จับตาเลือกซ่อง'ชุมพร-สงขลา'  ปธ.กกต.ฟันธง  รู้ผลอย่างไม่เป็นทางการ4ทุ่ม

จับตาเลือกซ่อง'ชุมพร-สงขลา' ปธ.กกต.ฟันธง รู้ผลอย่างไม่เป็นทางการ4ทุ่ม

วันอาทิตย์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

จับตาเลือกซ่อง'ชุมพร-สงขลา'

ปธ.กกต.ฟันธง

รู้ผลอย่างไม่เป็นทางการ4ทุ่ม

ทบ.ย้ำกำลังพลวางตัวเป็นกลาง

สตช.เผยยังไม่พบความรุนแรง

ศึกลต.ซ่องหลักสี่หาเสียงคึกคัก

ประธาน กกต.คาดรู้ผลเลือกตั้งซ่อม ชุมพร-สงขลา อย่างไม่เป็นทางการ 4 ทุ่ม ย้ำมติ กกต.แจกใบเหลือง สส.ลำปาง พปชร. ชงเลือกตั้งใหม่เหตุมีข้อมูลหลักฐานชัด ทำเลือกตั้งไม่สุจริต ด้าน เลขาธิการกอ.รมน.กำชับกำลังพลวางตัวเป็นกลางเลือกตั้ง รองโฆษก ตร.เผยยังไม่พบความรุนแรงเลือกตั้งซ่อม“สงขลา-ชุมพร” ส่วนศึกเลือกตั้งซ่อม กทม.เขตหลักสี่ คึกคักสามพรรคต่างลุยหาเสียงก่อนโค้งสุดท้าย ‘ชัยวุฒิ”นำ”มาดามหลี”ลุยหาเสียง มั่นใจรักษาเก้าอี้ไวได้ ชลน่าน’ควง‘สุรชาติ’ขอคะแนน มั่นใจ-โวสัญญาณดี กำชับอย่าขายเสียง

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2565 ที่จังหวัดชุมพร นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ซึ่งอยู่ระหว่างการลงพื้นที่ในจังหวัดชุมพร เพื่อดูความพร้อมการจัดเตรียมและแจกอุปกรณ์สำหรับการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ที่จะมีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่16มกราคมนี้โดยได้กล่าวย้ำถึงความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งซ่อมว่า ทุกส่วนให้ความร่วมมือ เพิ่มความเข้มข้นในการป้องปรามการทุจริตการเลือกตั้ง โดยผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรได้สั่งการเจ้าหน้าที่ ห้ามกระทำการขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งและผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ยังได้เพิ่มจุดตรวจในพื้นที่สำคัญ\


ปธ.กตต.คาดรู้ผลไม่เป็นทางการ4ทุ่ม

นายอิทธิพร กล่าวว่าเมื่อปิดหีบลงคะแนนเลือกตั้งเวลา17.00น.กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องในเบื้องต้นและประกาศนับคะแนนซึ่งมีหน่วยเลือกตั้ง 280 หน่วย โดยหน่วยเลือกตั้งที่มีผู้มีสิทธิ์ที่ตั้งมากที่สุด800คน ส่วนหน่วยเลือกตั้งที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งน้อยที่สุดจำนวน 200 คน โดยเฉลี่ยแล้วมีหน่วยละ500 คน คาดว่าการติดประกาศผลการนับคะแนนที่หน้าหน่วยจะแล้วเสร็จในเวลา19.00น.ส่วนการนำผลนับคะแนนทั้งหมดมารวม ที่ศูนย์ปฏิบัติการ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเวลา22.00น.จะได้รับผลการประกาศคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ

ส่วนคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้งเขต1ชุมพร ขณะนี้ยังไม่มีคำร้องใด ขณะที่สงขลามี 1คำร้องคือเรื่องการปราศรัยของร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ รออยู่ระหว่างกระบวน การพิจารณาคำร้อง หากมีการรับคำร้อง ก็จะเข้าสู่กระบวนการไต่สวน

ฝากปชช.ร่วมแจ้งเบาะแสซื้อขายเสียง

และขณะนี้ในพื้นที่การเลือกตั้งซ่อม ยังไม่มีรายงานเรื่องของการซื้อสิทธิ์ขายเสียงเข้ามาซึ่งมีทีมผู้ตรวจการเลือกตั้งและชุดหาข่าวกกต.รวมถึงชุดเคลื่อนที่เร็วที่ร่วมมือกับตำรวจ ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ และฝากเตือนประชาชนจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งรวมถึงผู้สมัครระวังกระทำผิดกฎหมายในการหาเสียงหลังเวลา 18.00 น.

“ฝากไปยังประชาชนพลเมืองดี หากพบเห็นการซื้อสิทธิ์ขายเสียงสามารถแจ้งเบาะแสเข้ามายัง กกต.หรือแจ้งผ่านแอพพลิเคชั่นตาสับปะรดซึ่งกกต.มีระบบคุ้มครองพยานและการให้เงินรางวัลผู้ที่แจ้งเบาะแสด้วย”นายอิทธิพร กล่าว

ย้ำแจกใบเหลืองสส.ลำปาง/หลักฐานชัด

ประธานกกต.ยังกล่าวอีกว่า ส่วนมติ กกต.สั่งให้ใบเหลืองนายวัฒนา สิทธิวัง ส.ส.ลำปาง พรรคพลังประชารัฐ โดยพิจารณาคำร้องแล้ว มีหลักฐานเพียงพอที่เชื่อว่า มีการกระทำผิดตามคำร้องทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริต จึงต้องสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่ทั้งนี้ศาลฎีกา จะเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด ขณะนี้อยู่ระหว่างยกร่างคำร้องเพื่อยื่นต่อศาล

ก่อนหน้านี้ มีรายงานว่า เว็บไซต์สำนักงานกกต.ได้เผยแพร่คำวินิจฉัยกกต.กรณีมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้มีการเลือกตั้งส.ส.ลำปาง เขตเลือกตั้งที่ 4 ใหม่แทน “นายวัฒนา สิทธิวัง”ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. 2561 มาตรา 133 และให้ดำเนินคดีอาญากับนางเกี๋ยงมา ปุพพโก ตามมาตรา 73( 1) ประกอบมาตรา 158 ของกฎหมายเดียวกัน

รายชื่อผู้สมัครสส.‘ชุมพร-สงขลา’

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม เวลา 08.00-17.00 น.สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดให้มีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ชุมพร เขต 1 และ สงขลา เขต 6

สำหรับรายชื่อ ผู้สมัคร ส.ส.ชุมพร เขตเลือกตั้งที่ 1 แทนตำแหน่งที่ว่าง หลังจากนายชุมพล จุลใส อดีต ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ สิ้นสุดสภาพการเป็น ส.ส. ประกอบด้วย อำเภอเมือง (ยกเว้น ตำบลหาดพันไกร ตำบลบางลึก ตำบลบ้านนา ตำบลวังใหม่ และตำบลถ้ำสิงห์) และอำเภอสวี (ยกเว้นตำบลเขาทะลุ และตำบลเขาค่าย) ประกอบด้วย หมายเลข 1 นายอิสรพงษ์ มากอำไพ หรือ “ตาร์ท”พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หมายเลข2 ร.ต.ท.สมชาย แพ่งยงยุทธ หรือ “หมวดสมชาย” พรรคไทยศรีวิไลย์ (ทศล.) หมายเลข 3 นายวรพล อนันตศักดิ์หรือ“โอ๊ต”พรรคก้าวไกล (กก.) หมายเลข 4 นายชวลิต อาจหาญ หรือ “ทนายแดง” พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หมายเลข 5 พ.ต.อ.ทศพล โชติคุตร์ หรือ “ผู้กำกับหนุ่ย” พรรคกล้า (ก.)

สำหรับผู้สมัคร ส.ส. สงขลา เขตเลือกตั้งที่ 6 แทนตำแหน่งที่ว่าง หลังจาก นายถาวร เสนเนียม อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ สิ้นสุดสภาพการเป็น ส.ส. ประกอบด้วย อำเภอคลองหอยโข่ง อำเภอหาดใหญ่ (เฉพาะตำบลบ้านพรุและตำบลพะตง) และอำเภอสะเดา (ยกเว้นตำบลสำนักแต้วและตำบลสำนักขาม) ประกอบด้วย หมายเลข 1 น.ส.สุภาพร กำเนิดผล หรือ น้ำหอม พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หมายเลข 2 นายธิวัชร์ ดำแก้ว หรือ “ตาม” พรรคก้าวไกล (กก.) หมายเลข 3 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ หรือโบ๊ต พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หมายเลข 4 พงศธร สุวรรณรักษา หรือทนายอาร์ม พรรคกล้า (ก.)

กอ.รมน.กำชับกำลังพลวางตัวเป็นกลาง

พันเอก วินธัย สุวารี รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความรักษามั่นคงภายในราชอาณาจักร (รองโฆษก กอ.รมน.)เปิดเผยว่าจากการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองอำนวยการรักษาความรักษามั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)ครั้งที่ 1/2565ประจำเดือน ม.ค.65 ผ่านระบบประชุมทางไกล(VTC)โดย พลเอก สันติพงศ์ ธรรมปิยะ เสธนาธิการทหารบก(เสธ.ทบ.)และเลขาธิการ กอ.รมน.เป็นประธานนั้น หน่วยขึ้นตรง กอ.รมน.ได้รายงานความคืบหน้าการปฏิบัติงานในห้วงที่ผ่านมาพร้อมรับมอบนโยบายและแนวทางในการปฏิบัติงานเพื่อร่วมขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐได้แก่การป้องกันโควิด และการหลบหนีเข้าเมืองต่อเนื่อง

สำหรับการเลือกตั้ง ส.ส.จ.ชุมพร เขตเลือกตั้งที่ 1 และจ.สงขลา เขตเลือกตั้งที่6 แทนตำแหน่งที่ว่างในวันที่ 16 ม.ค.65นี้ เลขาธิการ กอ.รมน.ได้มอบหมายให้ กอ.รมน. จังหวัดร่วมกับหน่วยราชการในพื้นที่รณรงค์เชิญชวนประชาชนให้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน พร้อมวางตัวเป็นกลาง โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับฝ่ายการเมืองใดๆ ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดกฎหมายหรือต้องการแจ้งเบาะแส หรือ เหตุฉุกเฉินด้านความมั่นคงติดต่อได้ที่1374 ตลอด 24 ชั่วโมง

ตร.ไม่พบความรุนแรงเลือกซ่อม2เขต

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)พ.ต.อ.กฤษณะพัฒน เจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(รองโฆษก ตร.)เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์การเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา และชุมพร วันที่ 16 มกราคม ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กำชับตำรวจในพื้นที่ พร้อมกับประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ให้ปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย ป้องกันเหตุความรุนแรง หรือการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ขณะนี้ยังไม่พบการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง หรือสิ่งบ่งชี้เหตุความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นแต่อย่างใด

ส่วนการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ 9 เขตหลักสี่ วันที่ 30 มกราคม นี้จะใช้มาตรฐานเดียวกันในการดูแลความสงบเรียบร้อย โดยให้ บช.น. กำกับดูแล

‘ชัยวุฒิ‘พา‘มาดามหลี’ลุยหาเสียง

ความเคลื่อนไหวการหาเสียงก่อนโต้งสุดท้ายในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม.เขตเลือกตั้งที่ 9 หลักสี่-จตุจักร บรรยากาศคึกคัก ช่วงช้า นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกรรมการบริหารพรรค พลังประชารัฐ(พปชร.มาเดินหาเสียงช่วย นางสรัลรัศมิ์ เจนจาคะ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เบอร์ 7 พรรคพลังประชารัฐ ที่ตลาดหมู่บ้านจัดสรรรถไฟ หรือ ตลาดสายหยุดภายในซอยวิภาวดี 25 ทักทายพ่อค้า แม่ค้า ประชาชนที่มาจับจ่าย โดยมีกองเชียร์มาทักทาย พร้อมมอบกุหลาบเพื่อให้กำลังใจในการสู้ศึกเลือกตั้งซ่อม ก่อนเดินเคาะประตูบ้านทักทายประชาชนในชุมร่วมพัฒนา ชุมชนเทวสุนทร ริมคลองเปรมประชากร พร้อมแจกใบปลิวและแนะนำตัวกับประชาชนที่พักอาศัยบริเวณ

