพื่อนำข้อมูลต่างๆที่มีอยู่มาบูรณาการซึ่งหลายคนได้มีการปรับเปลี่ยนไปบ้างแล้ว บางคนมีทุนเพียงพอสามารถทำได้เลย แต่บางคนอาจต้องรอรับการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งต้องมีการชี้เป้าเพื่อดำเนินการสำรวจในพื้นที่
ต้องเร่งแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือน
นายกฯกล่าวว่า รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาในหลายๆ เรื่องทั้งความยากจน หนี้ครัวเรือนหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดกับคนทุกประเภทตราบใดที่เรายังมีรายได้น้อย เราต้องคิดและหาวิธีว่าทำอย่างไรจะมีรายได้ที่เพียงพอ ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่กังวล ซึ่งต้องคิดและทำกันใหม่ ดังนั้นนโยบายต่อไปนี้การใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐจะต้องคุ้มค่าต้องมีตัวชี้วัดชัดเจน โครงการใดที่ไม่มีประโยชน์ให้เอามาทำโครงการที่มีประโยชน์ อย่างเช่นเรื่องการอบรมก็ทำกันมาเยอะแล้ว ต้องดูว่าอบรมแล้วไปทำประโยชน์จริงหรือเปล่า ถ้าไม่ทำก็อย่าไปอบรมกันเลยเอาเงินตรงนั้นไปสร้างให้เขาเลยดีกว่า เพราะมันเสียทั้งประโยชน์และเวลา
“วันนี้ลองอ่านหนังสือพิมพ์ดูในส่วนของมหาวิทยาลัยหรือโรงเรียนอะไรสักอย่างมีแบบนี้ทุกวันในสื่อโทรทัศน์ อย่าไปอ่านหน้าการเมืองเลย ปวดหัว ดูอะไรที่เป็นประโยชน์กับเราดีกว่า ดูว่ามีประโยชน์ตรงไหนจะแก้ไขอย่างไร”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว และว่ารัฐบาลต้องทำงานแก้ไขปัญหาให้ประชาชน
อย่าให้ใครมาบิดเบือนความจริง
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ผลผลิตทางการเกษตรราคาค่อนข้างผันผวน เราจะต้องทำให้ผู้ผลิตสามารถกำหนดราคาสินค้าเองได้และมีการถ่วงดุลซึ่งกันและกัน ไม่เช่นนั้นจะเกิดความขัดแย้งสำคัญที่สุดคือการสร้างกลไกของเราเองให้ครบวงจร ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องบูรณาการร่วมกันในการช่วยเหลือประชาชน ถ้าสามารถทำงานร่วมกันได้จากทุกภาคส่วนก็จะมีอะไรใหม่ๆเกิดขึ้น
“ในเวลาครึ่งวันทุกคนใช้ประโยชน์จากออนไลน์ เปิดไปเปิดมา ดูไปดูมาแล้วเอ็นจอยกับการดูที่เหมือนกับการเล่นละคร จริงๆไม่เกิดประโยชน์อย่าไปดูเลย เพียงคนๆเดียวเขียน หรือคนกลุ่มเดียวเขียนออกมา ผมว่ามันไม่ใช่ เราควรจะคิดเอง นายกฯ คิดโดยเอาปัญหาจากทุกคนมาคิดอยู่ในหัวของนายกฯ แล้วจะแก้อย่างไรก็นำไปสู่การพิจารณาของฝ่ายบริหาร รวมทั้งต้องไล่ตามว่าทำถูกกฎหมายหรือไม่ ถ้ามีคนเอาไปบิดเบือนก็ทำให้เกิดความขัดแย้ง ก็จะทำอะไรไม่ได้อีก”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ประสานแรงงานเพื่อนบ้าน
นายกฯกล่าวอีกว่าถือว่าภาคใต้เรามีความผูกพันกันดีอยู่แล้ว จึงขอให้พูดคุยกันเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาและทำให้ทุกอย่างดีขึ้น อย่างไรก็ตามวันนี้กำลังพัฒนาความสัมพันธ์กับต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศมุสลิมเป็นที่น่ายินดีว่าดีขึ้นเรื่อยๆ ในมุมมองของเขา จากการที่ตนได้ประสานกับประเทศหลักๆในกลุ่มมุสลิม โดยจะมีความร่วมมือกันในเร็วๆนี้จากการพูดคุยกัน เช่นต่างประเทศอยากได้แรงงานของเราโดยเฉพาะในภาคหมอพยาบาล เพื่อป้อนแรงงาน แต่อย่าให้เขาหลอกบางคนไม่ซื่อ คนเลวก็คือเลวไม่กลับตัวกลับใจสักที
“ประเทศไทยมีสมรรถนะทางการทหารเท่าอเมริกาหรือไม่ เป็นแค่นิดหนึ่งของเขา แต่เรามีวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ สิ่งที่ทำให้เกิดวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ขึ้นมาคือ ความเป็นชาติ ความมีศาสนาที่หลากหลาย และสถาบันพระมหากษัตริย์นี่คือ Soft Power ของเรา ต้องทำให้ทุกคนยอมรับว่าประเทศไทยเป็นสุขได้ทุกวันนี้ เพราะเป็นแบบนี้ เราใช้กำลังกันไม่ได้ เกิดปัญหาแล้ววันหน้ามีคนมาแสวงหาประโยชน์ทุกที อย่าทำให้มันเกิดขึ้น มันต้องมีคนได้ประโยชน์เสียประโยชน์กับความขัดแย้งต่างๆทั้งปวง นายกฯไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งกับใคร”นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้มีโครงการหลายโครงการของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และอีกหลายโครงการของสถาบันฟังดูเป็นเรื่องใหม่ แต่จริงๆ เป็นเรื่องของการประยุกต์และการพัฒนา ซึ่งสถาบันนำมาทำตรงนี้นี่เป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดไม่ได้ ที่พระองค์ท่านไม่เคยหยุดห่วงใยพวกเราสักวัน นี่เป็นสิ่งที่ทำให้เราเป็นชาติมาถึงทุกวันนี้ ถ้าเราไม่มีสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราจะไปไหนยังไม่รู้ วันนี้อาจไปอยู่กับใครก็ยังไม่รู้เลย
ยอมรับทุกวันนี้เหนื่อย
พล.อ.ประยุทธ์ ถอนหายใจพร้อมกล่าวว่า วันนี้เหนื่อย เหนื่อยอย่างอื่นด้วย เพราะมีหลายเรื่อง ประเทศไทยมีคน 70 ล้าน 70 ล้านน้ำใจ 70 ล้านความคิด จึงมีหน้าที่ทำให้กว่า 70 ล้านคนร่วมมือกันไปอย่างไร ตรงนี้ใครที่ยังไม่ร่วมมือคิดตามกันได้หรือไม่ ซึ่งไปบังคับกันไม่ได้ในประชาธิปไตยที่ตนพูดมีความผิดหรือไม่ ซึ่งหลายเรื่องทำยากที่สุด ถ้าทำง่ายจบไปหลายรัฐบาลแล้วแต่เราก็ทำไปเยอะแล้วในการปูพื้นฐาน นายกฯ ทำมาตลอด 2 รัฐบาลที่ตนอยู่ตรงนี้ไม่เคยหยุดคิดไม่เคยหยุดทำนี่คือสิ่งที่ทำมาเพียงระยะเวลาแค่นี้ ถ้าทำมาก่อนหน้านั้นตั้งเยอะตนก็คงไม่ต้องทำมากตอนนี้ แต่ไม่โทษใคร โทษใครไม่ได้ เราต้องเคารพในเสียงของประชาชน
ก่อนที่นายกฯจะถอนหายใจ และกล่าวต่อว่า “ขอให้ทุกคนมีความฝันร่วมกัน ฝันดี ฝันในสิ่งที่ดีๆ ถ้าเจอหน้าทะเลาะกันมันไม่น่ารัก มันโกรธไปก็เท่านั้น เจอหน้าก็ฮึ่มๆ ใส่กัน ภรรยาก็ยิ้มหวานใส่สามี จะโกรธจะเคืองอะไรก็ขอให้ยิ้มไว้ก่อนสามีก็ดูแลครอบครัวให้ดี ก่อนจะกล่าวหยอกล้อกับประชาชนว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือแคลเซียม คนภาคใต้มีลูกเยอะ ฟันจะเสียลูกเอาแคลเซียมไปใช้ เรื่องนี้อย่าหัวเราะ เพราะถ้ามีลูกเยอะแคลเซียมแม่ก็ไปหมด ฟันก็เริ่มล่วงไปเรื่อยๆ เพราะขาดแคลเซียม”
ร่วมสร้างความฝันด้วยกัน
ก่อนที่นายกฯ กล่าวอีกว่า “มีความฝันร่วมกันกับผมกันด้วยนะ วันนี้มีความสุขอยากจะบอกว่ามีความสุขจริงๆ เพราะโอกาสที่ผมจะมาภาคใต้มันไม่ค่อยเยอะมากนัก แต่ผมไม่มา ผมก็พยายามติดตามให้มากที่สุดผ่านกลไกที่มีอยู่แล้วรับฟังความคิดเห็นของประชาชนไปด้วย มีอะไรก็บอกกันมีอะไรก็ส่งข่าวถึงนายกฯได้ ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลเขียนจดหมายถึงมาได้ จดหมายรักไม่ต้อง ผมพูดแหย่เล่น นายกฯชอบพูดเล่นกับพวกเราอย่าถือสาเลย อยากให้บรรยากาศคลี่คลายไม่ใช่นั่งหน้าเครียดตัวตรง”
พอพูดถึงช่วงนี้ได้มีประชาชนตะโกนขอให้รัฐบาลต่อโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นายกฯ จึงกล่าวว่า คงต้องมีไปเรื่อยๆ ทยอยให้ทีละงวดๆของเก่าก็เติมให้ ซึ่งรายได้มาจากภาษี แต่วันนี้การจัดเก็บภาษีได้ลดลงเนื่องจากสถานการณ์โควิด วันนี้มีสิ่งเดียวที่แก้ปัญหาได้และเปิดทุกอย่างได้ คือการฉีดวัคซีน ใครยังไม่ฉีดยกมือขึ้น โดยวันนี้ต้องฉีดครบ 2 เข็มถึงเวลาต้องไปฉีด อย่ากลัวโอมิครอน ไม่รู้จะมาอีกกี่เชื้อ ซึ่งวันที่ 14 ธ.ค.ได้คุยกับผู้แทนแอสตราเซเนกายืนยันว่าถ้าทุกคนฉีดวัคซีนจะลดความเสี่ยงในความรุนแรงและการสูญเสียชีวิต เป็นหลักการที่ทุกบริษัทคิดเช่นนี้หมดส่วนเรื่องการแพร่ระบาดและการกระจายโรคยึดมาตรการป้องกัน ถ้าทำได้ทุกครอบครัวจะปลอดภัยไม่ว่าจะโอมิครอนหรืออะไรก็ตาม แต่อยากให้ระมัดระวังในประเพณีต่างๆ ของพี่น้องชาวมุสลิมเพราะบางครั้งเห็นว่าเอาหน้ากากไปไว้ใต้คางและพูดคุยกันตลอด โดยเฉพาะในร้านน้ำชา แล้วจะใส่กันไปทำไมแบบนี้ ถ้าจะบอกว่าใส่แล้วหายใจไม่ออกแล้วติดเชื้อโควิดจะทำกันอย่างไร อย่างตนเองใส่หน้ากากพูดก็เหนื่อยมาก พูดทั้งวัน บางเวลาต้องหันหลังแอบไปเปิดเพราะไม่ไหว แต่พวกท่านไปคุยกันที่ร้านน้ำชา 3 เวลาเดี๋ยวก็ติดกันไปหมด ขอให้ระวังกันอย่างที่สุดนะจ๊ะ นายกฯพูดกับสาธิตการใส่หน้ากากผิดวิธี
บอกม็อบจะนะเข้าใจกันแล้ว
นายกรัฐมนตรี กล่าวช่วงหนึ่งถึงการแก้ไขปัญหาอุตสาหกรรมจะนะว่า เช้าวันเดียวกันนี้ทำเนียบรัฐบาลได้จัดรถส่งพี่น้องเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นกลับไปเรียบร้อยแล้ว เพื่อพี่น้องทุกคนจะได้ปลอดภัย ยืนยันว่าเข้าใจกันแล้ว วันนี้ถือว่ามารับฟังความก้าวหน้าในการดำเนินการและตนอยากสร้างแนวคิดใหม่ๆให้กับทุกคนเพื่อที่จะเดินหน้าไปด้วยกันได้ เวลาที่รัฐบาลมีดำริหรือนโยบายอะไรออกมาในส่วนของข้างล่างจะต้องร่วมมือกันทำงานให้ร้อยเรียงกันไปให้ได้ เราต้องบูรณาการเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างจริงจัง ซึ่งทุกรัฐบาลต้องพยายามดำเนินการ แต่เท่าที่ดูไปได้ช้ามาก ส่วนตัวห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ จึงขอย้ำไปถึงข้าราชการทุกหน่วยงานจะต้องไปดูระบบแผนที่เกษตรกรเพื่อการบริหารจัดการเชิงรุก (Agri-Map) ซึ่งมีรายละเอียด มีตัวชี้วัดว่าพื้นที่ในจังหวัดเป็นอย่างไร ประชาชนเป็นอย่างไร มีความอ่อนไหวตรงไหน โดยเฉพาะในระดับที่ต่ำจะต้องเร่งพัฒนาให้ได้มากที่สุด และในเรื่องของ Agri-Map ทุกคนจะได้รู้ว่าเราควรจะปลูกพืชอะไร วันนี้จะปลูกพืชชนิดใดไม่ว่าแต่วันข้างหน้าต้องปรับเปลี่ยน เพราะถ้าทำอย่างเดิมอย่างเดียวปัญหาก็จะเป็นอยู่เช่นทุกวันนี้ เราต้องสร้างรายได้เพิ่มเติมมากกว่ารอผลตามฤดูกาลอย่างเดียว สิ่งสำคัญคือการแก้ปัญหาหนี้สินทราบว่าทุกคนมีหนี้ ซึ่งตนไม่มีความสุขแต่เราต้องแก้ไขอย่างระมัดระวังอย่างที่สุด ทั้งข้อกฎหมายและบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องรวมทั้งอำนาจหน้าที่ เราต้องทำทุกอย่างให้ชัดเจนเพื่อเกิดความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากภาคประชาชน เพราะทุกอย่างจะทำได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับประชาชนทั้งสิ้น หลายเรื่องเกิดมาทุกคนคงทราบดีว่าระยะเวลา 2-3 วันที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นบ้าง ยืนยันว่าทุกอย่างคลี่คลายลงแล้ว
“จะนะ”ทุกอย่างต้องโปร่งใส
“ยืนยันว่าทุกอย่างในทางนโยบายที่กำหนดมาในเรื่องการพัฒนาโครงการอุตสาหกรรมจะนะ ทุกอย่างจะทำได้หรือไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับประชาชน ทั้งเรื่องการทำผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์การดำเนินโครงการ (SEA) ต้องทำให้จบครบถ้วนสมบูรณ์ ประชาชนยอมรับได้ก็จะทำต่อ ก็จะมีเรื่องที่ 2-3 ซึ่งจะมีข้อกฎหมายครอบอยู่อีกอันหนึ่ง ซึ่งถ้าทำตามนี้และเข้าใจกันทุกอย่างก็จะเดินหน้าต่อไปได้ แต่ถ้าประชาชนไม่เห็นชอบก็ทำไม่ได้อยู่ดี อย่างนี้ดีหรือไม่ และรัฐบาลพร้อมที่จะเยียวยาให้กับผู้ที่มีผลกระทบอย่างไรต้องมาดูกันอีกครั้ง รวมถึงการทำงาน การลงทุนต่างๆ รัฐต้องดูในทุกมิติ ใครเดือดร้อนมากเดือดร้อนน้อย แต่ถ้าจะทำไปเลยให้เต็มพื้นที่ผมว่ามันไปยาก อะไรที่ทำได้ก็ทำก่อนแต่ต้องผ่านSEA ก่อนทุกเรื่อง อันนี้ถือว่าเป็นไปตามกฎหมาย เรื่องนี้ขอเน้นย้ำไปทางศอ.บต.ด้วย” นายกฯกล่าว
ขอสู้เพื่อพี่น้องชาวปักษ์ใต้
นายกฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า”ให้รู้ว่านายกฯมาวันนี้ด้วยความคิดถึง คิดถึงจังฮู้” พร้อมระบุว่าการแก้ปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ตนพยายามมาหลายปีแล้วในการแก้ปัญหา และจะพยายามต่อไป
จากนั้น นายกฯได้เดินทักทายประชาชนและถ่ายภาพร่วม พร้อมกล่าวว่า “ขอเพียงความเข้าใจ กำลังใจ นายกฯต้องการกำลังใจเพียงเท่านั้น”
“จนอะไร เราก็แก้ได้ แต่ถ้าจนใจ มันแก้ไม่ได้ เราต้องสู้ ขอให้พี่น้องภาคใต้ต้องสู้ วันนี้เราต้องยกระดับภาคใต้ของเราให้ได้โดยเร็ว นายกฯเป็นห่วงที่สุดในพื้นที่ภาคใต้ เราต้องไปด้วยกันถ้าไม่ไปด้วยกันเราก็ต้องอยู่แบบนี้ ก็ไปกันไม่ได้ทั้งหมด เราต้องแก้กันทีละเปราะแล้วค่อยเดินหน้าผมดีใจที่ได้มาพบกับพี่น้องภาคใต้และโอกาสข้างหน้าจะลงไปในทุกพื้นที่เพื่อได้เจอกับตัวจริง” ก่อนจะกล่าวอัสซะลามุอะลัยกุม และขอให้ทุกคนดำเนินโครงการให้สำเร็จ
สำหรับการลงพื้นที่ของนายกฯในวันเดียวกันนี้ใช้รถยนต์โตโยต้าสีขาว เลขทะเบียน 1 ขข2880 กรุงเทพมหานคร
ขอบคุณชาวจะนะเข้าใจรัฐบาล
ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ฝากขอบคุณพี่น้องชาวจะนะรวมทั้งตัวแทนกลุ่มประชาชนต่างๆที่เข้าใจการทำงานของรัฐบาลและเห็นถึงความจริงใจของนายกรัฐมนตรีเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทำให้กลุ่มผู้แทนประชาชนจะนะ ทั้งเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นและภาคเซฟจะนะ รวมทั้งภาคีเครือข่ายอื่นๆได้ประกาศยุติการชุมนุม และได้เดินทางกลับแล้วเช้านี้ประมาณ07.00น.ที่ผ่านมา
นายธนกรกล่าวอีกว่านายกรัฐมนตรีทราบถึงความห่วงใยของภาคประชาชนเกี่ยวกับโครงการจะนะฯ มีความตั้งใจในการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง โดยวานนี้ ครม.รับทราบการแก้ไขเพิ่มเติม คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่330/2564มอบหมาย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการดำเนินการขยายผลโครงการเมืองต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”ไปสู่เมืองต้นแบบที่4 อ.จะนะ จ.สงขลา”เมืองต้นแบบอุตสาหกรรม ก้าวหน้าแห่งอนาคต”
และมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำ SEA หรือผลการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment : SEA) ที่ประกอบไปด้วยผู้แทนกลุ่มต่างๆ ทั้ง นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งให้รับข้อเสนอของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น และผลการดำเนินการของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ มาพิจารณาด้วย โดยยึดหลักความโปร่งใสและกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งการดำเนินการต่างๆ นี้ นายกรัฐมนตรีตั้งใจแก้ปัญหาของพี่น้องจะนะให้ได้จริง
ม็อบจะนะเก็บของกลับบ้าน
ด้านกลุ่มผู้ชุมนุมจะนะและเครือข่าย ได้ประกาศยุติการชุมนุม เก็บข้าวของและเดินทางกลับในเช้าวันนี้ หลังมาชุมนุมกดดันที่หน้าทำเนียบรัฐบาล กระทั่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 14 ธ.ค. 2564 มีมติให้ชะลอโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา ไว้ก่อน เพื่อจัดทำผลการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือ SEA ให้ได้ข้อยุติ
โดยเวลา 05.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมทำละหมาด และเวลา 05.30 น. เริ่มเก็บขยะทิ้งและรวบรวมข้าวของสัมภาระขึ้นรถทัวร์ สาย กรุงเทพฯ – ดอนสัก จำนวน 2 คัน ที่ทางรัฐบาลเตรียมไว้ให้ เพื่อพาไปส่งที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งต้องใช้เวลาการเดินทางกว่า 10 ชั่วโมง
นางไซหนับ ยะหมัดยะ หนึ่งในผู้ชุมนุม เปิดเผยว่า ดีใจที่ข้อเรียกร้องประสบผลสำเร็จ แม้จะใช้เวลาถึง 10 วันก็ตาม ยอมรับอยากกลับบ้าน แต่หากรัฐบาลไม่ทำตามที่ตกลง จะออกมาเคลื่อนไหวอีก
จากนั้นเวลา07.00น.กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มทยอยขึ้นรถทัวร์โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยดูแลความเรียบร้อย
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี