วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2566 นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ระบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ซึ่งพึ่งลาออกจากการเป็น ส.ส.ได้นำคณะเดินทางไปยังพื้นที่ จ.เชียงราย เพื่อทำกิจกรรมพบปะประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ โดย นายมงคลกิตติ์ และคณะ ได้เดินทางมาจาก จ.เชียงใหม่ และเข้าสักการะอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช ห้าแยกพ่อขุน อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ก่อนเดินทางไปยังตลาดนัดบ้านดู่ ต.บ้านดู่ อ.เมืองเชียงราย ซึ่งจัดขึ้นทุกวันจันทร์ ใจกลางเขตเทศบาล ต.บ้านดู่ ติดกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ท่ามกลางประชาชนและนักศึกษาที่ไปตลาดในช่วงเย็น ซึ่งนอกจากนายมงคลกิตติ์ จะพบปะพูดคุยกับประชาชนทั่วไปอย่างมีสีสันตามสไตล์ โดยทดลองปอกมะม่วงภายในร้านขายผลไม้ด้วย

ทั้งนี้ ทางพรรคได้เปิดตัวว่าที่ผู้ที่จะสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.พื้นที่ จ.เชียงราย โดยประกอบด้วยเขตเลือกตั้งที่ 1 ว่าที่ ร.ต.กิตติพัทธ์ เลี้ยงประเสริฐ เขตเลือกตั้งที่ 2 นายธนพล วรรณรัก เขตเลือกตั้งที่ 3 นางสมคิด มะโนวงศ์ เขตเลือกตั้งที่ 5 นายบุญชาพล วงค์ชมภูทร และเขตเลือกตั้งที่ 7 นายเจริญ มูลงาม ทั้งนี้ ผู้ที่เดินทางไปร่วมเปิดตัวกับหัวหน้าพรรคยังมี น.ส.ภคอร จันทรคณา พลโท อัศวิน รัชฎานนท์ นายวิวัฒน์ เจริญพาณิชย์ศิริ รองหัวหน้าพรรค นายศยุน ชัยปัญญา เลขาธิการพรรค นายสรกฤช จันทรคณา โฆษกพรรค น.ส.อรศศิพัชร์ มามีเกตุรัตน์ โฆษกประจำตัว น.ส.กนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโช รองโฆษกพรรคและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตเลือกตั้งที่ 2 จ.อ่างทอง ฯลฯ เป็นคณะใหญ่ด้วย

โดย นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ตนก็คาดหวังพอสมควรว่านโยบายต่างๆ ของพรรคที่ให้ไว้กับประชาชนสามารถทำได้ หากว่าได้รับคะแนนเสียงมากพอถึง 30 เขต และบัญชีรายชื่อถึง 20 บัญชีรายชื่อ ซึ่งตนไม่ได้ขอมากโดยขอเพียงแค่ครอบครัวละ 1 คะแนน เพื่อให้ได้ประมาณ 22 ล้านคะแนน อันจะทำให้ได้เป็นรัฐบาลจนสามารถขับเคลื่อนนโยบายที่ให้ไว้กับประชาชนดังกล่าวได้ต่อไป
.jpg)
สำหรับพื้นที่ จ.เชียงราย ถือเป็นเป้าหมายที่จะต้องปักธงให้ได้ เบื้องต้นได้คัดสรรว่าที่ผู้สมัครได้ 5 คน ซึ่งยังไม่เต็มทั้ง 8 เขตเลือกตั้ง ทั้งนี้ หลังการสมัครอย่างเป็นทางการแล้ว จะแถลงนโยบายให้ประชาชนชาวเชียงราย ที่ส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรให้ได้รับทราบ ทั้งด้านการเกษตร เช่น ข้าว ลำไย ค้าขาย ฯลฯ นโยบายที่สำคัญคือการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ทุกครอบครัวๆ ละ 150,000 บาท วงเงินกู้ 3.3 ล้านล้านบาท เพื่อให้ประชาชนผ่อนชำระ มาตรการป้องกันหนีเสียซึ่งจะทำให้มีเงินภาษีหมุนเวียนกลับมาเป็นงบประมาณได้อีก 700,000 กว่าล้านบาท และสามารถผันไปเป็นเงินช่วยเหลือผู้ชราภาพ 12,100,000 คน ทำให้คนชราภาพจะได้รับเงินรายละ 5,000 บาท หรือ ปีละประมาณ 60,000 บาททุกคนต่อไป จากนั้นเม็ดเหล่านี้ก็จะหมุนเวียนกลับมาเป็นงบประมาณเพื่อนำมาพัฒนาด้านต่างๆ ต่อไป

นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ก็ยังมีนโยบายที่สำคัญมาก คือ ยาเสพติด เพราะ จ.เชียงราย โดยเมื่อครั้นตนอยู่ในคณะกรรมาธิการทหารได้พบข้อมูลว่ายาเสพติดส่วนใหญ่นำเข้าผ่าน จ.เชียงราย ทั้งยาบ้า ไอซ์ เคตามีน ฯลฯ ทำให้คนถูกจับในพื้นที่ จ.เชียงราย ปีละกว่า 7,000 คน การลักลอบผ่านทางเทือกเขา แม่น้ำ ฯลฯ ซึ่งหากมีการจัดวางกำลังพลทั้งทหาร และตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) อย่างเพียงพอราวๆ 400 เมตรต่อ 1 นาย ก็จะสามารถสกัดกั้นได้ 90% โดยใช้การยิงเตือนก่อน ไม่เช่นนั้นคงต้องมีการวิสามัญ

"ตนของประกาศต่อบรรดาผู้ค้ายาเสพติดตามตะเข็บชายแดน ว่า หากพรรคไทยศรีวิไลย์เป็นรัฐบาลเราจะวิสามัญฆาตกรรมท่านทั้งหมด และจะเข้าไปเผารังผู้ค้ายาเสพติด ซึ่งยอมรับว่าต้องโหดเหี้ยม เพื่อรักษาคนไทย 66 ล้านคนเอาไว้" นายมงคลกิตติ์ กล่าว
- 006
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี