533.jpg
สื่อมวลชนรัฐสภาตั้งฉายาปี’65  สภา‘3วันหนี4วันล่ม’  ‘มงคลกิตติ์’ได้เป็น‘ดาวดับ’

สื่อมวลชนรัฐสภาตั้งฉายาปี’65 สภา‘3วันหนี4วันล่ม’ ‘มงคลกิตติ์’ได้เป็น‘ดาวดับ’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
Tag :

สื่อมวลชนรัฐสภาตั้งฉายาปี’65

สภา‘3วันหนี4วันล่ม’

‘มงคลกิตติ์’ได้เป็น‘ดาวดับ’

ฝ่ายค้านยื่นซักฟอกทิ้งทวน

อภิปรายแบบไม่ลงมติม.152

สอท.-ทสท.นัดรวมพรรค29ธ.ค.

สื่อมวลชนรัฐสภา ตั้งฉายาปี 2565 สภาฯ “3 วันหนี4 วันล่ม”จากปัญหาสภาล่มซ้ำซาก วาทะเด็ด“นายกฯทำปฏิวัติ”ปธ.ชวน ฉายา“ชวน ซวนเซ” ชลน่านได้ฉายา“หมอ(ง)ชลน่าน” ลงมติ “มงคลกิตติ์” ดาวดับไร้ดาวเด่น คนดีเกลี้ยงสภา 4 ปี ซ้อน ปธ.วิปฝ่ายค้านรับฉายาสภา “3วันดี 4วันล่ม” สมแล้ว โบ้ยรัฐบาลไม่น่าปล่อยให้เกิดขึ้น

ขณะที่‘หมอ(ง)ชลน่าน’เรื่องปกติ งานเยอะ ค้านฉายา‘ชวน ซวนเซ’ชี้ทำหน้าที่ได้ดี กดไลค์ ‘ตรา ป.’สว.ทำงานใต้ร่มรบ. ไร้แตกแถว’อนุทิน’ดักคอเล่นการเมืองมีน้ำใจนักกีฬา ยันสส.ไหลเข้า-ออก ไม่ใช่นวัตกรรมใหม่ หยุดด้อยค่ากันเองด้วยคำว่า‘เนรคุณ’เท่ากับด่าประชาชน ถามกลับอายุเยอะแล้ว จะทะเลาะกันทำไม


เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม2565 ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ร่วมกันตั้งฉายาสะท้อนการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติตลอดปี2565 ดังนี้ 1.สภาผู้แทนราษฎร ได้รับฉายา’3วันหนี4วันล่ม’เนื่องจากการประชุมสส.ตลอดปี 2565 ประสบแต่ปัญหาสภาล่มซ้ำซาก ตั้งแต่เริ่มศักราชใหม่จนส่งท้ายปี ทำให้การทำงานล่าช้า โดย ส.ส.ฝ่ายค้าน มักเล่นเกมนับองค์ประชุม ทั้งที่ฝ่ายตนก็ขาดประชุม ขณะที่สส.รัฐบาล ไร้ความรับผิดชอบในการรักษาองค์ประชุมทั้งที่เป็นเสียงข้างมาก มิหนำซ้ำช่วงท้ายวาระการดำรงตำแหน่ง ส.ส.ต่างหนีลงพื้นที่ หาเสียงก่อนเลือกตั้ง ละเลยการประชุม ซึ่งถือเป็นหน้าที่สำคัญ ด้วยเหตุเหล่านี้จึงเป็นที่มาของฉายาดังกล่าว

สื่อมวลชนตั้งฉายาวุฒิสภา’ตรา ป.’

2.วุฒิสภาได้รับฉายา ‘ตรา ป.’ เพราะตลอดปี2565 สว.ยังคงทำหน้าที่รักษามรดกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และในการลงมติพิจารณาเรื่องสำคัญแต่ละครั้งก็ไม่มีแตกแถว เพื่อประโยชน์ของ 2ป. คือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หรือป.ประยุทธ์และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หรือ ป.ประวิตร โดยเฉพาะในการแก้รัฐธรรมนูญและปัจจุบัน สว.ยังแบ่งออกเป็น2ฝ่าย คือ ฝ่ายสนับสนุน ป.ประยุทธ์ และฝ่ายสนับสนุน ป.ประวิตร จนกระทั่งล่าสุด มีการเช็คชื่อแล้วว่า สว.คนไหน จะสนับสนุน ป.ใด เป็นนายกรัฐมนตรี 3.นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้รับฉายา’ชวน ซวนเซ’เนื่องจากการทำหน้าที่ของ นายชวน จากที่เคยได้รับความเคารพและเชื่อฟังจาก สส.รุ่นน้อง สามารถยุติข้อขัดแย้งต่างๆได้ แต่ปีนี้กลับตรงข้าม คือ ถูกลดความยำเกรง ไม่ได้รับการยอมรับและยังถูก สส.ท้าทาย จนหลายครั้งกลายเป็นคู่ขัดแย้งเสียเอง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการประสานงานของวิปรัฐบาลที่ไม่ดีพอ จนทำให้นายชวน ซวนเซ เสียหลักไปด้วย

‘พรเพชร พักก่อน’-‘หมอ(ง)ชลน่าน’

4.นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ได้รับฉายา’พรเพชร พักก่อน’ การทำหน้าที่ควบคุมการประชุมของนายพรเพชรตลอดปี2565 มักโดน สส.-สว.ทักท้วง จนบางครั้งได้แสดงความรู้สึกไม่พอใจผ่านสีหน้าและไม่สามารถควบคุมการประชุมร่วมรัฐสภาให้เดินหน้าได้อย่างราบรื่น มักถูก สส.ประท้วงว่า ทำหน้าที่สนับสนุนรัฐบาล เหมือนสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มากกว่าทำหน้าที่ตรวจสอบ จึงทำให้เกิดคำถามว่า นายพรเพชร ควรพักก่อนหรือไม่

5.นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว “ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร” ได้รับฉายา “หมอ(ง) ชลน่าน” แม้ นพ.ชลน่าน จะมีความโดดเด่นในการทำหน้าที่จนได้รับฉายาดาวเด่นเมื่อปี 2564 แต่เมื่อได้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านฯจริง กลับหมอง การอภิปรายในสภาไม่โดดเด่นเหมือนอดีต ได้ทำหน้าที่ในนามหัวหน้าพรรคฯ เท่านั้น ขาดอิสระ 6.ดาวเด่น’65 ในปีนี้ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา เห็นว่า ไม่มีผู้ใดเหมาะสมและโดดเด่นเพียงพอที่จะได้รับตำแหน่งดังกล่าว

‘เต้’ดาวดับ-วาทะแห่งปี‘ปฎิวัติผมไม่เกี่ยว’

7.ดาวดับ’65 ได้แก่ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ที่มีความโดดเด่นในเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่ของตน โหนกระแสสังคม เพื่อหาพื้นที่ให้ตัวเอง ทั้งคดีนักแสดงสาว “แตงโม”,การว่ายน้ำข้ามแม่น้ำโขงของ“โตโน่”รวมถึงกรณี“เรือหลวงสุโขทัยอับปาง”ล้วนเป็นความพยายามหาซีนของ สส.เต้ ทั้งที่ไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้อง และมักแสดงความเป็นผู้เชี่ยวชาญทุกเรื่อง ทั้งที่ไม่ได้รู้จริง ดังนั้น แม้นายมงคลกิตติ์ จะพยายามหาแสงให้ตัวเองมากเพียงใด สุดท้ายก็เป็นเพียง”ดาวดับ”และตัวตลกสีสันการเมืองเท่านั้น

8.วาทะแห่งปี65 ได้แก่’เรื่องปฏิวัติผมไม่ได้เกี่ยวข้อง นี่ครับคนปฏิวัติ..ท่านนายกฯ คนเดียว’ของ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เกิดขึ้นระหว่างอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม2565และพล.อ.ประยุทธ์ ที่นั่งอยู่ข้างกันดูจะไม่ยี่หระกับคำพูดดังกล่าว แต่กลับยกมือ ยิ้ม ยอมรับอย่างเต็มภาคภูมิ ท่ามกลางเสียงปรบมือของ สส.อย่างชอบใจ ทั้งที่ตัวเองก็มาจากการเลือกตั้ง การพูด และกระทำเช่นนี้ จึงไม่ควรเกิดขึ้นในองค์กรนิติบัญญัติ ที่สำคัญการปฏิวัติ-รัฐประหาร ยังเป็นการกระทำที่ผิดและทำลายระบอบประชาธิปไตยด้วย

‘พลิกสูตรหาร100’เหตุการณ์แห่งปี

9.เหตุการณ์แห่งปี คือ เกมพลิกสูตรหาร100 โดยมีความพยายามของ สส.และสว.ทำให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.ไม่ทันกำหนดเวลา เพื่อพลิกสูตรการคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อจากหาร500 กลับไปเป็นหาร100 ตามเดิม ซึ่งเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า รัฐสภาทุ่มเทให้ความสำคัญ ใช้ช่องของรัฐธรรมนูญกับผลประโยชน์พรรคพวกตัวเอง เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบในสนามเลือกตั้ง โดยไม่ได้คำนึงว่า ประชาชนจะได้ประโยชน์ใดๆ10.คู่กัดแห่งปี ได้แก่ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภาและนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในการประชุมร่วมรัฐสภา ที่ทั้งคู่ได้มาประชุมร่วมกัน หลายครั้งเกิดวิวาทะแบบไม่ลดลาวาศอก ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่ โดยเฉพาะประเด็นการกู้ยืมเงินกองทุน กยศ.ที่เริ่มต้นจากการอภิปรายของ นายรังสิมันต์ มักพาดพิงที่มาของ สว.บ่อยๆจนทำให้นายกิตติศักดิ์ ประท้วงและดึงเรื่องหนี้ กยศ.มาตอบโต้ นายรังสิมันต์ ให้สำเหนียกตัวเอง เพราะไม่ยอมชำระหนี้ จน นายรังสิมันต์ โต้แย้งกลับว่า ได้ชำระหนี้ กยศ.จนครบถ้วนแล้ว 11.คนดีศรีสภา’65 ถือเป็นปีที่4ที่ผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ยังไม่เห็นว่า จะมี สส.หรือสว.คนใด เหมาะสมที่จะได้รับตำแหน่งดังกล่าว

ทั้งนี้ การตั้งฉายาการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ หรือ สส.และสว. เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภาทุกปี ในฐานะที่ติดตามการทำหน้าที่ของ สส.และสว.อย่างใกล้ชิด เพื่อสะท้อนความคิดเห็นการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนขอเป็นกำลังใจให้ สส.และสว.ที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นอย่างดีอยู่แล้ว ให้มุ่งมั่น ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ต่อไป แต่ สส.และสว.ที่บกพร่องในการทำหน้าที่ ขอให้ทบทวน ปรับปรุงตนเองให้ดียิ่งขึ้น เพื่อประโยชน์ของประเทศ และประชาชนต่อไป

‘ชวน’โต้‘ซวนเซ’ล่มบ่อย/ผลงานเยอะ

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีสื่อมวลชนสภาตั้งฉายา “ชวน ซวนเซ” ว่า ไม่เซ ไม่เมาก็ไม่เซ เราต้องมั่นคง ซึ่งการยึดหลักการก็อาจจะเป็นไปได้ที่สมาชิกไม่เห็นด้วย เช่น ลงมติว่าเรื่องนี้ควรจะลงมติใหม่หรือไม่ อย่างนี้สมาชิกส่วนหนึ่งเขาก็ไม่เห็นด้วยและคัดค้าน แต่ประธานต้องยึดว่าหลักเป็นอย่างไร ไม่สามารถเบี่ยงเบนเป็นอย่างอื่นได้ ฉะนั้นไปซวนเซอะไรไม่ได้ สมาชิกไม่พอใจก็เป็นไปได้ เป็นเรื่องธรรมดา แต่เขาไม่พอใจเพราะเราไม่ตามใจ ดังนั้นหลักต้องมั่นคง เมื่อถามถึงฉายาสภา “3 วันหนี 4 วันล่ม” นายชวนกล่าวว่า ตนคิดว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับสภาว่าไม่ได้เกิดบ่อย เพียงแต่ช่วงปลายมีปัญหาหน่อย แต่ถึงอย่างไรสภาชุดนี้ก็มีผลงานมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ปธ.วิปฝ่ายค้าน ให้ทัศนะฉายารัฐสภา

นายสุทิน คลังแสง สส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวถึงกรณีสื่อมวลชนประจำรัฐสภาตั้งฉายาให้สภาผู้แทนราษฎร “3วันหนี4วันล่ม” ว่า ต้องยอมรับ เพราะภาพออกมาเช่นนั้น แต่เสียดายทำให้ภาพพจน์ของสภาออกมาไม่ดี รัฐบาลไม่น่าปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ฝ่ายค้านไม่ได้โยนปัญหาให้รัฐบาล เพราะที่ผ่านมามีการทำเช่นนี้ แต่ไม่เคยเกิดปัญหาองค์ประชุมไม่ครบ เมื่อถามถึง ฉายาของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย “หมอ(ง)ชลน่าน” นายสุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา เพราะมีงานเยอะขึ้น จึงไม่มีเวลาทำงานสภามาก อาจจะจืดไปหน่อย ฉายาอาจจะใช่ แต่ก็มีเหตุผลที่เข้าใจได้

ค้าน‘ชวน’ไม่เหมาะฉายา‘ชวน ซวนเซ’

เมื่อถามถึง ฉายาของนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร“ชวน ซวนเซ” นายสุทิน กล่าวว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วย เพราะประธานทำหน้าที่ได้ดี มีบารมี มีหลักการ แต่หากให้เรียบร้อยทั้งหมดคงไม่ใช่ เมื่อถามถึง ฉายาของนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา“พรเพชร พักก่อน”นายสุทิน กล่าวว่า เห็นว่าเหมาะสม แต่อาจจะเบาไป ความจริงน่าจะได้ฉายาที่หนักกว่านี้ หากเปรียบการทำงานในวุฒิสภาทำได้ แต่ทำงานในรัฐสภาไม่ได้ เมื่อถามถึงฉายาวุฒิสภา“ตราป.”นายสุทิน กล่าวว่า ถูกต้องที่สุด เพราะที่ผ่านมาทำงานภายใต้ธงของรัฐบาล ไม่เคยเห็นอะไรที่แตกแถว หรือยืนตรงข้ามรัฐบาล

ชอบใจวาทะ’ปฎิวัติผมไม่เกี่ยว’

เมื่อถามถึง ฉายาดาวเด่นและคนดีศรีสภา ที่ไม่มีใครได้รับ นายสุทินกล่าวว่า หลายคนมีสำนึกดีและขยันทำงาน แต่ทักษะการนำเสนออาจจะไม่เด่น อยากให้ดูความขยันในส่วนนี้ด้วย เช่นเดียวกับฉายาคนดีศรีสภา สื่อมวลชนอาจระมัดระวังว่า จะให้ใครมากกว่า เพราะมีทั้งคุณและโทษ เมื่อถามถึงดาวดับ คือ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ นายสุทิน กล่าวว่า อาจจะแรงไป เพราะนายมงคลกิตติ์ มีการนำเสนอที่แตกต่าง แต่ในมุมมองส่วนตัวเห็นว่า ดาวดับนั้น คือ คนที่ทำอะไรแล้วสังคมประณาม แต่ก็แล้วแต่ คิดกันคนละมุม เมื่อถามถึงวาทะแห่งปี”เรื่องปฏิวัติผมไม่ได้เกี่ยวข้อง นี่ครับคนปฏิวัติ..ท่านนายกฯ คนเดียว”นายสุทิน กล่าวว่า เหมาะสม เพราะเรื่องนี้เด่นจริงๆ ซึ่งเป็นประโยคที่ไม่น่าเกิดขึ้นในรัฐสภาไม่คิดว่าจะยอมรับ และจำนนต่อสภา เรียกได้ว่า จับคนปฏิวัติ จับโจรต่อหน้าศาล

‘อนุทิน’เหน็บอย่าจ้องแต่จับผิด’ภท.’

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงพรรคภูมิใจไทยในช่วงหลังปีหน้าจะมีนักการเมืองทยอยมาเข้าร่วมกับพรรคมากกว่าคราวเปิดรับสมัครสมาชิกพรรค เมื่อวันที่16ธ.ค.ที่ผ่านมาหรือไม่ ว่า ทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด ถ้าการเมืองมันถึงคราวเปลี่ยนวาระ หรือทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง สมัยก่อนปี2535 คนวิ่งเข้าพรรคประชาธิปัตย์ ปี2538วิ่งเข้าพรรคชาติไทย ปี2539 วิ่งเข้าพรรคความหวังใหม่ ปี2544 วิ่งเข้าพรรคไทยรักไทย แล้วปี2566 ถ้าคนจะวิ่งเข้าพรรคภูมิใจไทย มันแตกต่างจากอดีตตรงไหน ไม่เห็นเป็นเรื่องใหม่ หรือนวัตกรรมใหม่ ถือเป็นเรื่องปกติ พรรคภูมิใจไทยมีทั้งคนเข้าและออก ที่เป็นสส.หรือผู้สมัครสส.ออกไปจากพรรคก็มี ทำไมตรงนี้ไม่มองว่าเป็นงูเห่า หรือพลังดูดบ้างล่ะ แต่พอมีคนเข้าพรรคภูมิใจไทย เป็นเรื่องเลย

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า แต่สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยแตกต่างจากพรรคอื่นคือ ใครจะมาใครจะไปเรายินดีหมด ใครจะไปเราถามคำหนึ่ง ถ้าเขายังยืนยันจะไป ก็ต้องบอกว่าโชคดีนะ ไปทำงานให้กับบ้านเมืองนะ ไม่มีอะไรอะไรโกรธกัน สบายใจได้ พบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ เราไม่มีการไล่ส่ง ไม่แดกดัน ไม่ด้อยค่า หรือไปดูถูกพรรคที่ไปสังกัด ไม่วิเคราะห์ว่าเขาจะได้หรือตก เพราะเขาเลือกทางเดินแล้ว คนมีน้ำใจนักกีฬา ก็ต้องบอกว่าขอให้ไปดี ให้สำเร็จ มีตำแหน่งแห่งหน ทำไมต้องมานั่งด่าเขา สาปแช่งเขา ไม่มีประโยชน์เลย การที่เราไปด่าเขาก็เท่ากับว่าไปด่าประชาชนที่สนับสนุนเขา แล้วเป็นผู้แทนฯ เป็นนักการเมือง เป็นรัฐมนตรี คุณด่าประชาชนได้หรือไม่มันสมควรทำหรือไม่

อย่าพูดเนรคุณ-อายุมากทะเลาะทำไม

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวอีกว่าในอดีตพรรคภูมิใจไทย ยิ่งเล่นการเมืองเพื่อนยิ่งหาย คนที่เคยรักนับถือต้องอยู่คนละข้าง เมินใส่กัน ทั้งที่ไม่มีเรื่องโกรธเคืองเลย เราจะทำให้ความสัมพันธ์ที่เล่นการเมืองกันมามันหายไปหมดเลยหรือ มันได้อะไรขึ้นมา อายุก็มากขึ้น แก่ตัวขึ้น แล้วยังจะมาทะเลาะกันอีกเพื่ออะไร พรรคภูมิใจไทยประสบเรื่องเหล่านี้มาตลอด ถึงมีความอดทนสูง ถูกดูถูกเหยียดหยาม

“คำว่าเนรคุณไม่สมควรใช้ในทางการเมือง เพื่อโจมตีกัน ขอถามว่าไปเอาเงินเขามาหรือไม่ พูดตรงๆคือ เป็นสส.ประชาชนเลือกเข้ามา เมื่อเข้ามาในสภาฯแล้วเลือกหัวหน้าพรรคของตัวเองเป็นนายกฯ ก็ตอบแทนกันแล้วจบแล้ว นายกฯก็ลงพื้นที่ให้ผู้แทนฯก็ตอบแทนกลับ ขณะที่ผู้แทนฯก็ยกมือไว้วางใจนายกฯ หรือรัฐมนตรี ทุกครั้งมันมีต่างตอบแทนกัน ฉะนั้นคำว่าเนรคุณมันเป็นศัพท์ หรือวาทกรรมที่ผลิตขึ้นมา ความเป็นจริงไม่มี หัวหน้าพรรคคนไหนที่จะมีบุญคุณมากพอที่จะให้ลูกพรรคติดหนี้บุญคุณ ถึงใช้คำว่าเนรคุณได้ เพราะทุกคนเข้ามาเพราะประชาชน ไม่ได้เข้ามาเพราะเงินหัวหน้าพรรค” นายอนุทิน กล่าว

‘อนุชา’ย้ำยังอยู่พปชร.-อนาคตอีกเรื่อง

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)และแกนนำกลุ่มสามมิตร กล่าวถึงจุดยืนทางการเมืองส่วนตัวและกลุ่มสามมิตร ว่า เราเห็นในส่วนการเมืองได้เดินมาเรื่อยๆ ส่วนรัฐบาลหากอยู่ครบวาระก็คือเดือน มี.ค.66 ดังนั้นเรื่องการเมืองตนในฐานะอยู่พรรคพลังประชารัฐ ณ ปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นห่วงกังวลของความไม่แน่นอนทางการเมืองของหลายฝ่ายและจากที่ได้ทำงานการเมืองมาเป็นเวลานานมีเพื่อนพี่น้อง ในหลายส่วนก็ต้องคำนึงถึงหลายอย่าง ไม่ใช่คำนึงถึงตัวเองเท่านั้น การตัดสินใจทางการเมืองต้องมีไทม์ไลน์ โดยส่วนตัวไม่ได้เน้นอะไรเลย เพียงแค่เน้นบริบทความเหมาะสมทางการเมือง ช่วงปลายวาระรัฐบาล

ส่วนสาเหตุเพราะต้องรอให้สถานการณ์สงบก่อนใช่หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ให้มันเดินไปเรื่อยๆ เพราะตนมีคนที่เคารพรักอยู่ ซึ่งเป็นสาเหตุการตัดสินใจ จึงต้องคิดพอสมควรเลยทีเดียว พร้อมมั่นใจว่า การตัดสินใจจะไม่กระทบต่อการลงพื้นที่หาเสียงของตน เพราะจากที่ตนลงเขตมาตลอด จึงคิดว่าประชาชนเข้าใจในสิ่งที่เราเลือกและตัดสินใจ โดยจะไม่คำนึงถึงตัวเองเป็นหลัก

สามมิตรไม่จำเป็นต้องไปด้วยกัน

เมื่อถามว่าจะไม่พลิกขั้วการเมืองไปอยู่กับฝ่ายค้านหรือพรรคเพื่อไทย (พท.) ใช่หรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ตอนนี้มีแต่ฝั่งนี้ ส่วนอนาคตก็ว่ากันอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอนาคตตนยังไม่รู้เลยว่า ใครจะเป็นอย่างไร และตอนนี้พวกเรายังไม่รู้เลยว่าอะไรคือ100% ยังไม่มีอะไรที่100% เมื่อถามว่าการตัดสินใจจะคิดคนเดียวหรือคิดร่วมกับกลุ่มสามมิตรคือ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรมและนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ด้วย นายอนุชา กล่าวว่า ตนตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ยอมรับว่าไม่จำเป็นต้องเป็นเงื่อนไขว่าไปด้วยกันทั้งหมด รวมถึงไม่จำเป็นว่าการตัดสินใจต้องก่อนวันที่ 7ก.พ.66 ซึ่งตนคิดว่าไม่จำเป็น เพราะเข้าใจบริบททางการเมืองทุกอย่าง ตนพร้อมทุกสถานการณ์ ไม่มีอะไรมาบีบ พร้อมยอมรับว่า การตัดสินใจยากจริงๆ

เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ ชักชวนไปอยู่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) หรือยัง นายอนุชา กล่าวว่า ยังและท่านยังไม่เคยพูดคุย รวมถึงไม่มีการพูดเล่น แซวหรือหยอกกับตน เพราะท่านให้เกียรติ เมื่อถามย้ำว่า นายอนุชา มีกระแสข่าวจะไปร่วมงานกับพรรครทสช.นายอนุชา ถามกลับว่า กระแสเป็นอย่างนั้นหรือ