เสียงตอบรับดี/มั่นใจรักษาที่นั่งได้

โดยนายชัยวุฒิกล่าวถึงการหาเสียงเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ว่าจากการลงพื้นที่ ประชาชนให้การต้อนรับเป็นอย่างดีและคนในพื้นที่ ประชาชน ก็รู้จักนางสรัลรัศมิ์อยู่แล้วอีกทั้งยังมีทีมงานคอยช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอดซึ่งชาวบ้าน ก็คุ้นเคย กับตัวผู้สมัครอยู่แล้วและพรรคพลังประชารัฐเป็นพรรครัฐบาล มีผลงานในพื้นที่นี้อย่างชัดเจน อย่างสถานีรถไฟฟ้าทุ่งสองห้อง ก็เป็นอีกหนึ่งผลงานของรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ให้ประชาชนในพื้นที่เดินทางได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทำให้ประชาชนรักและศรัทธาในรัฐบาลมาก เชื่อว่าคะแนนนิยมนี้ จะส่งผลต่อตัวผู้สมัคร ที่จะมีการเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 30 มกราคมนี้อย่างแน่นอน และมั่นใจในคะแนนเสียงของพรรคพลังประชารัฐว่า จะรักษาเก้าอี้ไว้ได้อย่างแน่นอน

ด้านนางสรัสรัศมิ์ กล่าวย้ำว่า มั่นใจ 100% จากการลงพื้นที่เขตหลักสี่ประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดีและมีผลงานตลอดระยะเวลา 3 ปีก็เป็นที่ประจักษ์กับ ประชาชนในพื้นที่อยู่แล้ว จึงไม่มีความกังวลใจใดใด กับพรรคที่มาแข่งขันในครั้งนี้

ชี้หาเสียงดุ ไม่กระทบพรรคร่วมฯ.

นายชัยวุฒิ ยังกล่าวถึงการปราศรัยในเวทีเลือกตั้งซ่อมภาคใต้ เป็นไปอย่างดุเดือดนั้น จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์พรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ว่าการเลือกตั้ง ถือเป็นสีสัน ตามระบอบประชาธิปไตย อาจจะมีการปราศรัยที่มีข้อความกระทบกระทั่งกันบ้างหรือฟังดูแล้วมีประเด็นแต่จริงๆในการทำงานร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาลไม่เกี่ยวข้องกัน การหาเสียง ก็เป็นเรื่องของการหาเสียง จบแล้วก็ทำงานด้วยกัน เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ไม่มีเรื่องส่วนตัวที่จะมาโกรธแค้นเคืองกัน ต้องทำงานเพื่อประชาชนเป็นหลัก อีกทั้ง รัฐบาลยังมีวาระการทำงานอีก 1ปีจึงต้องขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาให้ประชาชนหลายเรื่อง มีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ ไม่มีเวลามาทะเลาะกัน ขออย่าซีเรียส ขอย้ำว่าเป็นตามระบบประชาธิปไตย

‘ชลน่าน’ควง‘สุรชาติ’ขอตุนคะแนน

เช้าวันเดียวกัน ที่ตลาดนัดการเคหะท่าทราย เนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำนายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เบอร์ 3 ของพรรคพร้อมด้วย นายสรวงศ์ เทียนทอง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียงเพื่อพบปะทักทายประชาชน และได้นั่งร่วมโต๊ะดื่มกาแฟกับผู้คนในชุมชนด้วยบรรยากาศราบรื่นเป็นกันเอง นพ.ชลน่านกล่าวว่าจากการลงพื้นที่พร้อม นายสุรชาติได้รับฟังข้อเท็จจริงและเสียงสนับสนุนจากปากของพี่น้องประชาชนประกอบกับกระแสตอบรับจากเวทีปราศรัยใหญ่เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา(14 ม.ค.)เป็นไปในทางดีมั่นใจอย่างมาก นี่เป็นสัญญาณของประชาชน ที่กำลังจะทวงคืนศักดิ์ศรีที่สูญเสียไปและมอบให้กับคนทำงานที่แท้จริง

ปลุกต้านทุจริต อย่าขายเสียงศักดิ์ศรี

ทั้งนี้ ตนขอยกให้ท่าทรายเป็นชุมชนต้นแบบของการต่อต้านการทุจริตการเลือกตั้ง เพราะประชาชนมีความหวงแหนในสิทธิเสียงของตนเอง โดยเฉพาะการซื้อบัตรประชาชนซึ่งปัจจุบันเกิดการโน้มน้าวชักจูงกันอย่างมากในหลายพื้นที่ มองว่าการขายสิทธิ์ขายเสียงของตัวเองในราคา 3,000-5,000บาท เชื่อว่าคนในชุมชนนี้ ไม่ยอมขายศักดิ์ศรี และพร้อมร่วมกันต่อต้านการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างแน่นอน

ด้านนายสุรชาติ กล่าวว่ามีความพอใจกับการปราศรัยใหญ่ เป็นโฮกาสที่ได้ถ่ายทอดอุดมการณ์และความรู้สึก พร้อม ทั้งขอให้ติดตามการปราศรัยใหญ่ครั้งที่2ในวันที่ 28 ม.ค. นี้บริเวณเขตจตุจักรพร้อมเน้นย้ำขอให้ประชาชนออกใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 30ม.ค.นี้ เชื่อว่าพลังงานบริสุทธิ์ของพี่น้องประชาชนจะเป็นตัวตัดสินและต่อต้านการทุจริตเลือกตั้งได้ดีที่สุด

“อรรถวิชช์”ปลื้มกระแสตอบรับดี

ที่ตลาดริมบึงเมืองทอง กทม.นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 9 หลักสี่-จตุจักร เบอร์ 2 พรรคกล้า ลงพื้นที่พบปะพ่อค้าแม่ค้า ในตลาดริมบึงเมืองทอง ย่านหลักสี่ โดยเน้นย้ำแนวทางการทำงานของพรรคกล้า ที่จะเน้นเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลักและให้ความรู้เรื่องการทำบิลสำหรับจ่ายภาษีในโครงการคนละครึ่งซึ่งได้รับความสนใจอย่างดี พรรคกล้าเป็นเวทีให้คนคุณภาพที่เขาเป็นตัวจริงในแต่ละสาขาอาชีพ จากการลงพื้นที่ตลอด 2 สัปดาห์ พบประชาชนให้การตอบรับดีขึ้น

นายอรรถวิชช์ กล่าวว่า ในเขตจตุจักรมีความคุ้นชินกันดีอยู่แล้ว ส่วนเขตหลักสี่ คนเริ่มเปิดใจและเข้าใจมากขึ้นว่าพรรคกล้า ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ สาขาสอง ส่วนการหาเสียง ในกลุ่มหมู่บ้าน-คอนโด ได้การตอบรับดีมาก หลายคนดีใจที่ตนกลับมาลงสมัคร แม้มีเวลาหาเสียงน้อยแต่จะพยายามไปให้ครบทุกที่ เชื่อว่าพรรคกล้าเรามาถูกทางกับการสร้างพรรคแนวเศรษฐกิจแบบนี้ ทั้งนี้ พรรคกล้าจะจัดปราศรัยใหญ่ ในวันที่ 28 มกราคม นี้โดยวันที่ 30 มกราคม จะเป็นตัวชี้วัดได้อย่างดี และฝากถึง กกต. ให้รณรงค์เรื่องการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และให้คนออกมาใช้สิทธิ์เยอะๆ

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top