‘มิ่งขวัญ’ยื่นใบลาออก’พปชร.’แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงเช้านายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)แล้ว โดยไม่มีการเปิดเผยข้อมูลใดๆทั้งนี้เมื่อวันที่ 6ธ.ค.2565ที่ผ่านมาพรรคพลังประชารัฐเพิ่งแถลงข่าวเปิดตัวนายมิ่งขวัญไปซึ่งบรรยากาศวันนั้นเต็มไปด้วยความชื่นมื่นมีคนใหญ่คนโตของพรรคพลังประชารัฐร่วมงานคึกคัก แต่มีประเด็นตามมาจากที่นายมิ่งขวัญได้อ้างว่า”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐจะพิจารณาให้เป็นหนึ่งในแคนดิเดตนายกฯเพื่อมาเป็นตัวแทนดีเบตในการเลือกตั้งครั้งหน้าและดูแลปัญหาปากท้องของประชาชน”ส่งผลทำให้เกิดกระแสต่อต้านจากบรรดากรรมการบริหารพรรคและสส.ของพรรคจำนวนมาก

สส.ลาออกอีก2/สภาเหลือ437คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่รัฐสภาได้มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ก่อนเข้าระเบียบวาระได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงการลาออกจาก ส.ส.2คนคือ นายชัชวาลล์ คงอุดมและนายนพดล แก้วสุพัฒน์ ขอลาออกจาก สส.พรรคพลังท้องถิ่นไท ทำให้สิ้นสมาชิกภาพตามรัฐธรรมนูญและให้ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งได้รับการเลื่อนให้เป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลัง แทนตำแหน่งที่ว่าง จากนั้นนายชวน กล่าวว่า ขณะนี้มีสส.ปฏิบัติหน้าที่ได้ คือ 437คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ 219คน

ฝ่ายค้านยื่นซักฟอกไม่ลงมติม.152

เวลา12.30น.ที่รัฐสภา พรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ พรรคพลังปวงชนไทยและฝ่ายค้านอิสระ ของ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรค พท.ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นำสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นญัตติเพื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติตามรัฐธรรมนูญมาตรา152 ต่อ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดย นายชวน กล่าวว่า ตนและประธานวิปฝ่ายค้านได้หารือร่วมกันว่าตั้งแต่ช่วงกลางเดือนถึงช่วงปลายเดือน ม.ค.2566 ไม่เกินนั้น น่าจะสามารถเปิดอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติฯ ได้ แต่ก็ต้องหารือกับทางฝ่ายรัฐบาลด้วยว่าพร้อมตอนไหน ถึงแม้ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เป็นการอภิปรายสอบถามหารือให้ความเห็นแบบไม่ลงมติ ก็ถือเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย ฝ้ายค้านได้ให้ข้อมูล ฝ่ายรัฐบาลได้ชี้แจงด้วย

“ทางสภาฯ จะเตรียมการในเวลาที่เหลืออยู่ ซึ่งในช่วงก่อนกลางเดือน ม.ค.66 จะมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 159 และมาตรา 272 ฉบับของพรรคเพื่อไทย หลังจากนั้นเมื่อฝ่ายรัฐบาลพร้อม ก็จะบรรจุวาระอภิปรายทั่วไปฯตามาตรา 152 ไปเลย ทางวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน ก็จะไปหารือกรอบเวลาในการอภิปรายต่อไป”ประธานสภาฯ กล่าว

‘ชลน่าน’โวเนื้อหาแน่น-ลึกทุกประเด็น

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า การยื่นญัตติมาตรา152 พรรคร่วมฝ่ายค้านเราเปิดยุทธการถอดหน้ากากคนดี เป็นการสอบถามข้อเท็จจริง เสนอแนะปัญหาต่อ ครม.ในการบริหารราชแผ่นดิน เนื้อหาโดยรวมเป็นความล้มเหลวการทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน ที่เราจะมีข้อคำถามสอบถามต่อ ครม.เนื้อหาครอบคลุมทุกมิติ เพราะเป็นปีสุดท้าย นโยบายเร่งด่วน 12นโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อสภาฯ จะใช้เป็นกรอบในญัตติอภิปรายทั่วไปฯเพราะไม่เป็นไปตามที่แถลงไว้ต่อสภาฯครั้งนี้เราจะถอดให้เห็นว่าคนดีที่ใส่หน้ากากให้พวกเราดูมา 4ปี หรือนับย้อนหลังรวม 8ปี โดยอ้างว่าเป็นคนดีเข้ามาแก้ไขปัญหาบ้านเมือง โดยยื้อแย่งอำนาจไปจากประชาชน เมื่อเข้ามาทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินเป็นอย่างไร เนื้อแท้คนดีเป็นอย่างไร ผลงานที่คนดีมอบให้ประชาชนเป็นอย่างไร หลายเรื่องเราเตรียมพร้อมไว้หมด เจาะลึกทุกประเด็น ข้อคำถามชัดเจน เพียงแต่ไม่มีการลงมติเหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ปีนี้เป็นปีสุดท้ายก่อนจะมีการเลือกตั้งใหญ่ ประชาชนจะได้ใช้โอกาสนี้ตรวจสอบคนดีที่แท้จริงเป็นอย่างไร จะได้ตัดสินใจในการเลือกตั้งได้ พรรคร่วมฝ่ายค้านมั่นใจว่าจะทำหน้าที่แทนประชาชนให้สมบูรณ์ที่สุด ได้ข้อมูลดีที่สุด และหวังว่าจะได้รับโอกาสจากประชาชน” ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าว

ยังตามจองเวร‘บิ๊กป้อม’ต่ออีกรอบ

เมื่อถามว่า จะเจาะจงที่ไปบรรดารัฐมนตรีที่เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับเนื้อหาสาระที่เราจะนำเสนอในกรอบของญัตติ เกี่ยวกับใครผู้นั้นก็จะถูกซักถาม เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีนั้นๆ ที่มาตอบ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าจะมีการละเว้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นั้น เนื้อหาจะมีความเกี่ยวข้องกับ พล.อ.ประวิตร ด้วย

‘วิษณุ’แย้มไปต่ออนาคตการเมือง

วันเดียวกัน นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงทิศทางการเมืองในอนาคต ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ประกาศเดินหน้าต่อ ถ้ามีโอกาสกลับมาพร้อมช่วยงาน พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ ว่า“ไม่ตอบครับ เพราะท่านยังไม่เคยพูดอะไรกับผม” หาก พล.อ.ประยุทธ์ มาพูดจะรับไว้พิจารณาหรือไม่ นายวิษณุ นิ่งไปซักพัก ก่อนระบุว่า รอให้ท่านพูดก่อน เมื่อถามย้ำว่า จะรับเงื่อนไขของ พล.อ.ประยุทธ์ คนเดียว หรือนายกฯท่านอื่นด้วยหากมีโอกาส นายวิษณุ นิ่งคิดอีกครั้ง ก่อนระบุว่า ไม่รู้ คิดไม่ออก เมื่อถามว่า ยังพร้อมและทำงานไหวใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เครื่องซักแห้งนี้มันมียี่ห้อของมัน พร้อมตอบสื่อว่า ตนก็มีหลานให้เลี้ยง 1คน หรืออนาคตอาจจะเป็น 2คน เหมือนนักการเมืองคนอื่น ซึ่งการเลี้ยงหลาน ตนอาจไม่ได้เลี้ยงอะไรเท่าไร แต่มีความสุขกับการทำงานอย่างอื่นมากกว่า

เมื่อถามย้ำว่ายังทำงานการเมืองไหวอยู่ใช่หรือไม่ นายวิษณุ ตอบติดตลกว่า “คุณอย่ามายุ่งอะไรกับผมเลย วันนี้ผมอยู่”ส่วนอนาคตนั้น นายวิษณุ พูดเนื้อเพลงว่า“อนาคตจะต้องมีประเทศไทย มิยอมให้ผู้ใดมาย่ำยี” ก่อนปฏิเสธว่า เปล่าไม่มีอะไร อนาคตไม่มีใครรู้ สื่อก็ไม่รู้ หากผมถามคุณยังอยู่ไหม คุณก็ไม่รู้ หนึ่งคุณอยากอยู่หรือไม่ หรือจะให้คุณออก สองคุณอาจจะไม่อยากอยู่ แต่เขาขอร้องให้คุณอยู่ มันก็ต้องถึงเวลาค่อยพูดกัน ก่อนขอสื่อว่า ถามเรื่องส่วนรวมดีกว่า ส่วนการประเมินทิศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายวิษณุเคยให้สัมภาษณ์หลายครั้งว่า อาจพิจารณาเลิกทำงานภายหลังสิ้นสุดรัฐบาลนี้ เพื่อเอาเวลาไปเลี้ยงหลาน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top